เปิดประตู “ธนาคารแห่งอนาคต” “คราวด์ฟันดิ้ง” ทางเลือกใหม่ธุรกิจระดมทุน
ย้อนไปกว่า 130 ปีก่อน ในปีพ.ศ. 2428 (ค.ศ. 1885) การระดมทุนในรูปแบบคราวด์ฟันดิ้งที่เป็นการระดมทุนจากคนหมู่มาก โดยไม่ผ่านสถาบันการเงินเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐ แต่สำหรับประเทศไทยการระดมทุนรูปแบบดังกล่าวเพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมานี่เอง
ซึ่งผู้ที่รับการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิ้งรายแรกจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทย ได้แก่ บริษัท ฟีนิกซิคท์ จำกัด ที่เป็นผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม “สินวัฒนา คราวด์ฟันดิ้ง”
โดย “ฮอง ซิน เควก” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้เล่าถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า สินวัฒนาฯได้จับมือกับพันธมิตร 5 ราย เพื่อเตรียมความพร้อมการให้บริการแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิ้งอย่างเต็มที่ ได้แก่ 1.บริษัท คิว เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนด้านระบบคำนวณคะแนนเครดิต (credit scoring) 2.สถาบันที่ปรึกษาการจัดการแห่งประเทศไทย (IMC Thailand) รับหน้าที่เป็นผู้สร้างหลักสูตรรับรองที่ปรึกษาด้านการระดมทุนผ่านระบบคราวด์ฟันดิ้ง
3.บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด ทำหน้าที่จัดกิจกรรมแนะนำธุรกิจที่ต้องการระดมทุน 4.บริษัท วายดีเอ็ม ไทยแลนด์ จำกัด จะเข้ามาช่วยกำหนดกลยุทธ์การสื่อสารธุรกิจคราวด์ฟันดิ้งให้แก่กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงให้คำแนะนำธุรกิจที่เข้าระดมทุนในด้านการสร้างแบรนด์และการทำการตลาดในยุคดิจิทัล และ 5.สถาบันทิวา เป็นผู้สนับสนุนหลักของแพลตฟอร์มสินวัฒนาฯ
“การระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้งเปรียบเสมือนการระดมทุนผ่านธนาคารแห่งอนาคต (The Bank of The Future) โดยบุคคลทั่วไปที่ให้เงินทุนจะได้รับประโยชน์จากการระดมทุน แตกต่างจากการฝากเงินกับธนาคาร ที่ธนาคารจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อเท่านั้น”
ทั้งนี้ สินวัฒนาฯได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเมื่อปี 2561 ถัดมาในปี 2562 สามารถระดมทุนหุ้นผ่านคราวด์ฟันดิ้ง (equity crowdfunding) ได้สำเร็จ โดยเป็นการระดมทุนของ “แฮริสัน บุชเชอร์” (Harrison Butcher) ผู้ผลิตเนื้อโคในภาคอีสานของไทย ภายใต้บริษัท บานาน่าเค้ก จํากัด มูลค่าการระดมทุน 1.3 ล้านบาท
ซึ่ง “นวลละออง ศรีชุมพล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บานาน่า เค้ก เล่าถึงประสบการณ์การระดมทุนผ่านหุ้นคราวด์ฟันดิ้งได้สำเร็จเป็นรายแรกในไทยว่า ในมุมมองของร้านอาหาร (ร้านแฮริสัน บุชเชอร์) ตนอยากให้ลูกค้าได้มีส่วนเข้ามาถือหุ้นของบริษัท อย่างไรก็ดี เนื่องจากตนเป็นรายแรกที่ระดมทุนหุ้นคราวด์ฟันดิ้งในไทย จึงต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหา จากความไม่พร้อมของผู้ที่เกี่ยวข้อง
“ข้อแรกเป็นเรื่องความยุ่งยากของการลงทุนคราวด์ฟันดิ้งในไทย เพราะนักลงทุนจะเข้าใจว่าสามารถลงทุนได้เลย แต่การจะลงทุน ผู้ลงทุนต้องลงทะเบียน รวมถึงเข้าทดสอบกฎกติกาเหมือนก่อนที่จะเล่นหุ้น รวมถึงวิธีการค่อนข้างยุ่งยาก โดยสมัยที่บริษัทเริ่มระดมทุนสามารถฝากเงินกับธนาคารกสิกรไทยได้เพียงธนาคารเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ณ ขณะนั้น ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องคราวด์ฟันดิ้งเช่นกัน”
ด้วยความยุ่งยากซับซ้อนดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ลงทุนที่สนใจระดมทุนกว่าครึ่งหนึ่งหายไป หลังจากเปิดบ้านให้ข้อมูลการระดมทุน (open house) แต่อย่างไรก็ดี หลังจากเผชิญอุปสรรคในช่วงแรก หลังจากนั้นทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินวัฒนาฯ รวมถึงธนาคารกสิกรไทย ก็ได้มีการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนประสบการณ์ให้ง่ายขึ้น ส่งผลให้กลไกการลงทุนระยะหลังมีความสะดวกสบายมากขึ้น
“นวลละออง” บอกอีกว่า ด้วยความเป็นการระดมทุนที่ใหม่มากสำหรับประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ลงทุนในช่วงแรกมีความไม่มั่นใจและกังวลว่าการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิ้งอาจเป็นการระดมทุนอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้ต้องอธิบายข้อมูลแก่ผู้ลงทุนค่อนข้างนาน รวมถึงต้องยืนยันว่าได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต.ด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทาง ก.ล.ต.เคยให้ข้อมูลว่า การระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งมีข้อจำกัด ตรงหลักเกณฑ์การระดมทุนที่เรียกว่า “all-or-nothing” ซึ่งมีหลักเกณฑ์กำหนดให้บริษัทที่ระดมทุนไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้องคืนเงินค่าจองซื้อแก่ผู้ลงทุน เพราะถือว่าการระดมทุนไม่สำเร็จ
ขณะที่แต่ละบริษัทสามารถระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อย (retail investor) ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ในรอบ 12 เดือนแรก และต้องมีวงเงินการระดมทุนรวมไม่เกิน 40 ล้านบาท (นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้) ขณะที่ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อ 1 บริษัท และมูลค่าเงินลงทุนรวมไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี (นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้) ส่วนผู้ลงทุนที่ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย (nonretail investor) ไม่จำกัดวงเงิน
แม้การระดมทุนด้วยวิธีการคราวด์ฟันดิ้งจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ อย่างไรก็ดีด้วยรูปแบบการลงทุนที่เจ้าของเงินมีส่วนได้รู้จักและใกล้ชิดกับสินทรัพย์ที่ลงทุนนั้น น่าจะทำให้คราวด์ฟันดิ้งจะได้รับความนิยมมากขึ้น และสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคตข้างหน้า