เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ดูทั้งหมด

EEC สายตรง 50 ซีอีโอจีน ดึงลงทุนแก้ปมพิษโควิดชะลอ 6 เดือน

17 ส.ค. 2563 | 09:00น.

วิกฤตโควิด-19 กระทบมหาโปรเจ็กต์อีซีซีชะลอ 6 เดือน “คณิศ” ย้ำไม่กระทบแผนลงทุน เผย “วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 50 ซีอีโอจีน” ขยายฐานมาไทย เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานแสนล้านปี 2564 แก้ปัญหาแหล่งน้ำ รีสกิลแรงงาน 5 แสนคนรับ 12 อุตสาหกรรม ประสาน “บีโอไอ” ทูตไทยทั่วโลกดึงต่างชาติปักหมุด เร่งพัฒนา 4 แกนหลัก “5G-โลจิสติกส์-สุขภาพ-สมาร์ทซิตี้” จุดขายใหม่ประเทศไทย

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการอีอีซี ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติในการผลักดันการลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง” ระยะเวลา 5 ปี (2560-2565) มูลค่า 1.5-1.7 ล้านล้านบาท ทำให้ล่าช้าไป 6-7 เดือน แต่ยังเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้แล้ว โดยขณะนี้สามารถดำเนินการได้ 6.5 แสนล้านบาท หรือ 50% ในระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 60,000 ล้านบาท รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 2.4 แสนล้านบาท สนามบิน 2.9 แสนล้านบาท และท่าเรือมาบตาพุด 20,000-30,000 ล้านบาท

“จากนี้จะเดินหน้าต่อตามแผนที่วางไว้ โดยปีนี้จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 9,000 ล้านบาท คือมีสนามบิน ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบังบางส่วน และในปี 2564 จะลงทุนอีก 90,000 ล้านบาท เช่น ท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ได้แย่งใช้งบประมาณรัฐบาลอย่างที่เข้าใจ เช่น เงินลงทุนโครงการรถไฟ กรอบวงเงิน 2.4 แสนล้านบาท ก็ใช้เงินแค่ 1.7 แสนล้าน หรือการลงทุนสนามบิน 2.9 แสนล้านบาท ก็ได้ค่าต๋งจากเอกชนมา 3.5 แสนล้านบาท หักลบแล้วไม่ได้แย่งงบฯแต่อย่างใด เพราะใช้รูปแบบการลงทุนในรูปแบบรัฐร่วมกับเอกชน หรือ PPP”

อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง จีดีพีจะติดลบ -8% โดยประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจจากโควิด-19 เป็นมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งกรณีอีอีซีจะลดเยอะหน่อย 10% เพราะนักลงทุนเข้ามาไม่ได้ แต่เชื่อว่าไทยพ้นจุดต่ำสุดมาแล้วในไตรมาส 2 ที่ติดลบ -14% จากนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการได้ดีแค่ไหน เพราะยังมีบางอุตสาหกรรมที่ดี เช่น ปิโตรเคมีคอล และภาคเกษตร เนื่องจากโชคดีที่ประเทศจีนฟื้นกลับมาได้ทันในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรของไทยออกสู่ตลาดเดือนพฤษภาคม ทำให้ยังสามารถส่งผลไม้ไปได้ โดยเฉพาะทุเรียนยังได้ราคาสูง แต่ภาคการท่องเที่ยวคงกลับมาไม่ทันในปีนี้

“เรามีเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.3 แสนล้านบาท ธุรกิจการบินคงฟื้นปลายปีหน้า และผลกระทบจากอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งลดการผลิตจาก 2 ล้านคัน เหลือ 1 ล้านคัน”

ถก 50 ซีอีโอบริษัทจีน

ดร.คณิศกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าได้ประสานกับแบงก์ ICBC จัดการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับ 50 ซีอีโอบริษัทจากจีนที่มีแผนขยายฐานการลงทุนมายังประเทศไทย เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งในช่วงโควิด-19 การประชุมออนไลน์ถือว่ามีประสิทธิภาพมาก เพราะทำให้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับบรรดาซีอีโอบริษัทต่าง ๆ ได้โดยตรงมากขึ้น

จับมือบีโอไอดึงธุรกิจระดับโลก

สำหรับการประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจในต่างประเทศเข้ามาลงทุนนั้น ดร.คณิศกล่าวว่า ใน พ.ร.บ.อีอีซีระบุว่า อีอีซีสามารถดูแลให้สิทธิประโยชน์กับภาคธุรกิจได้ เท่ากับที่บีโอไอให้ และให้ได้เท่ากับที่กองทุนเพิ่มขีดความสามารถให้ได้

