เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เครื่องฟอกอากาศไม่เปรี้ยง เศรษฐกิจไม่เอื้อ/ลดสต็อกเน้นราคาถูก

03 พ.ย. 2563 | 04:35น.

ตลาดเครื่องฟอก 2.8 พันล้าน ออกสตาร์ตอืด ค่ายใหญ่ชี้ปมปัญหาเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ ตัวแปรใหญ่-อัตราการครอบครองสูง “ชาร์ป” ปรับแผนสต๊อกสินค้าเน้นรุ่นราคาไม่สูง ชูจุดขายรับมือ “โควิด-ภูมิแพ้” พร้อมอัดโปรฯแบบบันเดิล-ราคาพิเศษ จูงใจ ด้าน “แอลจี” ดีเดย์เปิดตัวรุ่นใหม่ธันวาคมนี้

พร้อมส่งทีมพนักงานขายช่วยร้านค้า อัดโปรโมชั่นของแถม-บริการหลังการขาย ส่วน “บลูแอร์” เพิ่มพอร์ต ส่งสินค้ารุ่นราคาสบายกระเป๋าลุย ชูดีไซน์-นวัตกรรม หวังย้ำความคุ้มค่า ยักษ์ทีวี “ไฮเซ่นส์” โดดร่วมวง ส่ง 2 รุ่นชิมลาง ราคาเริ่มต้นแค่ 4.5 พัน

วันนี้แม้ว่าปัญหามลพิษ “ฝุ่น PM 2.5” จะเริ่มกลับมาฟุ้งกระจายสร้างปัญหาให้กับคนเมืองใหญ่อีกครั้ง และเป็นการกลับมาในช่วงที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่จางหาย แต่ก็ดูเหมือนปีนี้ตลาดเครื่องฟอกอากาศที่มีมูลค่าตลาดรวมราว ๆ 2.8 พันล้านบาท อาจไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่าน ๆ มาด้วยหลายสาเหตุ ทั้งความนิยมในเครื่องฟอกอากาศที่มีมาต่อเนื่องนานหลายปีจนอัตราครอบครองสูง และปัญหาสภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อที่รุมเร้า ส่งผลให้แต่ละแบรนด์ต้องปรับแผนการตลาดและการบริหารสินค้าของตนให้ใกล้เคียงกับดีมานด์มากที่สุด เพื่อไม่ให้สินค้าขาดจนเสียโอกาสขายหรือเหลือค้างสต๊อก ขณะเดียวกัน อีกหลายแบรนด์ทั้งหน้าใหม่-เก่าต่างเดินหน้าส่งสินค้าเข้าตลาดหวังชิงเม็ดเงินในช่วงหน้าขายสำคัญ

ชาร์ปคาดตลาดไม่หวือหวา

นางรวิวรรณ มฤคพิทักษ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเติบโตของตลาดเครื่องฟอกอากาศในปีนี้อาจไม่สูงเท่าปีที่แล้ว โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยในเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและทำให้กำลังซื้อลดลงไปประมาณ 20% แม้จะมีแรงหนุนจากฝุ่น PM 2.5 และการระบาดของโรคโควิด-19 ก็อาจกระตุ้นได้ไม่มากนัก ขณะเดียวกัน ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้นเพราะมีผู้เล่นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ชาร์ป ไทย ได้ปรับแผนการสำรองสินค้าและการตลาด รวมถึงเตรียมแผนสำรองเอาไว้ โดยเริ่มเตรียมสต๊อกสินค้าเร็วกว่าปีที่แล้วและสำรองไว้ประมาณ 2 เท่าของช่วงปกติ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่มีมากขึ้นในช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 จนเกิดปัญหาสินค้าขาดในปีก่อน ๆ โดยบริษัทจะเน้นการสำรองสินค้าในรุ่นที่มีราคาไม่สูง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพกำลังซื้อที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ด้านการตลาดเตรียมสื่อสารและชูจุดขายหรือคุณสมบัติที่ช่วยรับมือโรคไวรัสโควิด-19 และภูมิแพ้เพิ่มเติมจากประเด็นฝุ่น PM 2.5 เพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมระดมทำโปรโมชั่นต่อเนื่องแบบรายเดือน โดยใช้จุดแข็งที่มีสินค้าหลากหลายกลุ่มมาทำแคมเปญให้รับกับพฤติกรรมนิวนอร์มอล อาทิ ซื้อเครื่องฟอกอากาศ พร้อมทีวี (รุ่นที่กำหนด) ในราคาพิเศษ 6,990 บาท จากปกติ 9,490 บาท หรือซื้อเครื่องฟอกรุ่นใหญ่คู่กับรุ่นเล็กในราคาพิเศษ ซึ่งจัดรายการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้สอดรับกับการที่ผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น หรือการใช้งานในหลายห้อง

ขณะที่นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ “บลูแอร์” กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ปีนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมีผลกับตลาดเครื่องฟอกอากาศในระดับหนึ่ง แม้แต่ผู้บริโภคระดับบีบวกที่เป็นฐานลูกค้าของบริษัทยังชะลอการใช้จ่ายสะท้อนจากช่วง 9 เดือน ซึ่งลดลง 30% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะยังมีดีมานด์ในกลุ่มผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแบรนด์ และคาดว่าการซื้อเครื่องฟอกอากาศจะสูงขึ้นช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ที่ปัญหาฝุ่นหนักที่สุด ขณะเดียวกัน ความต้องการแผ่นกรองหรือฟิลเตอร์เริ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนจากยอดขายแผ่นกรองของบริษัทที่โตเท่าตัวในช่วงที่ผ่านมา

