“LPC” ในบริบท “SE” ช่วยสตรีด้อยโอกาสมีอาชีพยั่งยืน
บริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือ LPC ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอาคารชุดพักอาศัยภายใต้แบรนด์ลุมพินี (LPN)ถูกออกแบบมาให้เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีผู้ด้อยโอกาส ทั้งนั้นเพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสทำงาน และสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ที่ผ่านมา LPC มีโอกาสสัมผัส และรับรู้ถึงชีวิตของพนักงานบริการความสะอาดว่ามีปัญหาในชีวิตมากมาย จึงมีนโยบายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพนักงานกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้น ภาคธุรกิจทั่วประเทศต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งทาง LPC ก็ประสบปัญหาเหมือนเช่นบริษัทอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามหาทางออกในการสร้างรายได้ สร้างงาน เพื่อช่วยเหลือพนักงานในบริษัท โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการเปิดตัวร้านกาแฟ She Cafe by LPC เพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาสและสร้างงานให้บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามห้องพัก อันมีแนวทางที่สอดคล้องกับกิจการเพื่อสังคม

“สุรัสวดี ซื่อวาจา” กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ LPC ว่า ในอดีต LPN มีการจ้างองค์กรภายนอกจัดหาคนทำงานตามระยะสัญญา (subcontract) ในตำแหน่ง รปภ.แม่บ้าน และคนสวน ตามคอนโดมิเนียมของลุมพินีในที่ต่าง ๆ อยู่หลายปีจนบริษัทพบว่าพนักงานในส่วนงานนั้นดูไม่มีความสุข และขาดงานบ่อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการคอนโดฯและความพึงพอใจของลูกค้า
“บริษัทพยายามหาต้นตอของปัญหาจนพบว่าพนักงานเหล่านั้นถูกรายล้อมไปด้วยปัญหาชีวิต เช่น มีหนี้นอกระบบและมีการศึกษาน้อย อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคม บริษัทจึงเกิดความคิดอยากช่วยเหลือพวกเขา เพราะความผูกพัน และอยากเห็นพวกเขามาทำงานอย่างมีความสุข เพราะเมื่อเขามีความสุขก็จะส่งผลต่อคุณภาพงานที่ดีด้วย LPN จึงสร้างแผนกบริการทำความสะอาดขึ้นมาในช่วงแรก และหลังจากทำมาได้ระยะหนึ่งเริ่มมองเห็นว่า กิจการที่กำลังดำเนินอยู่ไม่เหมือนกับหน่วยงานอื่น ๆ ใน LPN เพราะเป้าหมายหลักที่เปิดแผนกนี้ขึ้นมาไม่ได้หวังกำไร แต่อยากช่วยให้พวกเขามีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
“อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องมีเงินหมุนเพื่อให้แผนกนี้อยู่ได้ คือ ต้องมีเงินดูแลแม่บ้านต่อเนื่อง และยั่งยืน จึงเกิดการแยกแผนกนี้ออกมาเป็นบริษัท แอล พี ซีวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ในปี 2554 จากนั้นปี 2557-2558 ตั้งเป้ายื่นจดทะเบียนกับภาครัฐเป็นกิจการเพื่อสังคม (social enterprise-SE) เพราะอยากใช้การยื่นขอเป็น SE เพื่อเป็นเครื่องชี้วัดว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงกับนิยามของ SE จริง ๆ หรือไม่ และสังคมคิดอย่างไรกับสิ่งที่เราทำ”
“จนกระทั่งปี 2561 LPC เป็น 1 ใน 15 ผู้ประกอบการแรกของประเทศไทยที่ได้รับรองให้เป็น SE โดยเป็นบริษัทแรกที่เป็นกิจการเพื่อสังคมในโมเดลช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในนิยามสตรีด้อยโอกาสและถ้าแยกคำว่า social enterprise ออกจากกัน จะประกอบไปด้วยคำว่า สังคม (social) และกิจการ (enterprise) ซึ่ง LPC มุ่งเน้นทำงานทั้ง 2 ด้านอย่างเท่า ๆ กัน ดังนั้นเมื่อเวลา LPN ไปสร้างโครงการคอนโดมิเนียมที่ไหน LPC ก็จะคอยไปมองรอบ ๆ โครงการว่า คนในชุมชนนั้นอยู่กันอย่างไร บริษัทสามารถช่วยสร้างงานให้พวกเขาได้หรือไม่ เพราะอยากทำให้คนชุมชนรอบ ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น”
“สุรัสวดี” เล่าต่อว่า ส่วนกำไรที่ LPC ได้รับจากการว่าจ้าง ไม่ได้นำกลับไปที่ผู้ถือหุ้น แต่นำมาให้พนักงานกลุ่มนี้ที่เราดูแลอยู่ ซึ่งนอกเหนือจากเงินเดือนพวกเขาที่เราจ่ายมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 10% บริษัทยังจัดสรรรายได้ออกไปเป็นทุนการศึกษาของพนักงานบุตร ดูแลเรื่องสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกทักษะวิชาชีพให้เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ในวันหยุด อย่างเช่น การนวดแผนไทย และเปิดโอกาสการทำงานต่อเมื่ออายุครบ 60 ปีด้วย
