“สธ.” ยกระดับตรวจโควิดเชิงรุก เพิ่มทีมสอบสวนโรคอีก 3-5 เท่า
ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข
ปลัด สธ. ยืนยัน ควบคุมการระบาดได้ หากตัวเลขผู้ป่ายรายใหม่ ไม่เกิน 50-100 ราย/วัน เร่งกระจายทีมตรวจเชิงรุก 3-5 เท่า พร้อมเพิ่มศักยภาพการตรวจหาโรค
วันที่ 10 กันยายน 2563 มติชน รายงานว่า นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ยังต้องคงมาตรการด้านสาธารณสุขและชีวิตวิถีใหม่ สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ลดความแออัด ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมการระบาดได้ หากมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกินวันละ 50-100 ราย ศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะสามารถรองรับได้ รวมถึงต้องมีการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้สถานการณ์กลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีผู้ป่วยหรือมีผู้ป่วยในวงจำกัด
นพ. สุขุม ได้กล่าวเตือนประชาชน อย่าเพิ่งคิดว่าปลอดภัย เพราะอาจเกิดการระบาดรอบ 2 ได้เสมอ เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศ รวมถึงการลักลอบเข้าประเทศตามแนวชายแดน ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข พร้อมจะดูแลคนไทยให้ปลอดภัย โดยมีการดูแล ป้องกันผู้ป่วยจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐได้จัดสถานกักโรคไว้ให้ (State quarantine) ดูแลผู้เข้าประเทศ
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ได้กระจายทีมลงตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อในประเทศ และผู้ป่วยจากต่างประเทศที่อาจมีการลักลอบเข้าประเทศอีกด้วย
“ต้องเน้นการดำเนินงานทั้งการป้องกัน ค้นหา รักษา และควบคุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง เพิ่มศักยภาพให้ตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลได้มากขึ้น เพิ่มจำนวนทีมสอบสวนโรคอีก 3-5 เท่า ซักซ้อมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ระบบการจัดการข่าวสารและการสื่อสารความเสี่ยง ยกระดับการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีระบบสำรองเวชภัณฑ์อย่างเหมาะสม การใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ออกแบบแผนกหอผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อ ลดความแออัดในโรงพยาบาล นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพ และยกระดับห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล” ปลัด สธ. กล่าว
ขณะที่รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อจากโรคโควิด-19 จากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย 5 ราย อินเดีย 2 ราย และเข้า State Quarantine
ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,454 ราย หายป่วยเพิ่ม 24 ราย รวมหายแล้ว 3,310 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 86 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยตัวเลขยอดเสียชีวิตขณะนี้รวม 58 ราย