เงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
ทรัมป์-ไบเดน (1)
เงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาโค้งสุดการเลือกตั้งสหรัฐ “โจ ไบเดน-โดนัลด์ ทรัมป์” ใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่สภาผู้ส่งออกทางเรือปรับคาดการณ์ส่งออกไทยดีขึ้น หลังเศรษฐกิจ-การค้าโลกส่อฟื้นตัว
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/11) ที่ระดับ 31.09/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าลงมาจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (2/11) ที่ระดับ 31.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยนักลงทุนยังคงจับตาช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะจัดขึ้นในวันนี้ (3/11) โดยแม้ผลการสำรวจของทุกสำนักต่างเห็นตรงกันว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตมีโอกาสคว้าชัยเหนือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันจากพรรครีพับลิกัน แต่คะแนนเสียงจากผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจรวมถึงคะแนนเสียงจากหลายรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงของทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดผลการเลือกตั้งครั้งนี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนตุลาคมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 59.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2561 จากระดับ 55.4 ในเดือนกันยายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีดังกล่าวจะอยู่ที่ระดับ 55.6
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากนักลงทุนยังคงรอติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังทวีความรุนแรงทั้งในยุโรปและสหรัฐ ความไม่แน่นอนในช่วงใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้งปัจจัยทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ในวันนี้ (3/11) สภาผู้ส่งออกได้ปรับคาดการณ์การส่งออกของไทยปี 2563 ดีขึ้นมาเป็นหดตัวเหลือ -7% จากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ที่ -8% (กรอบ -10 ถึง -8%) เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์การส่งออกเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เริ่มฟื้นตัว
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.05-31.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.04/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/11) ที่ระดับ 1.643/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (2/11) ที่ระดับ 1.1640/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้าหลังจากที่ที่ประชุมธนาคารยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่รบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และภาวะถดถอยของเศรษฐกิจในภูมิภาค แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
โดยบริษัทไอเอชเอส มาร์กิต ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนในเดือนตุลาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน จากระดับ 53.7 ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1632-1.1688 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1682/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/11) ที่ระดับ 104.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (2/11) ที่ระดับ 104.71/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศสหรัฐและยุโรป รวมถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอีกด้วย
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.40-104.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.62/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของสหรัฐและยูโรโซน (4/11) ยอดค้าปลีกของยูโรโซน และจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ของสหรัฐ (5/11) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงาน และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงของสหรัฐ (6/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.7/0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประทเศอยู่ที่ -0.7/0.95 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