เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

สบน.ฟังความคิดเห็นแก้ไขกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะ-กฎหมายเงินคงคลัง

10 ต.ค. 2560 | 15:36น.

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Focus Group) ต่อการแก้ไขกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะและกฎหมายเงินคงคลัง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคการเงินการคลัง รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการเข้าร่วมระดมความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

โดยร่างกฎหมายที่จัดการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีหลักการสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปการบริหารเงินสดและการกู้เงินของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีสาระสำคัญ 2 ประเด็นดังนี้

ประเด็นที่ 1 : การเพิ่มเติมอำนาจกระทรวงการคลังในกู้เงินเพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง เนื่องจากภายใต้กฎหมายปัจจุบันรัฐบาลไม่มีกรอบวงเงินกู้เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง (Cash Management) เป็นการเฉพาะ จึงส่งผลให้การบริหารเงินคงคลังและการวางแผนการกู้เงินที่ผ่านมามีข้อจำกัดและเกิดต้นทุนในการบริหารเงินสด ร่างกฎหมายที่แก้ไขนี้จึงได้บัญญัติให้กระทรวงการคลังสามารถออกตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) อายุไม่เกิน 120 วัน เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลังได้เป็นครั้งคราวเมื่อมีความจำเป็นต้องรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตั๋วเงินคลังที่ออกเพื่อบริหารสภาพคล่องดังกล่าว จะมียอดคงค้างได้ไม่เกินร้อยละ 3 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และต้องมีการรายงานยอดตั๋วเงินคลังคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณต่อรัฐสภาด้วย

ประเด็นที่ 2 : การขยายระยะเวลากู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี เนื่องจากตามกฎหมายปัจจุบันการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณนั้นๆ ในขณะที่กระบวนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในแต่ละปี หน่วยงานภาครัฐที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณ จะมีการขออนุมัติเพื่อกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ ส่งผลให้รัฐบาลมีต้นทุนการถือครองเงินสดในส่วนที่ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลฯ มาทั้งจำนวนโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จึงได้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถขยายระยะเวลากู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปีได้ และกำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินในกรณีดังกล่าวได้ไม่เกินวงเงินที่มีการอนุมัติให้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะต้องประกาศวงเงินกู้ที่มีการขยายเวลากู้เงินในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย

การแก้ไขกฎหมายตามหลักการข้างต้นนี้สอดคล้องกับร่างกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกำหนดให้ “การบริหารเงินคงคลังจะต้องรักษาไว้ในระดับที่จำเป็นเพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการเบิกจ่ายเพื่อการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการบริหารสภาพคล่อง” และ “การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานะของเงินคงคลัง โดยคำนึงถึงประมาณการรายได้และแผนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา” โดย สบน. คาดหวังว่า เมื่อกฎหมายทั้งสองฉบับมีผลใช้บังคับจะทำให้กระทรวงการคลังมีกลไกการบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง และการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการเงินคงคลัง ตลอดจนการวางแผนการกู้เงินของรัฐบาลโดยรวม และที่สำคัญจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายอันเกิดจากต้นทุนเงินกู้ (carry cost) ที่แฝงอยู่ในเงินคงคลังลงได้

ทั้งนี้ สบน. คาดว่าร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในเดือนพฤศจิกายน 2560

อนึ่ง นอกจากการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นข้างต้นแล้ว สบน. ยังได้มีการเผยแพร่ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.lawamendment.go.th ด้วย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ในระหว่างวันที่ 3 – 17 ตุลาคม 2560