นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ช่วงนี้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ กว่า 36 จังหวัด จะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตลอดช่วง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ หลังจากนั้นในวันที่ 5-7 ต.ค.ศกนี้ ฝนบริเวณข้างต้นจะคลี่คลายลง เพราะร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านจากตะวันออกไปตะวันตกบริเวณตอนกลางของประเทศ จะเคลื่อนลงต่ำไปทางใต้ จากร่องความกดอากาศสูงดันลงไป และคาดว่าภาคใต้จะมีฝนตกหนักช่วงปลายเดือนต.ค.-ต้นพ.ย.นี้ ซึ่งกรมชลฯเตรียมจะถอนเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำลงสู่ภาคใต้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ 1 ต.ค. 60 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 56,131 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 9,411 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 32,312 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 สามารถรองรับน้ำได้อีก 19,087 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,279 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯรวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 2,657 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 10,583 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58 (ปี 2559 มีน้ำใช้การได้ 7,956 ล้าน ลบ.ม.) สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 7,592 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับการรับน้ำเข้าทุ่งต่างๆ จนถึงปัจจุบัน(1 ต.ค. 60) มีดังนี้ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทาน ได้ส่งน้ำเข้าระบบชลประทานผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ลงสู่คลองชัยนาท – ป่าสัก ก่อนจะนำน้ำส่วนหนึ่งเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งต่างๆ ซึ่งมีปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกในพื้นที่ ขังอยู่ในทุ่งบางส่วน สรุปได้ดังนี้ ทุ่งเชียงราก มีปริมาณน้ำรวม 50.38 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก มีปริมาณน้ำรวม 8.19 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งท่าวุ้ง มีปริมาณน้ำรวม 6.15 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งบางกุ่ม มีปริมาณน้ำรวม 32.98 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งบางกุ้ง มีปริมาณน้ำรวม 17.35 ล้านลูกบาศก์เมตร
ในส่วนของพื้นที่ฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา นั้น กรมชลประทาน ได้มีการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานผ่านประตูระบายน้ำต่างๆ ก่อนจะนำน้ำบางส่วนเข้าไปเก็บไว้ในทุ่ง ที่มีปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกในพื้นที่ขังอยู่แล้วบางส่วน สรุปได้ดังนี้ ส่งน้ำผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ ลงสู่แม่น้ำท่าจีน จากนั้นจะรับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งโพธิ์พระยา มีปริมาณน้ำในทุ่งรวม 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนปริมาณน้ำที่รับผ่านประตูระบายน้ำบรมธาตุลงสู่แม่น้ำน้อย จะนำไปเก็บไว้ในทุ่งผักไห่ มีปริมาณน้ำรวม 88 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งป่าโมก มีปริมาณน้ำรวม 12 ล้านลูกบาศก์เมตร และทุ่งเจ้าเจ็ด มีปริมาณน้ำรวม 52.59 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำที่มีการรับน้ำเข้าทุ่งทั้งสองฝั่งทั้งสิ้น 298.69 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำที่รับได้ทั้งหมด (ปริมาณน้ำในทุ่งที่รับได้ทั้งหมด 12 ทุ่ง รวม 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร)