เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
Real Estate ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
Finance กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
News ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
Real Estate ‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
Economic GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
Economic บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
ดูทั้งหมด

“ไทย-สิงคโปร์” แชมป์! ตลาดหุ้นแย่ที่สุดในเอเชีย

05 พ.ย. 2563 | 17:53น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานข้อมูลของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) ว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ม.ค.-31 ต.ค.63) ดัชนีตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกยังปรับตัวลงจากผลกระทบโควิด-19

โดยหากเรียงลำดับตลาดหุ้นที่แย่ที่สุด ประกอบด้วย 1.ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปรับตัวลง 24.8% 2.ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง 24.4% 3.ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปรับตัวลง 19.1% 4.ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ปรับตัวลง 18.6% 5.ตลาดหุ้นฮ่องกง ปรับตัวลง 14.5%

6.ตลาดหุ้นมาเลเซีย ปรับตัวลง 7.7% 7.ตลาดหุ้นอินเดีย ปรับตัวลง 4% 8.ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับตัวลง 3.7% 9.ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับตัวลง 2.9% ทั้งนี้หากพิจารณาดัชนี MSCI ASEAN ปรับตัวลงไปถึง 24.4% ขณะที่ดัชนี MSCI EM ปรับตัวลงแค่ 1% เท่านั้น

อย่างไรก็ดีภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พบว่า 3 ตลาดหุ้นเอเชียที่ยังยืนเป็นบวกอยู่ได้คือ 1.ตลาดหุ้นจีน ปรับตัวบวก 5.7% 2.ตลาดหุ้นไต้หวัน ปรับตัวบวก 4.6% และ 3.ตลาดหุ้นเกาหลี ปรับตัวบวกขึ้น 3.2%

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากเทียบเฉพาะเดือน ต.ค.ถือว่าตลาดหุ้นไทยแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ โดยสิ้นเดือน ต.ค.63 ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET index) ปิดอยู่ที่ 1,194.95 จุด ลดลงกว่า 3.40% จากเดือนก่อนหน้า ตามมาด้วยตลาดหุ้นเกาหลี ลดลง 2.6% ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 2.5% ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 1.7% และตลาดหุ้นอินเดีย ลดลง 0.9%

“ตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดหุ้นที่ “Underperform” ที่สุดเมื่อเทียบตลาดหุ้นอื่นๆ และเป็นปีที่แย่ที่สุดหากเป็นนักลงทุนต่างชาติเพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงิน เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีประเด็นทางการเมืองภายในประเทศเข้ามากดดันในช่วงที่ผ่านมา และหุ้นที่เกี่ยวกับภาคท่องเที่ยวและบริการได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่มีตัวเลือกมากนักเหมือนตลาดหุ้นอื่นๆ ที่ปีนี้หุ้นเทคโนโลยีได้รับความนิยม ราคาหุ้น “Perform” ได้ค่อนข้างดี เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่ม “New Normal”

นายไพบูลย์ กล่าวถึงประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐต่อภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกด้วยว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีความผันผวนสูง เพราะยังไม่สามารถคาดเดาผลการเลือกตั้งได้ ซึ่งอาจทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐถูกดีเลย์ออกไป เพราะหาก “โจ ไบเดน” ชนะ สถานการณ์อาจยังไม่จบ เนื่องจาก “ทรัมป์” อาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และเตรียมยื่นฟ้องศาลเรื่องการนับคะแนนใหม่ ซึ่งกว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะสาบานตนได้จะเกิดขึ้นประมาณเดือน ม.ค.64 จึงยังมีเวลาอีกกว่า 2 เดือนเต็ม

ทั้งนี้ไม่ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไรมองว่าทั้งทรัมป์และไบเดน จะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และยังมีประเด็นกับจีนเหมือนเดิม แต่ไบเดนอาจใช้วิธีที่เบากว่าทรัมป์ ขณะที่เดียวกันไบเดนก็อาจไม่สนับสนุนเรื่องภาษีกับบริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นเหมือนทรัมป์ ดังนั้นจากประเด็นดังกล่าวทำให้เม็ดเงินลงทุนอาจไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่(EM)รวมถึงตลาดหุ้นไทย และมองว่าจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐและทั่วโลกจะทำให้เม็ดเงินไหลออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเข้ามายังกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย เพราะหุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังห่วงสถานการณ์การเมืองในประเทศที่จะกดดันตลาดหุ้นไทย แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะหาทางออกได้ รวมทั้งยังต้องติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเปิดประเทศมากขึ้นจากการที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งขณะนี้นักวิเคราะห์เริ่มปรับประมาณการในทิศทางที่ดีขึ้น จึงมองว่าเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น และทำให้โอกาสที่ตลาดหุ้นไทยปี 2564 จะปรับตัวดีขึ้น

โดยคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนปีหน้าจะเติบโตกว่า 40% จากฐานต่ำ แต่ดัชนีอาจจะไม่เกิน 1,500 จุด ส่วนปีนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นไทยแล้ว ประเมินแนวรับบริเวณ 1,200 จุดน่าจะยืนอยู่ได้แล้วในช่วงที่เหลือของปี และคาดว่าสิ้นปีดัชนีหุ้นไทยน่าจะไต่ไปอยู่ในระดับ 1,300-1,350 จุดได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ตลาดหุ้นไทย