นักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นโลกรอผลเลือกตั้งสหรัฐ
“ตลาดหุ้นไทย” คาดผันผวนในกรอบ 1,190-1,210 จุด หลังขาดปัจจัยหนุน ถูกปัจจัยภายนอกกดดันอ่อน ๆ ยิ่งเข้าใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอหรือลดสัดส่วนการลงทุนเพื่อติดตามผล ทำให้มีโอกาสดัชนีลงไปปิดต่ำกว่า 1,200 จุด เป็นการยืนยันการเกิดแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันศุกร์ (30 ต.ค. 2563) ว่า ดัชนีเช้านี้คาดผันผวนออกข้างในกรอบระหว่าง 1,190-1,210 จุด หลังขาดปัจจัยหนุน แต่ยังคงถูกปัจจัยภายนอกกดดันอ่อนๆ ประกอบกับยิ่งเข้าใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอหรือลดสัดส่วนการลงทุนเพื่อติดตามผลการเลือกตั้ง
จึงทำให้มีโอกาสลงไปปิดต่ำกว่า 1,200 จุด เป็นการยืนยันการเกิดแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง กลยุทธ์การลงทุนเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเก็งกำไรสั้นๆ ในกลุ่มที่คาดผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาดี ได้ประโยชน์จากการระบาดของ COVID- 19 หรือรับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง
ส่วนสถานการณ์การระบาด COVID-19 ผู้ติดเชื้อทะลเพดาน วานนี้ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันพุ่งขึ้นกว่า 500,000 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดทั่วโลก เกินครึ่งมาจากทวีปยุโปทำให้สถานการณ์ตอนนี้เสี่ยงต่อการ Lockdown แบบเข้มข้นเหมือนการแพร่ระบาดระลอก 1 ช่วงต้นปี
ด้านสหรัฐผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้จนเข้าฤดูหนาว สหรัฐจะเผชิญกับฝันร้ายและความเจ็บปวดครั้งใหญ่ที่สุด เนื่องจากสหรัฐมีแนวโน้มที่จะไม่ใช้มาตรการ Lockdown แบบที่ยุโรปหลายประเทศดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
ด้านประเด็นเลือกตั้งที่ไม่ง่ายของสหรัฐ โดย ‘ทรัมป์’ ปรับไม้ตายสุดท้าย ลุยหาเสียงเจาะกลุ่ม Swing State ทำคะแนนดีตื้นขึ้นมาใกล้เคียง ‘ไบเดน’ จนอาจพลิกกลับมาชนะจากเดิมที่หลายฝ่ายคาดว่าไบเดนชนะแน่นอน และกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือคะแนนที่ชนะห่างกันไม่มากอาจมีการร้องไปยังศาลสูงสุดของสหรัฐที่ปัจจุบันมีคณะตุลาการฝ่ายอนุรักษ์นิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลและเพิ่มความไม่แน่นอนมากขึ้นโดยเฉพาะกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฉบับใหม่ที่อาจลากยาวไปถึงต้นปีหน้า
โดนล่าสุดสหรัฐประกาศ GDP ไตรมาส 3 เติบโตขึ้น +33.1% สูงกว่าคาดที่ 31.00%