นายบุญฤทธิ์ กล่าวว่า เพื่อให้สอดรับกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว บริษัทเน้นการทำตลาดตัวสินค้ารุ่นใหม่ที่มีระดับราคาเริ่มต้นประมาณ 1.5-2 หมื่นบาท จากปกติที่ในพอร์ตโฟลิโอมีสินค้าระดับ 3-4 หมื่นบาทเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นด้านดีไซน์สไตล์เฟอร์นิเจอร์ และมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อจูงใจผู้บริโภคด้วยความคุ้มค่า นอกจากนี้ ยังมีรุ่นสำหรับใช้ในรถยนต์ที่จะเปิดตัวช่วงปลายปีด้วยเช่นกัน รวมทั้งมีแผนจะเปิดตัวรุ่นไฮเอนด์ในเดือนมีนาคม 2564 ที่คาดว่าสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจจะเริ่มคลี่คลายแล้ว โดยจะมีจุดเด่นในด้านการตรวจวัดมลพิษทั้งฝุ่น และก๊าซได้หลายขนาด-ชนิด รวมถึงสั่งงานได้ง่ายขึ้น

“ปีนี้เราเตรียมสต๊อกสินค้าไว้น้อยกว่าปีก่อนตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ก็จะติดตามสถานการณ์ฝุ่นและดีมานด์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับแผนได้ทันท่วงทีเมื่อปัญหาฝุ่นกลับมา ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายประมาณ 200 ล้านบาทเท่ากับปี 2562 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าปีก่อน ๆ ที่เติบโต 30% ทุกปีตั้งแต่มีปัญหา PM 2.5”

“แอลจี” ประกาศลุยหนัก

นายอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า แม้ในภาพรวมของตลาดเครื่องฟอกอากาศอาจจะไม่หวือหวาเหมือนปีก่อน ๆ แต่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 น่าจะกระตุ้นดีมานด์ได้ในระดับหนึ่ง สะท้อนจากช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ซึ่งปัญหาฝุ่น PM 2.5 กลับมาระยะสั้น ๆ นั้น ร้านค้าหลายรายเริ่มติดต่อเข้ามาแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์หลักของแอลจีปีนี้ นอกจากสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนธันวาคมแล้ว ยังจะเน้นประสบการณ์ในร้านค้า รวมถึงจูงใจด้วยโปรโมชั่นของแถม-บริการหลังการขาย โดยจะส่งทีมพนักงานขายเข้าเสริมในร้านค้าต่าง ๆ นาน 6 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน-พฤษภาคม เพื่อส่งเสริมการขายทั้งเครื่องฟอกอากาศในช่วงท้าย-ต้นปี และเครื่องปรับอากาศในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม พร้อมกับเดินหน้ารุกร้านค้าเทรดิชั่นนอลเทรดในต่างจังหวัด เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าระดับบนที่กระจายในพื้นที่ต่าง ๆ

“ตอนนี้อยู่ระหว่างการวางตลาด และคาดว่าจะเริ่มทำตลาดเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเน้นสื่อสารผ่านออนไลน์ โดยอาจเน้นจูงใจด้วยการให้ของแถมที่ตอบโจทย์ความสะดวก ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้บริโภคระดับบนและพรีเมี่ยมให้ความสนใจ เช่น สิทธิรับบริการหลังการขายถึงบ้าน หรือออนไซต์เซอร์วิส และฐานล้อสำหรับช่วยให้เคลื่อนย้ายเครื่องฟอกได้ง่าย เป็นต้น”

ค่ายเล็กบุกเครื่องฟอกพกพา

นายศรัล ดุรงค์เดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศแบรนด์ “ฮันนี่เวล” และ “มาซูม่า” เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ดังกล่าว ปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการตลาดใหม่ โดยในส่วนของแบรนด์ฮันนี่เวล บริษัทจะยังไม่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เน้นทำการตลาดด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อย้ำจุดขายและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ส่วนแบรนด์มาซูม่าจะเน้นการทำตลาดเซ็กเมนต์เครื่องฟอกแบบพกพาด้วยสินค้าใหม่ซึ่งมีจุดขายเป็นระบบฆ่าเชื้อด้วยยูวีและนาโนไทเทเนียม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจตลาดเครื่องฟอกอากาศ ล่าสุดพบว่าขณะนี้มีหลาย ๆ ค่ายที่เริ่มมีแคมเปญการตลาดออกมาเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการขายบ้างแล้ว เช่น ซัมซุง ที่มีแคมเปญ “Mode of Living” ซึ่งมีการสร้างการรับรู้เครื่องฟอกอากาศรุ่นคิวบ์และบลูสกาย เช่นเดียวกับ “ไดกิ้น” ที่เดินหน้าสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี plasma ion และ streamer ที่เป็น

จุดขายของแบรนด์ผ่านออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลาย ๆ ค่ายที่มีแผนจะรุกตลาดนี้ด้วยเช่นกัน อาทิ ไฮเซ่นส์ ที่เดิมทำตลาดทีวีเป็นหลัก เตรียมนำเครื่องฟอกอากาศเข้ามาทำตลาด 2 รุ่น ระดับราคาประมาณ 4.5-5.5 พันบาท และอาจมีโปรโมชั่นร่วมกับสินค้าอื่น ๆ ในพอร์ต ขณะที่แบรนด์ไทยอย่าง “สมาร์ทโฮม” ก็มีแผนจะเพิ่มเครื่องฟอกอากาศรุ่นขนาดใหญ่ 45-50 ตร.ม. และรุ่นสำหรับใช้ในรถยนต์เข้ามาทำตลาดด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด เครื่องฟอกอากาศ