ลูกหนี้”ซัมมิทฯ”ผิดนัดพุ่ง 2 เท่า งัดไอทีช่วยตาม-กดเอ็นพีแอล
“ซัมมิท แคปปิตอลฯ” เจอลูกค้าผิดนัดชำระหนี้พุ่ง 2 เท่า จากผลกระทบ “โควิด-19” เผยแก้เกมดึงระบบไอทีช่วยตามหนี้ได้ผลกดเอ็นพีแอลลดลง กางแผนธุรกิจปี”64 ดันมาร์เก็ตแชร์แตะ 10% ปูโรดแมปสู่ “ผู้นำเช่าซื้อรถจักรยานยนต์” ในเมืองไทย
นายฮิเดโตโมะ ฟูจิวาระ ประธาน บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเห็นสัญญาณผิดนัดชำระหนี้ (over due) เพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือประมาณ 15% จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ มีลูกค้าของบริษัทเข้าโครงการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน เป็นลูกค้าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ 15% ของจำนวนสัญญาทั้งหมดในพอร์ตราว 2.75 แสนสัญญา และลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล (personal loan) 25% ของสัญญาในพอร์ตที่มีอยู่กว่า 6,000 สัญญา
“หลังจากการเลื่อนพักการชำระหนี้ 3 เดือนพบว่า ลูกค้าเช่าซื้อทยอยกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว ส่วนลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลยังมีสัญญาณการผ่อนชำระไม่ไหว ซึ่งบริษัทได้ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด”
ทั้งนี้ ในส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) บริษัทมีวิธีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีระบบติดตามทวงถามหนี้เข้ามาใช้ ทำให้การติดตามหนี้ทำได้เร็ว คล่องตัว และใช้ทรัพยากรน้อยลง ส่งผลให้เอ็นพีแอลลดลงเหลือต่ำกว่า 1% จากช่วงก่อนที่โควิด-19 ระบาด บริษัทมีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ในระดับ 2%
ขณะที่ผลประกอบการ 10 เดือนแรกของบริษัท ภาพรวมยังดีกว่าตลาด แม้ว่าจะเจอผลกระทบจากโควิด-19 โดยยอดขายรถจักรยานยนต์ทั้งตลาดลดลง 10% แต่บริษัทเติบโตลดลงแค่ 2% เท่านั้น ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) จนถึงเดือน ก.ย. 2563 อยู่ที่ 8.9% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในปี 2562 ที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 7.3% โดยคาดว่าถึงสิ้นปีนี้มาร์เก็ตแชร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 9%
ส่วนการดำเนินธุรกิจในปี 2564นายฟูจิวาระกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็น 10% โดยยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจ แม้ว่าจะมีความท้าทาย ซึ่งคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์น่าจะยังมีอัตราเติบโตที่ดี โดยยอดขายรถจักรยานยนต์ในปี 2564 จะอยู่ที่ 1.72 ล้านคัน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจำนวนสัญญาเพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้อยู่ที่ 2.75 แสนสัญญา
โดยในปี 2564 บริษัทจะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ (ดีลเลอร์) มากขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันมีดีลเลอร์กว่า 400 รายทั่วประเทศ พร้อมกับขยายสาขาเพิ่มอีก 3-6 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 37 แห่ง ซึ่งจะเน้นสาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
“เรามีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ แม้ว่าในช่วงที่เกิดโควิด-19 จะมีหลายบริษัท หลายไฟแนนซ์ถอนตัวออกจากตลาดไปจำนวนหนึ่ง แต่นโยบายของบริษัทซัมมิทฯจะไม่มีวันถอย โดยเรายังเชื่อว่าตลาดในประเทศไทยเติบโตได้ค่อนข้างดี แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้ยอดผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น แต่เราสามารถควบคุมได้” นายฟูจิวาระกล่าว