เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ดูทั้งหมด

แนวโน้มตลาด ก่อนและหลัง การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

01 ก.ย. 2563 | 09:19น.
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์
คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก
สุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการเลือกตั้งที่ผู้สมัครจาก 2 พรรค คือ รีพับลิกัน และเดโมแครต ทั้ง 2 คนยังไม่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาก่อน ในเชิงการลงทุนจะเปรียบเสมือนวัฏจักรทางการเมืองรอบใหญ่ที่ส่งผลระดับหนึ่งต่อเศรษฐกิจและราคาสินทรัพย์ทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐรอบนี้ ปี 2563 แม้ตัวแทนพรรครีพับลิกันเป็น นายทรัมป์ ประธานาธิบดีปัจจุบัน (ยังไม่ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี) ขณะที่คู่แข่งตัวแทนพรรคเดโมแครต คือ นายไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ สมัยประธานาธิบดีโอบามา แต่ความนิยมที่ลดลงอย่างรวดเร็วของทรัมป์ ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่นายไบเดนจะชนะเลือกตั้ง และจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งนี่จะมีผลต่อเศรษฐกิจและราคาสินทรัพย์การเงินระดับหนึ่งเช่นกัน

ในเชิงการลงทุน ผมมีความคิดเห็นดังนี้ 1) ดูจากผลโพลล่าสุด นายไบเดนมีคะแนนนำประธานาธิบดีทรัมป์หลายจุด สามารถคาดด้วยความเชื่อมั่นกว่า 70% นายไบเดนจะชนะเลือกตั้ง และมีความเป็นไปได้ 60% ที่พรรคเดโมแครตจะได้ที่นั่งเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ด้วยเหตุนี้ ความเห็นผมในข้อต่อไปจะอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า นายไบเดนชนะเลือกตั้งและพรรคเดโมแครตจะคุมเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา (อย่างน้อย 2 ปีจากนี้)

2) ในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ คาดว่านโยบายเศรษฐกิจของนายไบเดนจะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังวงเงินที่สูงมาก และการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จะผ่านสภาได้ไม่ยาก เพราะพรรคเดโมแครตคุมเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา และการขึ้นภาษีนิติบุคคลจากระดับเดิมที่ประมาณ 20% เป็นอัตราที่สูงกว่านั้น น่าจะเกิดขึ้นหลังผลกระทบจากโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจสหรัฐลดลง ซึ่งน่าจะเป็นช่วง 2 ปีสุดท้ายในเทอมแรกของนายไบเดน (2566-2567) แต่ตลาดอาจจะมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อนการขึ้นภาษีนิติบุคคลที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งนั่นจะต้องคอยดูต่อไป เมื่อนายไบเดนเข้าบริหารประเทศในปีหน้า แต่จุดยืนเรื่องขึ้นภาษีนิติบุคคลนี้จะมีผลระยะสั้นต่อตลาดในช่วงก่อนเลือกตั้งใน พ.ย. 63

นอกจากนี้คาดว่าพรรคเดโมแครตจะกลับมาใช้นโยบายโอบามาแคร์ คุมราคายา ราคาบริการสาธารณสุขที่จำเป็น และคุมธุรกรรมของสถาบันการเงินมิให้เสี่ยงเกินไป ด้วยการกลับมาเพิ่มความเข้มงวดในกฎหมายดอดจ์ แฟรงก์ รวมทั้งการควบคุมอำนาจเหนือตลาดของบริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสนับสนุนพลังงานสะอาด การแก้ปัญหาโลกร้อน

สุดท้าย ในส่วนของนโยบายการเมืองระหว่างประเทศของนายไบเดน จะกระชับความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรเดิมของสหรัฐที่ห่างเหินในสมัยทรัมป์ จากการทำสงครามการค้า เช่น ยุโรป แคนาดา เม็กซิโก เป็นต้น แต่สิ่งเดียวในนโยบายต่างประเทศที่นายไบเดนจะรักษาจุดยืนเดียวกับประธานาธิบดีทรัมป์ คือ นโยบายต่อจีน ที่สหรัฐจะยังมีนโยบายที่จำกัดอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีของจีน

ซึ่งผมคิดว่าความเข้มข้นของความเป็นปรปักษ์ของสหรัฐที่มีต่อจีน ในสมัยไบเดนเป็นประธานาธิบดี จะสูงกว่าสมัยทรัมป์ แต่คงจะไม่เป็นข่าวรายวัน เพราะนายไบเดนไม่ใช้การ Tweet แถลงนโยบายต่างประเทศรายวันเช่นเดียวกับทรัมป์

ตัวอย่างหนึ่งในการปิดล้อมจีนที่สำคัญ คือ สหรัฐจะหวนมาทำข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่จะกีดกันจีน ข้อตกลงทางการค้า CPTPP (Comprehensive and Progressive Trans-pacific Partnership) ซึ่งถ้าสหรัฐกลับมาเข้าร่วม CPTPP จะส่งผลต่อการกีดกันจีนออกจากเครือข่ายการผลิตโลก อย่างมีนัยสำคัญ

3) ผลกระทบตลาดระยะสั้น ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐตอนนี้ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีบทบาทในการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นกว่า 38% ฉะนั้น จากนี้ไปจนถึงวันรู้ผลเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนจะขายเอาเงินส่วนกำไรออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในเชิงนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงในปีหน้าหลังเลือกตั้ง แต่ผมประเมินว่าการปรับฐาน ถ้าเกิดขึ้นไม่น่าจะทำให้ดัชนีลงมากกว่า 20% จากดัชนีสูงสุดล่าสุด

อีกทั้งผลสำรวจนักลงทุนสถาบันล่าสุดใน ส.ค. ของ Merrill Bank of America บ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มองตลาดหุ้นอยู่ในภาวะกระทิง ต่อเนื่องจากการผ่านจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจที่ได้รับผลลบจากโควิด-19 การที่วัคซีนใกล้ประกาศใช้เร็วกว่าที่คาด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังคงพิมพ์เงินจำนวนมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้ระยะเวลาในการปรับฐานอาจจะเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน

4) ผลกระทบระยะกลาง คาดว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ในทิศทางขาลงต่อเนื่อง เป็นภาพใหญ่ระยะยาวจากการขาดดุลการคลังจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายการเงินผ่อนคลายปริมาณมหาศาล แต่การที่โลกยังขาดเงินสกุลที่เข้ามาท้าทายดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปีละ 3-5% ต่อปีจากนี้ไป (ดูจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐ) เป็นสิ่งที่เป็นไปได้จนกว่าสหรัฐจะกลับมาลดการขาดดุลการคลังได้สำเร็จ

ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังขนาดใหญ่จะมีส่วนฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐอย่างแรง และทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐในปีนี้และปีหน้า ยังเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก