เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
Biz Movement ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
“ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
Tech “ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
อนุทิน ขู่ปรับ ครม. ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ฮึ่ม “รมต.โลกลืม” ทำงานไม่พูด นายกฯ จะลืมบ้าง
Politics อนุทิน ขู่ปรับ ครม. ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ฮึ่ม “รมต.โลกลืม” ทำงานไม่พูด นายกฯ จะลืมบ้าง
เหตุใด “Monterey Park” เมืองต้นแบบแห่งแรกในสหรัฐ ไม่เอา “ดาต้าเซ็นเตอร์” ผ่านกฎแบนถาวร ทำได้อย่างไร
World เหตุใด “Monterey Park” เมืองต้นแบบแห่งแรกในสหรัฐ ไม่เอา “ดาต้าเซ็นเตอร์” ผ่านกฎแบนถาวร ทำได้อย่างไร
อนุทิน ยันไม่มีทุนจีนกว้านซื้อที่ EEC ทำนิคมฯเถื่อน ลั่นถ้าพบหวดเต็มที่
Politics อนุทิน ยันไม่มีทุนจีนกว้านซื้อที่ EEC ทำนิคมฯเถื่อน ลั่นถ้าพบหวดเต็มที่
นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้น
Politics นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้น
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
Economic เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
Economic พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
Real Estate ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียน เจแปนโมเดล ไวรัสกระจายตัวหลังเร่งฟื้นเศรษฐกิจ

07 ส.ค. 2563 | 16:26น.

มาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของญี่ปุ่น ที่ความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมโรค และการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป ซึ่งเรียกว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดในระลอกแรก จนกลายเป็นที่สนใจของนานาชาติ ที่ชื่นชมการรับมือแบบ “เจแปนโมเดล” แต่ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศกำลังสร้างความกังวลว่า การระบาดในญี่ปุ่นอาจทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และการเร่งคลายมาตรการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วแบบญี่ปุ่นจะเป็นผลดีจริงหรือไม่

บลูมเบิร์กรายงานว่า ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา พุ่งสูงถึง 1,557 คน ภายในหนึ่งวัน เป็นสถิติผู้ป่วยรายวันสูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด และจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่สูงเกิน 1,000 คน/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วันแล้ว โดยยอดผู้ป่วยเมื่อ 1 ส.ค. อยู่ที่ 1,331 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 39,902 คน

การกลับมาระบาดในครั้งนี้ของญี่ปุ่น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเร่งกลับสู่ภาวะปกติ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามควบคุมการระบาดไปพร้อมกับการรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยไม่มีการตรวจหาผู้ติดเชื้อแบบปูพรม ไม่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ ไม่มีการใช้กฎหมายบังคับให้ภาคธุรกิจปิดบริการ ทั้งยังให้อำนาจท้องถิ่นในการดำเนินมาตรการควบคุมโรคตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพียงเพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการงดเว้นออกนอกที่พักอาศัยและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการเพื่อควบคุมโรค โดยไม่มีบทลงโทษ

ทั้งนี้ หลังจากยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือน พ.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นได้ผลักดันให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วเพื่อเร่งภาวะเศรษฐกิจ และในเดือน มิ.ย. ร้านอาหารและสถานบันเทิงต่างกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงกีฬาที่มีความเสี่ยงอย่างเบสบอลและซูโม่ก็ได้รับอนุญาตให้มีการแข่งขันได้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า “ทาโรอาโซ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงในการควบคุมโรคเช่นเดียวกับประเทศอื่น ทั้งยังแนะนำให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ ด้วยมาตรฐานทาง “วัฒนธรรมขั้นสูง” เป็นกลไกในการควบคุมโรคระบาด

แต่การผ่อนคลายมาตรการจนแทบจะเป็นปกติและการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ได้ส่งผลให้มีผู้ป่วยพุ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรุงโตเกียว หลังเกิดการติดเชื้อในวงกว้างจากไนต์คลับช่วงปลายเดือน มิ.ย. และนำไปสู่การยกระดับคำเตือนโรคระบาดในเมืองหลวงระดับสูงสุดช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

“โยชิฮิโตะ นิกิ” ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโชวะ ระบุว่า “การแพร่ระบาดครั้งใหม่เป็นผลมาจากที่รัฐบาลให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ โดยอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายของผู้คนแทนที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรค”

อีกทั้งการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จะชะลอตัวลงอย่างเพียงพอ นำมาสู่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการกลับสู่วิถีชีวิตตามปกติ และทำให้แผนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวัง

แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของญี่ปุ่นจะไม่สูงมากนัก หากเทียบกับทั่วโลก โดยมียอดผู้เสียชีวิตสะสมเพียง 1,026 ราย แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ก็กำลังสร้างความกังวลว่าจะนำไปสู่การแพร่กระจายทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตมากขึ้น

“เคนจิ ชิบูย่า” ศาสตราจารย์ประจำคิงส์คอลเลจลอนดอน และอดีตหัวหน้านโยบายสุขภาพขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นควรมีมาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นเดียวกับฮ่องกงและออสเตรเลียที่พยายามจำกัดการกระจายตัวของโรคอย่างรวดเร็ว ทั้งการปูพรมตรวจหาผู้ติดเชื้อ การใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด รวมถึงการล็อกดาวน์บางพื้นที่ แต่ญี่ปุ่นทำสิ่งที่อันตรายมากด้วยการเพียงเฝ้าระวังเท่านั้น”

ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอร้องให้ประชาชน “พิจารณาอย่างรอบคอบ” ว่า มีความจำเป็นหรือไม่ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากผู้เดินทางจาก เมืองใหญ่ ไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ อาจเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปสู่คนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงและมีอยู่เป็นจำนวนมาก