เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
ดูทั้งหมด

“เมดพาร์ค” เจาะคนไข้ไฮเอนด์ ชูโมเดลดึงหมอถือหุ้น-รักษาโรคซับซ้อน

09 ต.ค. 2563 | 13:05น.

“ทีพีพี เฮลท์แคร์ฯ” รุกธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่มงบฯก้อนโต ปั้น “เมดพาร์ค” รพ.ไซซ์ใหญ่ ขนาด 550 เตียง เปิดโมเดลดึงคุณหมอลงขันสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน ชูจุดขายเน้นรักษาโรคยาก-โรคซับซ้อน มุ่งเจาะลูกค้าตลาดบน เริ่มเปิดให้บริการเฟสแรก 205 เตียง พร้อมระดมแพทย์-พยาบาลมากประสบการณ์ลุยเต็มพิกัด พร้อมเพิ่มสัดส่วนห้องไอซียูเป็น 30% รองรับคนไข้วิกฤต เผยล่าสุด 4 ศูนย์ “หัวใจ-มะเร็ง-ไต-แล็บ” ได้สิทธิบีโอไอยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและภาษีจากกำไร 8 ปี

ที่ผ่านมาแม้ว่าในภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกและต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการเข้าใช้บริการที่ลดลงทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน ทำให้หลาย ๆ แห่งต้องเร่งปรับตัวและชะลอการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ล่าสุดมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งใหม่เกิดขึ้น ในชื่อของ “เมดพาร์ค” ได้เปิดให้บริการในใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่บนถนนพระรามที่ 4

รพ.เมดพาร์ค เจาะตลาดบน

นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะกรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลเมดพาร์ค (Med Park) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเมดพาร์คได้เริ่มเปิดให้บริการรักษาพยาบาลในเฟสแรกแล้วบางส่วน โดยเริ่มมีการผ่าตัด มีการสวนหัวใจ ฯลฯ ให้กับคนไข้ไปแล้วจำนวนหนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเปิดให้บริการแล้ว ทั้งนี้ รพ.เมดพาร์คถูกวางตำแหน่งให้เป็นโรงพยาบาลที่มุ่งเน้นการรักษาโรคที่รักษายากและโรคที่มีความซับซ้อนเป็นหลัก เน้นจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มระดับบน เนื่องจากเมดพาร์คเป็นโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์รวมของทรัพยากรทางด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย จึงเน้นย้ำโรคที่ยังหาวินิจฉัยไม่ได้หรือรักษาไม่หายตามแนวทาง destination medicine ของ Mayoclinic ที่ Rochester Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ เมดพาร์คเป็น รพ.ที่ดำเนินการโดยบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท มีบริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) เป็นจุดเริ่มต้น และถือหุ้นในสัดส่วน 42% หรือ 1,050 ล้านบาท และได้ร่วมกับศาสตราจารย์นายแพทย์สิน อนุราษฎร์ อดีตอาจารย์โรงเรียนแพทย์ประจำ University of Iowa และ Texas Tech University และอดีตผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนระดับนานาชาติ ในการก่อตั้งเมดพาร์ค และส่วนที่เหลือเป็นการรวมถือหุ้นของแพทย์ท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน

“นโยบายสำคัญของเมคพาร์ค อย่างหนึ่งก็คือ การให้หมอหรือแพทย์ทุกท่านเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยกัน โดยเปิดโอกาสให้คุณหมอทุกท่านที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุน เข้ามาถือหุ้นและเป็นเจ้าของเมดพาร์คร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นอาจจะกล่าวได้ว่า เมดพาร์คที่เพิ่งเปิดให้บริการนี้ก็คือ โรงพยาบาลลูกของ รพ.มหาชน เพียงแต่ว่าเมดพาร์คนั้นเป็นลูกที่เกิดมาแล้วตัวโตกว่าแม่”

ทุ่ม 7 พันล้านปั้นโปรเจ็กต์ยักษ์

นายแพทย์พงษ์พัฒน์ให้ข้อมูลว่า เมดพาร์คเป็นโรงพยาบาล ขนาด 550 เตียง ประกอบด้วย อาคาร 25 ชั้น พื้นที่ประมาณ 90,000 ตารางเมตร มีแพทย์เฉพาะทางกว่า 30 สาขา เมื่อเปิดให้บริการเต็มที่จะสามารถให้บริการด้วยห้องตรวจผู้ป่วยนอกถึง 300 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยค้างคืนได้ 550 เตียง โดยมีจำนวนเตียงผู้ป่วยวิกฤต 130 เตียง รวมทั้งได้มีการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ก้าวหน้าอย่างครบครัน อาทิ PET-CT, MRI 3 Tesla, SPECT-CT, Nuclear Medicine, Radiation Therapy (เครื่อง LINAC), Bonne Marrow Tranplantation Unit และ Hybrid Operating Theater เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์รักษาโรคต่าง ๆ อย่างครบครัน อาทิ ศูนย์หัวใจ ศูนย์ตรวจสุขภาพ คลินิกทันตกรรม คลินิกโรคผิวหนัง แผนกฉุกเฉิน คลินิกต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิซึม คลินิกโสต ศอ นาสิก คลินิกจักษุ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ คลินิกอายุรกรรม คลินิกผู้สูงวัย คลินิกเส้นผม ศูนย์ไตเทียมแบบห้องส่วนตัว คลินิกโรคไตแบบบูรณาการ คลินิกประสาทวิทยา คลินิกศัลยกรรมประสาท คลินิกสูตินรีเวช เป็นต้น

