แพทย์ชนบทแฉงบฯ สธ. ไม่พอต้นทุนจริง! ชี้ปม รพ.ขาดเงิน จี้ ครม. อัดงบกลางปี’69
ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์แถลงการณ์เปิดตัวเลขงบประมาณ สธ. ปี 68-69 รวมกว่า 2.2 หมื่นล้าน ชี้ชัดปัญหาหลักคือ “เงินไม่พอตั้งแต่แรก” ตามภาระงานและเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เกมการเมืองแย่งอำนาจระหว่าง สธ. กับ สปสช. จี้ “อนุทิน” ลงมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ ดันงบเสริมฉุกเฉินด่วน
ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความระบุว่า ส่งเสียงถึงนายกรัฐมนตรี (คุณอนุทิน ชาญวีรกูล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ส่งเสียงถึงนายกรัฐมนตรี (คุณอนุทิน ชาญวีรกูล)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
อย่าลอยตัวเหนือปัญหา
“หยุดเบี่ยงประเด็น รพ. ขาดสภาพคล่อง เพิ่มงบประมาณให้เพียงพอตามภาระงานที่เพิ่มขึ้น”
เสียงสะท้อนจากโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศขณะนี้ มีเป้าหมายเดียวกันอย่างชัดเจน คือ การขอสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอต่อการรักษาชีวิตประชาชน ไม่ใช่การมานั่งฟังผู้บริหารบางคนในกระทรวงสาธารณสุขสร้างวาทกรรมเบี่ยงประเด็น โยนความผิดว่า “โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องเพราะ สปสช.”
ทั้งๆที่ กันงบไว้ระดับกระทรวง ใน ปี 2568 ประมาณ 9,000 ล้าน ปี 2569 ประมาณ 13,300 ล้านบาท ให้ไปจัดการ ให้เกิดความสมดุล แต่ทำไมยังมีปัญหา แล้วมากล่าวโทษ สปสช.
ความจริงที่รัฐบาลต้องยอมรับ และหยุดสร้างภาพกลบปัญหา
รพ. ขาดสภาพคล่อง เพราะ “งบประมาณไม่พอ ตามภาระงาน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ” ไม่ใช่เพราะ สปสช.
การที่ บอร์ด สปสช. ต้องดึงงบปี 2569 มาชดเชยปี 2568 และตัดลดงบกลางลงเหลือเพียง
6,207 ล้านบาท เป็นหลักฐานชัดเจนว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณต่อหัวต่ำกว่าต้นทุนการ
รักษาจริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครบริหาร แต่อยู่ที่ “เงินไม่เคยพอตั้งแต่แรก”
หยุดเกมการเมืองระหว่าง สธ. กับ สปสช.
การที่ผู้บริหารบางท่านพยายามเบี่ยงประเด็นไปโจมตีการบริหารจัดการของ สปสช. หรือพยายามรวบอำนาจงบประมาณ ไม่ได้ช่วยให้โรงพยาบาลมีเงินไปจ่ายค่ายา ค่าน้ำค่าไฟ หรือค่าตอบแทนหมอ-พยาบาลแม้แต่บาทเดียว คนที่รับกรรมคือบุคลากรหน้างานและผู้ป่วย
นายกรัฐมนตรี ต้องลงมาแก้ปัญหาที่ “ต้นตอ”
ในฐานะผู้นำรัฐบาลและผู้รับผิดชอบเชิงนโยบาย ต้องมองข้ามเกมการเมืองภายในกระทรวง แล้วหันมาดู “งบประมาณสาธารณสุขรวมของประเทศ” หากงบกลางงบประมาณปี 2569 ไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องกล้ารับประกันและอนุมัติงบอุดหนุนเพิ่มเติมทันทีตามมติบอร์ด สปสช.
ชมรมแพทย์ชนบท
22 กรกฎาคม 2569