“เราจะคุยกับบีโอไอว่าตรงนี้คุณให้แล้ว เราไม่ต้องยุ่ง แต่ตรงไหนที่บีโอไอไม่ค่อยอยากให้ หรือให้แล้วไม่ได้ตาม พ.ร.บ.อีอีซี ก็จะพยายามดูว่า พ.ร.บ.เราให้ได้หรือไม่ หลักการคือต้องมีเป้าหมายว่าอยากได้อุตสาหกรรมอะไร”

ขอแรงทูตเคาะประตูธุรกิจ

ดร.คณิศกล่าวอีกว่า ตอนนี้อีอีซีไม่มีความประสงค์จะมีสำนักงานอยู่ต่างประเทศ จึงได้ขอให้ทูตที่อยู่ต่างประเทศทั่วโลกช่วยกันหาธุรกิจ โดยทางอีอีซีจะส่งลิสต์รายชื่อบริษัทที่อยากได้ให้ทางทูต จากนั้นทูตจะดำเนินการ 2 อย่าง คือ 1.เพิ่มชื่อบริษัทที่เห็นว่าควรจะมาลงทุนในประเทศไทย และ 2.ติดต่อบริษัทเหล่านี้เพื่อให้อีอีซีพูดคุยและดึงมาลงทุน

“เราจะเข้าไปเจรจาว่า ถ้าเขาอยากจะลงทุน เขาอยากได้อินเซนทีฟแบบไหน มีข้อจำกัดอะไรบ้าง เราจะได้เริ่มเจรจาเป็นราย ๆ ไป เรื่องสิทธิประโยชน์ถือว่าเริ่มจากศูนย์ ค่อยมาดูว่าเขาอยากจะได้อะไร อะไรให้ได้หรือไม่ได้”

ดีลหัวเว่ย-กูเกิล-เฟดเอ็กซ์

ดร.คณิศเผยว่า กระบวนการนี้จะเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นและเร็วขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ 5จี ซึ่งรัฐบาลได้ติดต่อไปเกือบหมดแล้ว ตั้งแต่หัวเว่ยจากจีน รวมถึงไมโครซอฟท์ กูเกิล และวีเอ็มแวร์ ในสหรัฐอเมริกา หลัก ๆ จะเน้นการลงทุนที่สามารถสร้างคนและธุรกิจให้ประเทศได้ ส่วนธุรกิจด้านโลจิสติกส์ มียูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจด้านเมดิคอลฮับ ซึ่งได้คุยกับบริษัทในจีน และอังกฤษไว้แล้ว

ปั้น 4 แกนหลักสู้เวียดนาม

ดร.คณิศมั่นใจว่า ยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนของไทยในระยะยาวยังแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม หรือมาเลเซียได้ แม้เพื่อนบ้านจะมีสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน และเข้าร่วมความตกลงการค้าเสรี เช่น CPTPP ซึ่งไทยไม่ได้เข้าไป โดยมีเป้าหมายดึงดูดการลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การแปรรูปอาหาร, หุ่นยนต์, ดิจิทัล อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมพัฒนาบุคลากร และการศึกษา เป็นต้น

“ในช่วงที่ผ่านมามีโอกาสวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับซีอีโอบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกพบว่า ทุกคนสนใจที่จะมาลงทุนเกี่ยวกับ 5G ในบ้านเรา ซึ่งถือว่าเซอร์ไพรส์มาก ทั้งจีน ญี่ปุ่น เยอรมนี ทำให้เห็นว่าการประมูล 5G และข้อกำหนดที่ กสทช.ให้ผู้ประกอบการขยายเครือข่ายในพื้นที่ EEC เปรียบได้กับการต่อท่อประปาไว้ ส่วนใครจะต่อก๊อกมีธุรกิจมาเชื่อมกับ 5G ก็ทำได้ ซึ่งถ้าผลักดันการลงทุนได้ ก็จะทำให้เมืองไทยมีฐานอุตสาหกรรม 5G”

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน 5G แล้ว อีอีซีจะมุ่งไปยังการส่งเสริมในอีก 3 แกนหลัก คือ โลจิสติกส์, สุขภาพอนามัย (sanitary) และการพัฒนาเมืองใหม่

“พอทำสนามบินเสร็จ ก็จะมีคนมาคุยกับเราเรื่องโลจิสติกส์เยอะ จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ กรณีอาลีบาบาก็เรียบร้อยแล้ว รอตัดริบบิ้นอย่างเดียว คนอื่นก็จะตามมา การทำสนามบินอู่ตะเภาก็จะเน้นธุรกิจคาร์โก้ก่อน เพราะได้เงินเร็ว เป็นอะไรที่รับรองได้ว่าเกิดแน่ และอยากเห็นคนไทยมาลงทุน ส่วนเรื่องระบบ sanitary ขณะนี้มีกระแสว่า บริษัทจีนไม่สามารถส่งสินค้าไปอเมริกาได้ ก็จะย้ายมาไทย ก็เป็นจุดเริ่มที่จะดึงอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์เข้ามา ส่วนการพัฒนาเมืองใหม่ก็เพื่อรองรับแรงงานที่จะเคลื่อนย้ายมาทำงานในอีอีซี”

