เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
SD Talk บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
Politics อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
Economic กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
Finance ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
Business ‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
Economic รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
Finance ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
Finance ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
Economic เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
ดูทั้งหมด

“อลิอันซ์” รายงานความมั่งคั่งโลกปี 2020 ไทยติดอันดับหนี้ต่อจีดีพีสูงสุดในภูมิภาค

07 ต.ค. 2563 | 17:51น.

“กลุ่มอลิอันซ์” เผยรายงานห์สถานการณ์ทรัพย์สิน-หนี้สินของครัวเรือนใน 60 ประเทศทั่วโลก พบช่องว่างทางด้านการเงินระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่ยากจนสูงขึ้นอีกครั้ง ไทยยังมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงเพิ่มขึ้น 79.7% มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 55% และยังเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในภูมิภาค

ปีแห่งความมั่งคั่ง!

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีรายงานความมั่งคั่งทั่วโลกสูงขึ้นอย่างมากเท่าครั้งนี้ สินทรัพย์ทางการเงินโดยรวม(เงินสดและเงินฝากธนาคาร เงินที่ได้จากบริษัทประกันและเงินบำนาญ หลักทรัพย์ (หุ้น พันธบัตร และเงินลงทุน) และเงินจากลูกหนี้) เพิ่มขึ้นถึง 9.7% ในปี 2562 ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2548 นับเป็นการเติบโตที่สูงเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าในปี 2562 โลกจะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น และภาวะถดถอยทางอุตสาหกรรม

แต่เมื่อธนาคารกลางเปลี่ยนทิศทางและตัดสินใจผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดหุ้นซึ่งดีดตัวขึ้นถึง 25% ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสินทรัพย์ประเภทหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 13.7% ในปี 2562 และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดของศตวรรษที่ 21

การเติบโตของกลุ่มสินทรัพย์ อาทิ เงินฝาก บำนาญ และประกัน เกิดขึ้นช้ากว่า แต่ยังคงเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ดี เบี้ยประกันและบำนาญเพิ่มขึ้น 8.1% สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่เงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 6.4% สินทรัพย์ทุกประเภทเพิ่มขึ้นอย่างมากและมากกว่าอัตราเฉลี่ยนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ (Great Financial Crisis)

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ของปี 2562 นั่นคือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเกิดใหม่มักเป็นเจ้าของสถิติการเติบโตในภูมิภาค แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว ในปี 2562 ภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดเป็นภูมิภาคที่ร่ำรวยที่สุด ได้แก่ ทวีปอเมริการเหนือและโอเชียเนีย โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินโดยรวมของครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ถึง 11.9% ทำให้ประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่สามารถเติบโตแซงหน้าประเทศที่ร่ำรวยกว่าเป็นปีที่3 ติดต่อกัน การพัฒนาให้ทันกับประเทศร่ำรวยได้หยุดชะงักลง

เรากำลังเจอกับวิกฤต?

ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิม ในปี 2563 และอาจจะรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่ไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ธนาคารกลางและหน่วยงานทางด้านการเงินต่างๆ ทั่วโลกอัดฉีดมาตรการทางการเงินและการคลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนและสินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนจากผลกระทบของโควิด-19

เราคาดการณ์ว่าครัวเรือนจะสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบที่ได้รับในไตรมาสแรกและมีสินทรัพย์โดยรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตรา 1.5% ในช่วงท้ายของไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 จากเงินฝากธนาคารที่จะเพิ่มขึ้นถึง 7.0% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนและการสำรองเงิน จึงมีความเป็นได้อย่างมากที่สินทรัพย์ครัวเรือนจะไม่ติดลบในปีแห่งโรคระบาดอย่างปี 2563 นี้

นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อลิอันซ์

“นโยบายทางการเงินที่ดูเหมือนเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการทางการเงินในช่วงเวลานี้ แต่อัตราดอกเบี้ยที่เป็นศูนย์หรือติดลบเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่อาจไม่เหมาะสมในระยะยาว เพราะเป็นอุปสรรคขัดขวางการสะสมความมั่งคั่ง ทั้งยังทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางสังคมมากขึ้นกว่าเดิม

