เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
Economic แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
ดูทั้งหมด

ชำแหละสังเวียน “อีคอมเมิร์ซ” แพลตฟอร์มไทยปรับธุรกิจเลี่ยงปะทะ

11 ต.ค. 2563 | 09:20น.

ตลาดอีคอมเมิร์ซยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยมีวิกฤตโควิด-19 เร่งปฏิกิริยาให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ กระโดดเข้ามา จากทางเลือกสู่ทางรอด และดึงดูดนักช็อปหน้าใหม่ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้สถานการณ์ต่าง ๆ จะเริ่มคลี่คลายลง แต่ไม่ได้ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซลดความร้อนแรงลง โดยเป็นการต่อสู้แข่งขันเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของยักษ์อีคอมเมิร์ซข้ามชาติทั้งหลาย ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่เคยอยู่ในตลาดนี้มาก่อนต่างปรับแผน ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ เพราะรู้ดีว่ายากที่จะสู้ในเกมเดียวกันได้อีคอมเมิร์ซ 2 แสนล้านเนื้อหอม

สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thai e-Commerce) ประเมินว่ามูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในปีนี้น่าจะทะลุ 220,000 ล้านบาท โต 35% เทียบปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 163,300 ล้านบาท

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของคนไทยเปลี่ยนไป มีการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสูง 90% และเปรียบเทียบราคากับคู่แข่งก่อนตัดสินใจซื้อ 56% ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระตุ้นให้ผู้บริโภคทดลองซื้อสินค้าออนไลน์ เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ปกติจึงเกิดฐานคนซื้อกลุ่มใหม่

ปัจจุบันคนไทยใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับที่ 5 ของโลก หรือเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนแอปพลิเคชั่นที่คนไทยใช้เวลามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โซเชียลมีเดีย, แชต, ดูวิดีโอเพื่อความบันเทิง, ฟังเพลง และช็อปปิ้งออนไลน์ ผลักดันให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

สินค้าทะลัก 174 ล้านรายการ

นายธนาวัฒน์ กล่าวต่อว่า ช่องทางที่คนไทยนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มี 3 ช่องทางคือ เว็บไซต์ของแบรนด์, โซเชียลคอมเมิร์ซ และอีมาร์เก็ตเพลซ ที่กินส่วนแบ่งตลาดสูงสุด มีการเติบโตและแข่งขันค่อนข้างสูงจากผู้เล่น 3 รายใหญ่ได้แก่ ช้อปปี้, ลาซาด้า และเจดี เซ็นทรัล จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนสินค้าบนมาร์เก็ตเพลซเพิ่มขึ้นด้วย โดยในปี 2561 มีจำนวนสินค้าเพียง 74 ล้านรายการ ปลายปี 2562 เพิ่มเป็น 174 ล้านรายการ แต่ในจำนวนนี้เป็นสินค้าที่มาจากผู้ขายต่างประเทศถึง 135 ล้านรายการ

“การแข่งขันของอีมาร์เก็ตเพลซเป็นการแข่งกันสร้างห่วงโซ่คุณค่า หรือ value chain ที่มีบริการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยแต่ละรายพยายามเติมทุกส่วนให้เต็ม เช่น ช้อปปี้ มีสื่อ มีโฆษณา มีแพลตฟอร์ม และระบบขนส่ง เป็นต้น”

รายใหญ่ ชูจุดขาย “ของแท้”

ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่เพียงจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดต่อเนื่องเท่านั้น ยังพร้อมใจกันชูจุดขายคล้ายกัน คือ “การันตีของแท้” เพราะรู้ดีว่าเป็น pain pointของเหล่านักช็อปออนไลน์ นำโดย “เจดี เซ็นทรัล” เข้าสู่ตลาดโดยสื่อสารกับผู้บริโภคว่า “ช็อปของดี การันตีของแท้” โดยไม่ลืมแจกคูปองส่วนลดในทุกหมวดสินค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่รอเทศกาล “ดับเบิลเดย์”

ไม่ต่างกันกับ “ลาซาด้า” โดยนายวีระพงศ์ โก Head of Retail ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า การเข้ามาของลาซาด้าทำให้ผู้บริโภคไทยคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ไม่ได้ซื้อเฉพาะแค่ช่วงมีโปรโมชั่น แต่ทำให้กลายเป็นกิจกรรมประจำวัน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ สร้างคุณค่า และทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นโดยให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์ม LazMall ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงที่เน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์ของแท้ ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 2,000 แบรนด์ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่ง “ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส” เพื่อปิดจุดอ่อนด้านขนส่งโดยให้ตรวจสอบการขนส่งได้ตลอดเวลา