ทีมเศรษฐกิจใหม่ไม่กระทบอีอีซี

ดร.คณิศกล่าวว่า การเปลี่ยนรัฐมนตรี หรือทีมเศรษฐกิจ ไม่มีผลต่อโครงการอีอีซี เนื่องจากมีกฎหมายดูแลเฉพาะ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อมีปัญหาก็รายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนทีมเศรษฐกิจใหม่ ทั้งรัฐมนตรีคลัง คุณปรีดี ดาวฉาย และรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ก็ถือเป็นผู้ที่คุ้นเคย และเข้าใจความสำคัญของอีอีซี

ดึง 5 แสนคนต่อยอดพัฒนาฝืมือ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยตนเห็นว่าควรเปลี่ยนวิกฤตจากโควิด-19 ที่ส่งผลให้แรงงานตกงานจำนวนมาก มาใช้เป็นโอกาสในการ “รีสกิล” หรือพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีความต้องการ

“หากเป็นไปได้จะดึงแรงงาน 4-5 แสนคน เข้ามาพัฒนาฝีมือ ต่อยอดจากโครงการเดิมที่ทำร่วมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เราเรียนท่านนายกฯเป็นโอกาส เพราะเดิมเราเทรนคนไม่ทัน ถ้านำคนที่ตกงาน 4-5 แสนคน มาเทรนทีเดียว ก็จะเป็นประโยชน์ได้ อย่าไปคิดโควิดมีแต่เนกาทีฟ หรือคิดว่าเศรษฐกิจก็ไม่ดี อะไรก็ไม่ดี การเทรนคนเป็นเรื่องสำคัญ แรงงานไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ถือโอกาสทำซะ เราทำกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เราใส่เงินเข้าไป 30-50 ล้านบาท ขอสภาพัฒน์อีก 120 ล้านบาท”

สำหรับการฝึกอบรมจะใช้หลักสูตรระยะสั้น 1-3 เดือน โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยช่างในการจัดทำหลักสูตรสำหรับอุตสาหกรรม

“เอกชนและรัฐออกคนละ 50% แถมเอกชนนำไปหักภาษีได้อีก ก็เหลือจ่ายจริง ๆ แค่ 25% แต่มีเงื่อนไขว่าต้องจ้างงานคนเหล่านี้ 6 เดือนอย่างต่ำ อนุมัติไปแล้ว 80 หลักสูตร ในสมัย รมว.อุตตม อดีต รมว.คลัง และนายสุวิทย์ อดีต รมว.อว. ก็ฝึกอบรมไปได้ปีละ 10,000 คน แต่ปีหน้าเตรียมของบประมาณ มีเป้าหมายฝึกอบรม 20,000 คน”

ปลดล็อกปัญหาแล้งอีอีซี-ขยะ

ดร.คณิศกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่อีอีซีด้วยว่า ได้มีการดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยรองนายกรัฐมนตรี ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับผิดชอบดูแล ได้ลงพื้นที่พร้อมทั้งบริหารจัดการทุก 2 สัปดาห์ โดยมีนโยบาย 5 ด้าน คือ 1.บริหารจัดการใช้น้ำตลอดทั้งปี ทุก 2 สัปดาห์ห้ามการ์ดตก ตั้งอนุกรรมการบริหารน้ำ 2.สนับสนุนให้สูบน้ำกักเก็บในแหล่งน้ำปัจจุบัน อย่าปล่อยน้ำจืดลงทะเล

3.หนุนเอกชนขุดบ่อไว้เอง นิคมอุตสาหกรรมใหม่ต่อไปนี้ห้ามพึ่งแหล่งน้ำเดิม ต้องมีแหล่งน้ำของตัวเอง 4.ประปาชุมชน ประปาในหมู่บ้าน ให้เอกชนหาวิธีทำโมดูลพิเศษเพื่อทำซัพพลาย 5.โครงการผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืด แต่ที่สำคัญ ทุกภาคส่วนต้องช่วยการประหยัด ลดการใช้น้ำโดยใช้หลัก 3R ด้วย

เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาขยะ มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะ 2 โรง ซึ่งโรงที่ 2 กำลังจะเปิดประมูล โรงแรกที่ จ.ระยอง รับได้ 500 ตัน/วัน เป็นการร่วมลงทุนระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กับ ปตท. และยังต้องการเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้าขยะอีก 3-4 โรงงาน จากปัจจุบันกำจัดได้ 40%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีอีซี EEC