เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
Politics อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
Sport สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
Biz Movement SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
News ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
Biz Movement เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
ดูทั้งหมด

SMEs เกือบ100% จ่อปากเหว เข้าไม่ถึงซอฟต์โลน-จัดจ้างรัฐยังไม่เริ่ม

17 ต.ค. 2563 | 10:00น.

สภา SMEs โอด 90% เข้าไม่ถึงมาตรการ soft loan 4 แสนล้าน เตรียมเสนอ 6 ข้อที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ 14 ธ.ค.นี้ ด้าน ส.อ.ท.-สมาพันธ์เอสเอ็มอี เร่งขึ้นทะเบียนเอกชนเข้าร่วมตลาดจัดซื้อจัดจ้าง 1.3 แสนล้าน ห่วง 5 ประเด็นกระทบเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงโครงการ “รายใหญ่ส่งนอมินี” ชิงตลาด

นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับตั้งแต่สภาได้ยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือ และกลไกช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs มาตลอด ทางภาครัฐยังไม่มีการตอบสนองในทางที่ถูกต้อง และยังไม่ตรงจุดตามที่ SMEs ขอให้ช่วย โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงิน ขณะนี้จึงมีเพียง 10% เท่านั้นที่เข้าถึงมาตรการ ส่วนอีก 90% ยังไม่มีทางออกว่าจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างไร

จากการรวบรวมตัวเลขรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาตรการ soft loan วงเงิน 500,000 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 5 ต.ค. 2563 สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพียง 117,809 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ 70,255 รายเท่านั้น สินเชื่อเฉลี่ย 1.7 ล้านบาท/ราย เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก 76% ขนาดกลาง 17% และขนาดใหญ่ 6.5%

“เหลือเวลาอีก 3 เดือนก็จะหมดปีแล้วรัฐแทบจะช่วยเราได้น้อยมากจากความเป็นจริง SMEs เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้เพียง 468,000 ราย จากทั้งหมดที่มี 3.1 ล้านราย SMEs ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการเงิน หากพิจารณาด้วยเงื่อนไขปกติในสถานการณ์ที่ไม่ปกติสะท้อนว่า มาตรการ soft loan ยังช่วยเหลือ SMEs ไม่ได้ โดยส่วนมากติดเงื่อนไขคุณสมบัติที่กําหนดเอาไว้ ซึ่งแบงก์ชาติควรออกมาตรการใหม่ ปรับเงื่อนไขผ่อนปรนให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่ปกติในปัจจุบัน โดยอาจใช้วงเงินที่ยังเหลือ 400,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ธ.ค. 2563 ทางสภาในฐานะอนุกรรมการด้านวิเคราะห์และสนับสนุน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจรายสาขา ภายใต้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบศ.) เตรียมหารือกับธนาคารพาณิชย์ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถึงการขยายมาตรการพักชำระหนี้ รวมถึงการเตรียมเสนอมาตรการอีกครั้งให้รัฐบาลรับทราบ 6 ข้อ เช่น จ่ายเงินช่วยผู้ประกอบการในอัตรา 25% ของเงินที่บริษัทได้ชําระผ่านระบบประกันสังคม, ธนาคารต้องพิจารณาสินเชื่อวงเงินเพิ่มเติมดูจากประวัติเดิมไม่ต้องยื่นใหม่ เป็นต้น

ส่วนแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่แม้จะกำหนดให้มีการซื้อจากเอสเอ็มอีสัดส่วน 30% แต่ก็ต้องไปดูรายละเอียดของประกาศว่าการจัดซื้อสินค้าต่าง ๆ หน่วยงานใดรับผิดชอบโครงการขึ้นกับกระทรวงไหนก็ต้องดู TOR หน่วยงานนั้น ๆ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่ามาตรฐานการจัดซื้อ ระบบต่าง ๆ จะซื้อสินค้าช่วย SMEs ได้จริง

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำระบบข้อมูลรายชื่อ SMEs ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการ เรื่องหน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการ SMEs โดยใช้เงินงบประมาณไม่น้อยกว่า 30% ในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์

มาตรฐานต่าง ๆ สำหรับสินค้าเพื่อให้ตรงกับที่รัฐต้องการ และเพื่อส่งเสริมสินค้าเมดอินไทยแลนด์ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช เลขาธิการสมาพันธ์ SME ไทย และประธานสมาพันธ์ SME ไทย ส่วนภูมิภาค เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ขณะนี้ทางสมาพันธ์ ประสานกับ ส.อ.ท. เปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมนี้ จ