การเอาตัวรอดในขณะนี้กับการรอดพ้นไปตลอดในอนาคตเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นเราจึงต้องการการปฏิรูปเชิงโครงสร้างหลังโควิด-19 เพื่อวางพื้นฐานสำหรับการเติบโตที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอลิอันซ์ กล่าว

สถานการณ์สวนกระแส

ช่องว่างทางการเงินระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจนขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง ในปี 2543 จำนวนสินทรัพย์ต่อหัวในประเทศที่พัฒนาแล้ว มากกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ถึง 87 เท่า ในปี 2559 อัตราส่วนดังกล่าวลดลงเหลือ 19 เท่า ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งเป็น 22 เท่าในปี 2562 การพัฒนาเพื่อตามประเทศร่ำรวยให้ทันหยุดชะงัก โดยจำนวนชนชั้นกลางทั่วโลกลดลงอย่างมาก จากมากกว่าหนึ่งพันล้านคนในปี 2561 เหลือ 800 ล้านคนในปี 2562

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงการพัฒนาตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษใหม่ จำนวนชนชั้นกลางทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 50% และจำนวนคนร่ำรวยเพิ่มขึ้น 30% เมื่อปรับตามการเพิ่มขึ้นของประชากรแล้ว ในขณะที่คนจนมีจำนวนน้อยลงเกือบ 10% หากไม่นับความก้าวหน้าเช่นนี้ โลกยังคงเป็นโลกแห่งความไม่เท่าเทียม คนที่รวยที่สุดในโลกมีจำนวน 10% ของประชากรทั้งโลก หรือ 52 ล้านคน โดยมีสินทรัพย์เฉลี่ย 240,000 ยูโร กลุ่มคนรวยมีสินทรัพย์รวมกันประมาณ 84% ของสินทรัพย์ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2562 และ 1% ของคนกลุ่มนี้มีสินทรัพย์เฉลี่ยมากกว่า 1.2 ล้านยูโร หรือ 44% ของสินทรัพย์ทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่สิ้นสุดปี 2543 เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด ในขณะที่ความมั่งคั่งของกลุ่มคนรวยลดลง 7% สินทรัพย์ของกลุ่มคนที่รวยที่สุดในโลกเพิ่มขึ้น 3% สะท้อนให้เห็นว่ามหาเศรษฐีกำลังร่ำรวยกว่าคนกลุ่มอื่นของสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ

“สิ่งที่น่ากังวลคือ ช่องว่างระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจนเริ่มขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง แม้ในช่วงก่อนที่โควิด-19 จะระบาด” มิคาเอล กริม นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของอลิอันซ์และผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ กล่าว “โรคระบาดจะทำให้ความไม่เท่าเทียมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อโลกาภิวัตน์ การศึกษา และบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศรายได้น้อย หากประเทศต่างๆ สนใจเฉพาะการแก้ปัญหาในประเทศของตัวเอง โลกจะยากจนมากขึ้น”

สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงน่าเป็นห่วง

ในปี 2562 สินทรัพย์รวมของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้น 5.2% ซึ่งเป็นผลมาจากเงินประกันและบำเน็จบำนาญที่เพิ่มขึ้น 13.4% หลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 3.9% และเงินฝาก 2.9% โดยเงินฝากยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของครัวเรือนไทย มีส่วนแบ่งตลาด 51.2% ในขณะที่หลักทรัพย์มีส่วนแบ่ง 27.6% เงินประกันและบำนาญ 21.1%

เงินกู้เติบโตในอัตราที่น้อยลงที่ 5.1% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์โดยรวมเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้น 79.7% มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 55% และยังเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในภูมิภาค

สินทรัพย์สุทธิต่อหัวเพิ่มขึ้น 5.1% ไปอยู่ที่ 3,936 ยูโร (หรือประมาณ 146,419 บาท) เมื่อสิ้นปี 2562 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยอยู่ในลำดับที่ 45 เช่นเดียวกับปีก่อน

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 28 กันยายน 2563 : 1 ยูโร = 37.20

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มอลิอันซ์ หนี้