“เพราะเราเชื่อว่าเมื่อพนักงานได้รับโอกาสดี ๆ ในการทำงาน พวกเขาก็อยากส่งต่อความดีคืนกลับสู่สังคม ที่ผ่านมามีการรวมตัวกันทำกิจกรรมจิตอาสา ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นวัด ชุมชนรอบข้าง หรือสถานีตำรวจ หรือการทำความดีในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเช่นการช่วยเหลือเจ้าของร่วมที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย ที่สำคัญ ตอนนี้ LPCมีพนักงาน 2,200 คน เป็นกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสประมาณ 1,500 คน ที่เข้าข่ายผู้ที่ต้องดูแลครอบครัวคนเดียว การศึกษาไม่เกิน ป.6 หรือโดนนายจ้างเดิมเอาเปรียบ นอกจากตำแหน่งแม่บ้าน LPC มี รปภ. หรือที่ LPC ตั้งชื่อตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ต้อนรับ โดยทำงานตรงเคาน์เตอร์คอยดูCCTV และอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของร่วม (ลูกบ้าน)”
“ตอนนี้พนักงานของ LPC ถูกยอมรับจากเจ้าของร่วมในคุณภาพของการทำงาน และความปลอดภัย เพราะเราสอนทั้งงาน และทัศนคติในการใช้ชีวิต ทำให้สังคมในโครงการคอนโดมิเนียมของ LPN มีความน่าอยู่และอบอุ่น และไม่เพียงแต่สร้างอาชีพ บริษัทยังส่งเสริมให้พนักงานเติบโตในการทำงาน มีความภูมิใจในศักยภาพของตนเอง พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ที่พวกเขาต้องการ เช่น จากตำแหน่งแม่บ้านเปลี่ยนไปเป็นคนขับรถตู้รับส่งเจ้าของร่วมไปที่จุดต่าง ๆ โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่อายุเฉลี่ย 40 ปีพัฒนาตนเองในการเรียนรู้การขับรถจนสอบผ่านและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ล่าสุด LPC เปิดร้านกาแฟ She Cafe by LPC เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาส โดยแนวคิดเปิดร้านกาแฟเกิดจากวิกฤตโรคโควิด-19 ทำให้เราตัดสินใจหาช่องทางช่วยเหลือพนักงานเพิ่มขึ้น เพราะช่วงนั้นมีการยกเลิกการให้บริการทำความสะอาดตามห้องชุด เนื่องจากลูกค้าคำนึงถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และขณะเดียวกัน เราต้องการรักษาความปลอดภัยให้พนักงานของเราเช่นกัน ทำให้พนักงานทำความสะอาดกว่า 100 คนไม่มีงาน ซึ่งเราเข้าใจความจำเป็นของลูกค้า และยอมจ่ายเงินล่วงหน้าคืนลูกค้า อย่างไรบริษัทไม่มีการเลิกจ้างพนักงานเพราะสาเหตุดังกล่าว”
“สุรัสวดี” กล่าวในตอนท้ายว่า จากวิกฤตตรงนั้นทำให้เราคิดทบทวนว่า จำเป็นต้องมีกิจการเสริมที่สามารถโยกย้ายพนักงานของเราไปทำได้เมื่อเกิดวิกฤต SE ของเราไม่ควรทำธุรกิจให้บริการตามคอนโดมิเนียมอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องหาแหล่งรายได้จากทางอื่นด้วย ซึ่งการเรียนรู้เรื่องธุรกิจ SE ร้านกาแฟจึงเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการสร้างร้านกาแฟ เพราะเวลาที่มีจำกัดเพียง 1 เดือน โชคดีที่พนักงานเห็นด้วยกับเรา มองตากันแล้วพร้อมสู้

“She Cafe by LPC สาขาแรกตั้งอยู่ที่อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ชั้น 11 เป็นอาคารที่ไม่เคยมีร้านกาแฟมาก่อน ซึ่งตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่โดยร้านกาแฟมีห้องประชุมขนาดเล็ก และกลางอยู่ภายในนั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์เรานำมาจากสำนักงานขายคอนโดมิเนียมของ LPN หลายที่ที่ปิดการขายไปแล้ว ด้วยการนำมาตกแต่งเข้ากันอย่างลงตัว นอกจากร้านกาแฟ เรายังสร้างงานให้บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามห้องพัก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากเจ้าของร่วม”
“ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยทำให้ SE ของเราดำเนินต่อไปได้ และหลังจากนี้ เราวางแผนจะสร้างรายได้ช่วยเหลือพนักงานของเราด้วยการทำน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน และเจลแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าเพื่อจำหน่าย เน้นแพ็กเกจสวยงามเพื่อเป็นของฝากได้ เนื่องจากเรามองว่า LPC เป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ตัวหนึ่งในสังคมที่มีส่วนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสมีงานทำ และทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงอยากสนับสนุนให้หลาย ๆองค์กรลุกขึ้นมาทำ SE เพื่อปัญหาสังคมที่มีอยู่จะได้ลดน้อยลง ทั้งยังช่วยสังคมไทยของเราให้แข็งแรงขึ้นในอนาคตอีกด้วย”
ซึ่งไม่ธรรมดาเลย