ในช่วงเทศกาล 10.10 ก็ได้จัดลดราคาสินค้ากว่า 80% มี flash sale เริ่มต้น 1 บาท และมีส่งฟรีด้วย

“เราพยายามเร่งสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการสร้าง LazMall การมีระบบขนส่งเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น และพร้อมเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดรับกับความต้องการในยุคปลาเร็วกินปลาช้าไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกแล้ว”

ด้าน นางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซคึกคัก สำหรับช้อปปี้ก็เน้น Shopee Mall เป็นจุดขายโดยชูว่าเป็น “ของแท้ คืนเงินใน 15 วันส่งฟรีทั่วไทย” ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วม 1,500 ราย

“ในช่วงเทศกาลดับเบิลเดย์ 10.10 เราก็มีแคมเปญ 10.10 Brands Festival แจกโค้ดส่วนลด 500 บาท และลดราคาสินค้ากว่า 50% นอกจากนี้ เตรียมจัด 11.11 และ 12.12 ต่อ เพื่อกระตุ้นตลาดช่วงโค้งท้ายด้วย”

เทพช็อป-ตลาด.com ปรับแผน

นายณัฐวิทย์ ผลวัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งเทพช็อป (LnwShop) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้องยอมรับว่าแพลตฟอร์มของไทยแข่งขันได้ยากบนอีคอมเมิร์ซ เพราะตลาดเปลี่ยนเร็ว และกลายเป็นเกมแข่งขันของแพลตฟอร์มต่างประเทศที่แข่งกันทุ่มตลาดจัดโปรโมชั่นช่วงชิงฐานลูกค้าอย่างดุเดือด จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทปรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาวางโพซิชั่นตนเองใหม่ เป็นผู้ให้บริการระบบหลังบ้านเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ

“เราทำแบบนี้ก็เพื่อที่บริษัทจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซได้ เช่น มีบริการช่วยเชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม ลาซาด้า, ช้อปปี้ และเจดี เซ็นทรัล ที่กำลังจะเสร็จเร็ว ๆ นี้รวมถึงมีบริการ LnwDropship หรือการเป็นตัวแทนขายทำหน้าที่บริหารสินค้าให้กับผู้ค้าทำให้ไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอง ”

ด้าน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม (TARAD.com) บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด กล่าวว่า ตลาดอีมาร์เก็ตเพลซเป็นพื้นที่การแข่งขันของรายใหญ่ที่แข่งกันแรง ทำให้บริษัทเริ่มปรับตัวตั้งแต่ปีก่อนด้วยการทยอยเปิดบริการใหม่ ทั้งบริการ “U-Commerce” หรือศูนย์กลางการค้าระบบร้านค้าออนไลน์ ทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบหลังบ้านของร้านค้าเข้ากับแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซและโซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น ลาซาด้า, ช้อปปี้, เฟซบุ๊ก, ไลน์, อินสตาแกรม เป็นต้น โดยมีแพ็กเกจบริการตั้งแต่ 990-4,590 บาทต่อเดือน รวมถึงพัฒนาระบบชำระเงินผ่าน PaySolution รองรับทุกช่องทางการชำระเงิน ทั้งชำระเงินออนไลน์บนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย เพื่อให้ธุรกิจโตต่อได้

“อีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ไม่ใช่คู่แข่งเราเพราะปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า เปลี่ยนตนเองจากอีมาร์เก็ตเพลซเป็นผู้ให้บริการระบบหลังบ้านทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ”

จับตา “411 Estore”

ผู้เล่นสัญชาติไทยอีกรายที่บุกเบิกธุรกิจนี้ในไทยมาแต่แรก และยังปักหลักในการเป็นอีมาร์เก็ตเพลซเช่นเดิม คือ กลุ่มแอสเซนด์ เจ้าของ weloveshopping ที่ชู “WeTrust Guarantee ไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าไม่ครบ รับเงินคืนได้” เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค

อีกแบรนด์ที่เปลี่ยนชื่อ-เปลี่ยนมือคือ อีเลฟเว่น สตรีท (11Street)  โดยนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ เข้าซื้อกิจการต่อจาก “เอสเค แพลเน็ต” ปลายปี 2561 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “411 Estore” แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวทางการตลาดมากนัก โดยมีรายงานข่าวระบุว่า “411 Estore” กำลังจะเริ่มลุกขึ้นมาจัดกิจกรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