ที่สำคัญโครงการนี้ได้สิทธิและประโยชน์ทางด้านภาษีอากรจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 4 ส่วน คือ ศูนย์หัวใจ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์ไต และศูนย์วินิจฉัยแล็บ และอีกส่วนหนึ่งที่ได้ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ คือ ศูนย์จำลองสถานการณ์ (Simulation Center) โดยสิทธิประโยชน์หลัก ๆ จะเป็นในเรื่องของการได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร และภาษีกำไรจากการประกอบธุรกิจ 8 ปี

“มูลค่าการลงทุนของโครงสร้างนี้รวมประมาณ 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตัวอาคาร งานระบบ ตกแต่งภายใน ทั้งหมดน่าจะประมาณใกล้ ๆ 4,000 ล้านบาท เครื่องมือแพทย์ราว ๆ 1,500-1,600 ล้านบาท ค่าเช่าที่ดินประมาณ 1,000 ล้านบาท (จ่ายครั้งเดียว) ยังไม่นับรวมค่าพนักงาน-บุคลากร”

เพิ่มสัดส่วนไอซียูรับคนไข้วิกฤต

นายแพทย์พงษ์พัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับในเฟสแรกนี้เบื้องต้นจะเปิดเพียง 205 เตียง เพราะตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ปกติ นอกจากการให้บริการกลุ่มคนไทยหรือชาวต่างประเทศที่พักในประเทศไทยแล้ว อนาคตต่อไปหลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติก็จะมีชาวต่างประเทศด้วย โดยขณะนี้เมดพาร์คมีแพทย์ที่ทำงานแบบฟูลไทม์ประมาณ 80-100 คน และมีพยาบาลพนักงานอีกจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญคือ ทีมแพทย์ของเมดพาร์คหลัก ๆ จะเป็นแพทย์ที่ผ่านระบบการฝึกอบรมในต่างประเทศ 60% ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ที่จบอเมริกันบอร์ด ผ่านการเทรนนิ่งในอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น

ขณะที่ในส่วนของทีมพยาบาลที่จะรองรับทีมแพทย์ก็เป็นพยาบาลผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง ในสัดส่วนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยของโรงพยาบาลทั่ว ๆ ไป เนื่องจาก รพ.ได้เตรียมไว้สำหรับการรักษาโรคยาก โรคซับซ้อน คนไข้ที่วิกฤตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ เมดพาร์คยังจะมีความพิเศษมากกว่าโรงพยาบาลอื่น ๆ คือ การมีสัดส่วนที่เป็นห้องวิกฤตหรือไอซียูมากถึง 30% เพื่อรองรับการรักษาโรคยาก ขณะที่โรงพยาบาลทั่ว ๆ ไปสัดส่วนของห้องไอซียูจะอยู่ที่ประมาณ 10% เท่านั้น ซึ่งในเฟสแรกที่เปิด 205 เตียง เมดพาร์คก็จะมีไอซียู 65 เตียง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมห้องตรวจไว้ทั้งหมด 300 ห้อง เพื่อรองรับทีมแพทย์ที่จะทยอยเข้ามาเพิ่มในอนาคต

นอกจากนี้ รพ.เมดพาร์คยังส่งเสริมการศึกษาและงานวิจัยเพื่อสนับสนุนให้เพิ่มพูนองค์ความรู้ของบุคลากรให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษาพยาบาลและดูแลผู้ป่วย มีการวางแผนในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีความพร้อมในการรักษาโรคยากและมีความซับซ้อน หรือเป็นหลายโรคพร้อม ๆ กัน หรือจตุตถภูมิ (quaternary care) และเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ผนึกกำลังแข่งสิงคโปร์

ผู้บริหารเมดพาร์คย้ำในตอนท้ายว่า การเกิดขึ้นของเมดพาร์คไม่ต้องการแข่งขันกับโรงพยาบาลเอกชนในประเทศด้วยกันเอง แต่เป้าหมายที่คิดในใจก็คือ ผู้ประกอบการโรงพยาบาลต้องร่วมมือกันแข่งกับสิงคโปร์ให้ได้ เพราะจะว่าไปแล้วขีดความสามารถด้านการรักษาของสิงคโปร์ ไม่ได้ชนะหรือเก่งกว่าไทยเลย ทรัพยากรเขาก็น้อยกว่าเรา ทั้งเกาะมีโรงพยาบาลเพียง 14-15 แห่ง มีจำนวนเตียงรวม 1 หมื่นเตียง ขณะที่ประชากรมีเพียง 4 ล้านคน และขณะที่ประเทศไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมดิคอลฮับ แต่ละปีมีคนไข้ชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามารับการรักษา 3 ล้านกว่าคน แต่ในแง่ของรายได้กลับมีเพียงเท่ากับสิงคโปร์ที่มีคนไข้ต่างประเทศปีละ 8 แสนคน สิงคโปร์มีคนไข้ต่างประเทศน้อยกว่าไทยหลายเท่า แต่กลับมีรายได้มากกว่าไทย

“เมดพาร์คพร้อมจะร่วมกับ รพ.เอกชนอื่น ๆ ที่ทำอยู่แล้ว และเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญคือ การแซงหน้าสิงคโปร์ให้ได้ และหากจะแซงได้ก็ต้องเป็นในช่วงนิวนอร์มอลนี่แหละ และการที่จะเอาชนะได้ รพ.เอกชนจะต้องจับมือกัน รวมกัน อย่ามองว่าเป็นคู่แข่ง เป็นศัตรูกัน ไม่ใช่ ต้องจับมือกัน ต้องผนึกกำลังกันให้แน่น เราไม่ได้ต้องการแข่งกับใคร ไม่ต้องการจะแข่งกับพวกเรากันเอง อยากชวนโรงพยาบาลเอกชนมาแข่งกับสิงคโปร์ให้ได้” นายแพทย์พงษ์พัฒน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาล