Skip to content

NASA หลังชนฝา ดิ้นหาเงิน เปิดสถานีอวกาศถ่ายโฆษณา

03 ต.ค. 2563 | 19:30น.
NASA หลังชนฝา ดิ้นหาเงิน เปิดสถานีอวกาศถ่ายโฆษณา

คอลัมน์ Tech Time

มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ในยุคสงครามเย็นที่การแข่งแสดงแสนยานุภาพในอวกาศระหว่างสหรัฐกับโซเวียตพุ่งถึงขีดสุด NASA เป็นองค์กรที่ได้รับความสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศ ถึงขั้นเคยกำเงินงบประมาณกว่า 4% ของประเทศไว้มาแล้ว

แต่วันนี้ ขณะที่สตาร์ตอัพอย่าง SpaceX ระดมทุนได้มหาศาลเพื่อพัฒนายานอวกาศที่จะนำมนุษย์ไปดาวอังคาร NASA องค์กรที่เคยเป็นความภูมิใจของคนทั้งประเทศกลับต้องดิ้นรนหารายได้เพื่อประคองตัวให้ทำการทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หลังงบประมาณลดจนเหลือไม่ถึง 0.5% ของงบฯทั้งหมดของประเทศ

หนึ่งในวิธีหารายได้คือ การเปิดโอกาสให้เอกชนใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของ “สถานีอวกาศนานาชาติ” (International Space Station หรือ ISS) เพื่อทำมาร์เก็ตติ้งและงานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่าง ๆ เช่น การถ่ายทำภาพยนตร์และผลิตสื่อโฆษณาสินค้า

ลูกค้ารายล่าสุด คือ Estee Lauder แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำที่เจียดเงิน 4 ล้านกว่าบาท นำซีรั่มบำรุงผิวสูตรใหม่ไปถ่ายภาพโปรโมตบนสถานีอวกาศ โดยได้รับเกียรติจากนักบินอวกาศเป็นคนช่วยถ่ายให้ไม่ต้องห่วงว่าภาพลักษณ์ของนักบินอวกาศจะเสียหาย เพราะ NASA ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นให้นักบินอวกาศโชว์หน้าไลฟ์สด หรือรีวิวซีรั่มระหว่างปฏิบัติหน้าที่ (ยังไงกฎขององค์กรก็ไม่อนุญาตให้นักบินไปปรากฏตัวในงานโฆษณาเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว)

สำหรับ “สถานีอวกาศนานาชาติ” คือห้องทดลองบนอวกาศสำหรับงานค้นคว้าและวิจัยในระดับนานาชาติที่ประกอบขึ้นในวงโคจรต่ำของโลก เน้นงานวิจัยด้านชีววิทยา ชีววิทยามนุษย์ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และอุตุนิยมวิทยา ซึ่งต้องทำในสภาวะที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ทดสอบระบบกระสวยอวกาศที่จำเป็นต่อปฏิบัติการระยะยาว เพื่อการนำมนุษย์ไปดวงจันทร์และดาวอังคาร

NASA ตั้งเป้าว่าจะจัดสรรเวลาทำงานของนักบินอวกาศที่อยู่บนสถานีอวกาศปีละ 90 ชั่วโมง เพื่อช่วยเอกชนผลิตสื่อภาพยนตร์ สารคดี หรือหนังโฆษณาเพื่อโปรโมตสินค้าและการท่องเที่ยวฟิล แม็คอลิสเตอร์ ผู้อำนวยการด้านการบินอวกาศเพื่อการพาณิชย์ของ NASA บอก CNN Business ว่า เวลาของนักบินที่เอามาช่วยเอกชนโปรโมตสินค้านั้นถือว่าเล็กน้อย หรือคิดเป็นเพียง 5% ของเวลาปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่ถือเป็นการทำงานเพื่อนำทางไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

จะว่าไปก็พอเข้าใจได้ เพราะตอนนี้NASA กำลังกระเสือกกระสนของบฯสนับสนุนจากสภาในการส่งนักบินอวกาศหญิงคนแรกไปดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2024 ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Artemis ที่คาดว่าต้องใช้งบฯราว 2.8 หมื่นล้านเหรียญ Artemis ถือเป็นความพยายามรอบใหม่ของสหรัฐในการทวงบัลลังก์ความเป็นผู้นำในห้วงอวกาศกลับคืนมา หลังจากที่ไม่ได้ส่งมนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์อีกเลย นับจากปี 1972

ตอนนี้คู่แข่งเปลี่ยนจากโซเวียตมาเป็นพี่ใหญ่แห่งเอเชียอย่างจีน ที่โหมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคี่ยวกับสหรัฐในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงการแข่งขันกันบนอวกาศด้วย โดยต้นปี 2019 จีนสามารถนำยานสำรวจภาคพื้นดินที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติไปวิ่งสำรวจบนดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นประเทศแรกของโลก

NASA หวังว่า Artemis จะสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีของสหรัฐกลับคืนมาได้ แต่ติดอยู่ตรงที่จนป่านนี้งบประมาณ 3.2 พันล้านเหรียญ ที่จะเอามาสร้าง landing system ก็ยังไม่ผ่านสภาเสียที พักหลังเลยได้เห็น NASA หารายได้เสริมด้วยการเซ็นสัญญากับเอกชนรัว ๆ ตั้งแต่จับมือกับแบรนด์สปอร์ตแวร์เจ้าดังอย่าง adidas ไปจนถึงการทำข้อตกลงกับทอม ครูซ เพื่อให้พระเอกและผู้กำกับชื่อดังใช้สถานที่ในยานอวกาศนานาชาติเพื่อถ่ายทำหนังเรื่องใหม่

ถึงรายได้จาก “บริการเสริม” เหล่านี้จะไม่น้อย แต่ก็ยังห่างไกลจากงบประมาณทั้งหมดที่ต้องใช้ในการผลักดันโครงการใหม่ ดังนั้นตอนนี้ใครเป็นแฟนคลับ NASA คงต้องเอาใจช่วยหนัก ๆ ยิ่งมาผลักดันโครงการช่วงเศรษฐกิจขาลงสุด ๆ แบบในตอนนี้ คงเหนื่อยยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NASA