วิตกโควิดหนุนดอลลาร์แข็งค่า ตลาดรอผลเลือกตั้งสหรัฐสัปดาห์หน้า
เงินดอลลาร์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (26/10) ที่ระดับ 31.29/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (22/10) ที่ระดับ 31.25/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์ยังมีแรงเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ จะไม่สามารถผ่านได้ทันก่อนเลือกตั้งยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงทรัพย์เสี่ยง โดยนางแนนซี่ เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการเจรจาซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (26/10)
เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนทั่วประเทศ และแผนการติดตามผู้ที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ตลาดยังคงจับตาดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาดูการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โดยจากการสำรวจพบว่านายไบเดนมีคะแนนนำประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ประมาณร้อยละ 10
ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของหลาย ๆ กลุ่มยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในวันจันทร์ (23/10) แกนนำกลุ่มราษฎรเข้ายื่นหนังสือต่อเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยและได้อ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตท่ามกลางมวลชนแนวร่วม และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากที่ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย
โดยมีเนื้อหาชี้แจงสถานการณ์การเมืองของไทย รวมถึงการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพลาออกจากตำแหน่ง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากราษฎร และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
ในวันพุธ (28/10) มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย สำหรับเดือนกันยายนออกมาอยู่ที่หดตัวร้อยละ 2.75 ซึ่งลดลงจากเดือนสิงหาคมและหดตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่หดตัวร้อยละ 4.71 ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจนหลุดแนวรับที่ 31.20 ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.11-31.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 31.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (26/10) ที่ระดับ 1.1846/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (22/10) ที่ระดับ 1.1835/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
อย่างไรก็ดี ในวันจันทร์ (26/10) มีรายงานจาก Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี ชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีร่วงลงสู่ระดับ 92.7 ในเดือนตุลาคม นับเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 93.0 โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของเชื้อไวรัสโควิด-19
ต่อมาในวันอังคาร (27/10) ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังตลาดมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อประเด็นเรื่อง Brexit โดยนายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาจากการค้าฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวจาก EU จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งนายบาร์นิเยร์และคณะจะอยู่ในกรุงลอนดอนจนถึงวันพุธ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะทำการเจรจาที่กรุงบรัสเซลส์จนถึงสุดสัปดาห์นี้
แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณในวันพฤหัสบดี (23/10) ว่า อีซีบีอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงไปอีกก่อนสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ อีซีบีประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม และให้สัญญาว่าจะจำกัดผลกระทบจากการระบาดรอบสองของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยอีซีบีจะปรับมาตรการตอบรับต่อโรคระบาดในการประชุมเดือน ธ.ค. โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายหลายคนในการประชุมสนับสนุนการขยายโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP)
ขณะที่อีกหลายคนให้ความสำคัญมากกว่ากับการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธนาคารต่าง ๆ ภายใต้โครงการ Targeted Longer-Term Refinancing Operations (TLTRO) หรือไม่ก็ดำเนินทั้งสองโครงการไปด้วยกัน
สำหรับสถานการณ์โควิดในยุโรปนั้น เยอรมนีและฝรั่งเศสประกาศมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ ขณะที่อีกหลายประเทศในยูโรโซนก็ปิดธุรกิจในภาคบริการไปหลายส่วนเช่นกัน ซึ่งจะกระทบการฟื้นตัวที่เพิ่งเริ่มขึ้น ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1648-1.1859 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 1.1705/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (26/10) ที่ระดับ 104.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (22/10) ที่ระดับ 104.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในระดับที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนเข้าถือสกุลเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปยังคงพุ่งสูงขึ้น
และบางประเทศในยุโรปมีแนวโน้มจะต้องปิดเมืองอีกครั้งเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดนี้ รวมถึงความไม่แน่นอนในเรื่องงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังคงไม่แน่นอน
ในวันจันทร์ (26/10) มีรายงานจากสำนักข่าวเกียวโดว่า นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรับสภาสมัยวิสามัญซึ่งเป็นการแถลงครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายซูงะให้คำมั่นที่จะสานต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และยังได้ประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเป็นศูนย์ก่อนปี 2593
ในประเด็นของนโยบายเกียวกับโควิด-19 นายซูงะต้องการที่จะส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อเอาชนะโควิด-19 รวมถึงคำมั่นว่าจะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนทุกคนให้ได้ภายในครึ่งปีหน้า รวมถึงจัดการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกในช่วงฤดูร้อนปี 2564
ในวันพฤหัสบดี (29/10) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่รดับเดิมที่ -0.10% ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2563 เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวลง 5.5% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัว 4.7%
ขณะเดียวกันคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลง 0.6% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนกรกฎาคม ว่าจะลดลง 0.5%
ทั้งนี้ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนียอดขายปลีกของญี่ปุ่นที่ระดับ -8.7% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ ณ ระดับ -7.5%
ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.01-105.05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 104.21/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