ากนั้นจะส่งให้ทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาย่อม (สสว.) พิจารณาคัดกรองเอสเอ็มอีตัวจริงต่อไป ทั้งนี้ เอสเอ็มอีสามารถมาขึ้นทะเบียนได้ทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และถึงแม้จะไม่ใช่สมาชิกของสมาพันธ์ก็ขึ้นทะเบียนได้เช่นกัน โดยเบื้องต้นตามข้อมูลปี 2562 มีเอสเอ็มอีประเภทนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ซึ่งอาจจะมีทั้งวิสาหกิจ และโอท็อป ที่สามารถเข้าระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 2.6 แสนราย จากเอสเอ็มอี

ทั้งหมด 3.1 ล้านราย โดยแบ่งเป็นคู่สัญญากับภาครัฐ 56% องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 29% รัฐวิสาหกิจ 16% มหาวิทยาลัย 7% และหน่วยงานอื่น ๆ โดยมีมูลค่าการจัดจ้าง 1.3 แสนล้านบาทแบ่งเป็น ก่อสร้างสัดส่วน 40% รองลงมาคือ รับผลิตสินค้า 36% รับจ้างเหมาบริการ 19% เช่า 2-3% และที่ปรึกษา 1%

ประเด็นที่เรากังวลในทางปฏิบัติ 5 เรื่อง คือ 1) การตั้งทีโออาร์ของรัฐต้องไม่กีดกันเอสเอ็มอีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโอท็อปให้สามารถเข้าร่วมได้ 2) หากเป็นไปได้ควรเพิ่มสัดส่วนการจัดจ้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจาก 30% เป็น 50% เพราะเรามั่นใจว่าเอสเอ็มอีมีกำลังมากพอจะเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ จากตัวเลขปัจจุบันไทยมีเอสเอ็มอี 3.1 ล้านราย แต่เพิ่งเข้าสู่การจัดจ้างเพียงแค่ 2.6 แสนรายเท่านั้น หากเพิ่มสัดส่วนก็จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น

3) การใช้อำนาจเหนือตลาด โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่อาจจะส่งบริษัทลูกมาเข้าประมูลแทน ซึ่งรัฐต้องมีมาตรการตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้มีการใช้นอมินีรายใหญ่ หรือหากพบก็ต้องมีบทลงโทษ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่มือเอสเอ็มอีตัวจริง

4) การประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์เงื่อนไขการประมูล เพราะที่ผ่านมาเรามีตัวเลขจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่าในปีที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์

ทีโออาร์ 53,845 ครั้ง ลดลง 5% จากปี 2561 ที่มี 51,226 ครั้ง และการประชาสัมพันธ์ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง มีจำนวน 1.30 แสนครั้ง ลดลงจากปี 2561 ซึ่งมีจำนวน 1.38 แสนครั้ง และ 5) เรื่องธรรมาภิบาล เราเสนอว่าภาครัฐควรมีการตรวจสอบประเมินทุกเดือนว่ามีการจัดจ้างเอสเอ็มอีไปแล้วเท่าไร และต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้เพื่อความโปร่งใส

“ในระบบการประมูลภาครัฐ เน้นผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุดเป็นเกณฑ์ แต่ประเด็นการแข่งขันราคานี้ ตามมติ ครม.ให้แฮนดิแคปราคาเอสเอ็มอีสูงกว่า10% ก็ได้ เช่น การแข่งขันสินค้าชนิดเดียวกัน เอสเอ็มอีเสนอชิ้นละ 110 บาทรายใหญ่เสนอชิ้นละ 100 บาท ก็ต้องเลือกเอสเอ็มอี แต่ในทางปฏิบัติก็ขึ้นอยู่กับผู้ประมูล ซึ่งอาจจะมีการเลือกโดยใช้ดุลพินิจก็ได้ โดยเฉพาะกรณีที่มีนอนิมีรายใหญ่ลงแข่งด้วยก็จะมีความได้เปรียบ เราจึงเน้นเรื่องการดูแลอำนาจเหนือตลาดให้ดี ต้องอาศัยการตรวจสอบกันเอง เพราะตอนนี้ภาครัฐเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีได้ร่วมแล้วก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs