เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ดูทั้งหมด

แบรนด์ “โพนเชียงคาม” ต้นแบบเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม

10 พ.ย. 2563 | 07:42น.
โพนเชียงคาม ต้นแบบเกษตรอินทรีย์

หลังจากที่บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรืออินทัชเข้ามาดำเนินโครงการ “ข้าวเพื่อสุขภาพ” ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จ.เลย เมื่อปี 2562 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทยให้กินดีอยู่ดี มีเศรษฐกิจดีขึ้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกับยกระดับจากมาตรฐานจากเกษตรอินทรีย์แบบเดิมสู่เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม หรือ PGS (participatory guarantee system)

จนถึงวันนี้ วิสาหกิจชุมชนตำบลนาซ่าว มีผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ข้าวอินทรีย์, ข้าวแต๋น TAN TAN, ชาหญ้าหวาน ภายใต้แบรนด์ “โพนเชียงคาม” ทั้งยังมีรายได้เข้ามาตลอดทั้งปีจากการจำหน่ายสินค้าตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดเลย และจังหวัดใกล้เคียง

รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อตอกย้ำแนวคิด “คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” อันเป็นหัวใจสำคัญการทำซีเอสอาร์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนของอินทัช

สำหรับความร่วมมือระหว่างอินทัช และวิสาหกิจตำบลนาซ่าว เป็นการทำเกษตรอินทรีย์แบบ PGS แห่งแรกของโครงการ เนื่องจากสภาพพื้นที่เหมาะสม และมีการรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์กันอย่างเข้มแข็งมาก่อนหน้า ซึ่ง PGS ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ หรือ IFOAM ซึ่งเป็นระบบการรับรองคุณภาพโดยชุมชน การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่องของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของชุมชน เครือข่ายผู้บริโภค และหน่วยงานในพื้นที่ ภายใต้หลักการพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ที่สำคัญคือเป็นเครื่องมือในการตรวจแปลงเกษตรชุมชน เพื่อพัฒนามาตรฐานการผลิต และสร้างพื้นที่การปลูกข้าวอินทรีย์ที่มีความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงการรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานรับรองของรัฐและเอกชนมีโอกาสขยายช่องทางการตลาดมากขึ้น จนทำให้เกิดการขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์ที่สอดคล้องกับบริบททางสังคม

เท็ด โปษะกฤษณะ ถิระพัฒน์
เท็ด โปษะกฤษณะ ถิระพัฒน์

“เท็ด โปษะกฤษณะ ถิระพัฒน์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่น เน้นการมีส่วนร่วม มีการรวมกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่

“ดังนั้น จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ในพื้นที่ตำบลนาซ่าว อินทัชได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากทั้งสำนักงานเกษตร จ.เลย ดูแลกระบวนการเพาะปลูกให้มีความปลอดภัย สำนักงานพัฒนาที่ดิน อำเภอเชียงคาน ดูแลการปรับปรุงดิน และการผลิตสารชีวภัณฑ์อินทรีย์ที่ใช้ในการทำเกษตร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย แนะนำความรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขณะที่ทางจังหวัดช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่”

“ผมหวังว่าวิสาหกิจศูนย์ข้าวชุมชนนี้จะกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้เห็นแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบอินทรีย์ ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์โพนเชียงคาม เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้แก่เกษตรกร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรรายอื่นที่สนใจหันมาทำเกษตรอินทรีย์ และมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบสานการทำงาน เกิดความมั่นคงทางอาหาร และการพึ่งพาตนเองในชุมชน จนนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน”

รัชฎาวรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
รัชฎาวรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

อันไปสอดรับกับแนวคิดของ “รัชฎาวรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่มาเสริมว่าวิสาหกิจชุมชนตำบลนาซ่าว ดำเนินการในพื้นที่ของ “ทำเนียบ อารยะศิลปธร” ผู้เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ทั้งยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์มาก่อนที่อินทัชจะเข้ามา โดยเรามองเห็นว่าเขามีความตั้งใจที่จะยกระดับการเกษตรชุมชนของเขา จึงลงนามบันทึกความร่วมมือกันเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะมีการทำต่อเนื่อง

โดยเขาจะใช้พื้นที่ของตนเองเป็นศูนย์รวมวิสาหกิจ รวมกำลังชาวบ้านให้ความรู้ในการทำเกษตรอินทรีย์ และนำผลผลิตไม่ว่าจะเป็นข้าว และพืชหลังนาอื่น ๆ มารวมกันขายตามท้องถิ่น เพื่อส่งไปขายตามพื้นที่ต่าง ๆ

“ที่สำคัญ ชุมชนยังนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาเพิ่มมูลค่าสินค้าในแบรนด์โพนเชียงคาม ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยจะนำความรู้ และงานวิจัยมาผนวกกับความสามารถในการผลิตของชุมชนเพื่อพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น จากข้าวเหนียวเป็นข้าวพองทอดกรอบ TAN TAN รสลาบ และรสน้ำอ้อยแมกคาเดเมีย จากต้นทุนข้าวกิโลกรัมละ 40 บาท สามารถทำ TAN TAN ได้ 13 กระปุก กระปุกละ 60 บาท เพิ่มรายได้เป็น 780 บาท และทำชาเพื่อสุขภาพจากข้าวและพืชสมุนไพร โดยไม่ใช้สารเคมี”

ชาเพื่อสุขภาพ
ชาเพื่อสุขภาพ

รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น ทดลองแพลตฟอร์มทำการตลาดออนไลน์ผ่านเพจโพนเชียงคาม เพื่อเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ในการขยายแนวคิดเรื่องการทำเกษตรปลอดภัย โปรโมตอัตลักษณ์ของตนเอง ตรงนี้อินทัชจะช่วยจัดทำคลิปวิดีโอ”

“รวมถึงการขายผลิตผลของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และหลังจากเปิดเพจออนไลน์มาตั้งแต่เดือน ต.ค. 62 จนสินค้าเป็นที่รู้จัก และตอนนี้รายได้จากขายออนไลน์ รวมแล้วอยู่ที่ หลักแสนกว่าบาท โดยจะมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชนทำหน้าที่เป็นเลขาฯ เจ้าหน้าที่บัญชี บริหารจัดการเองทั้งหมด แบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับสมาชิกผู้เป็นเจ้าของสินค้าโดยตรง”

“รัชฎาวรรณ” กล่าวต่อว่า ความคาดหวังของเราคืออยากจะยกระดับวิสาหกิจชุมชนเป็นศูนย์การเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดภัยแห่งใหม่ในตำบลนาซ่าว พัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ PGS เพื่อเสริมรายได้อีกช่องทาง เพราะไม่เช่นนั้นชาวบ้านจะหวังรายได้จากการปลูกข้าวนาปีอย่างเดียว

ที่ผ่านมาจึงมีการจัด “ตลาด(อยาก)นัดโพนเชียงคาม” สำหรับซื้อหาสินค้าปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ใช้ฐานทุนทรัพยากร และวิถีวัฒนธรรมมาบูรณาการกับกิจกรรมต่าง ๆ ในตลาด เช่น เพนต์หน้ากากผีขนน้ำ ทำธุงใยแมงมุม ลิ้มลองอาหารพื้นบ้าน อาทิ ส้มตำด้องแด้ง และข้าวปุ้นฮ้อน

 

โดยตลาดเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ ต.ค.ที่ผ่านมา ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เพื่อดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่มายังตำบลนาซ่าว รวมถึงเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวหลักอื่น ๆ ในอำเภอเชียงคาน

“นับตั้งแต่เปิดตลาดช่วงแรก ๆ ราวเดือน ต.ค. พบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามา 2 สัปดาห์แรก (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) แล้ว 300 คน คาดว่าสิ้นปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยว และผู้มาศึกษาเรียนรู้กว่า 2,000 คน และน่าจะสร้างรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจ และชุมชนรวมกว่า 800,000 บาทอย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม “รัชฎาวรรณ” บอกว่า จากการดำเนินโครงการข้าวในพื้นที่ 6 จังหวัดก่อนหน้า อาทิ ชัยนาท, สุรินทร์, ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช, กาญจนบุรี, พิษณุโลก อินทัชยังคงติดตามอย่างต่อเนื่องว่ามีการสร้างรายได้จากโครงการมากน้อยแค่ไหน

“โดยเฉพาะผลผลิตที่ได้จะมีการส่งเสริมให้ขายออนไลน์มากขึ้น ซึ่งส่งเสริมให้วิสาหกิจแต่ละแห่งมีเพจเฟซบุ๊กของตนเอง และอนาคตมีแผนจะรวม knowledge sharing โมเดลต้นแบบเกษตรอินทรีย์ของ 6 จังหวัด ในเรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมช่องทางจำหน่ายมาทำเป็นมาร์เก็ตเพลซ เพื่อนำสินค้าทุกพื้นที่ของโครงการมารวมจำหน่าย”

“ซึ่งคาดว่าอาจจะปรากฏบนเว็บไซต์ของอินทัชเอง โดยผ่าน CSR แพลตฟอร์ม เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ทั้งยังมีแผนขยายโครงการไปสู่พื้นที่อื่น ๆ และตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการหาความเหมาะสมของพื้นที่ และปีหน้าต้องดูข้อกำหนด (requirements) ของแต่ละพื้นที่ต่อไปด้วย”

ทำเนียบ อารยะศิลปธร
ทำเนียบ อารยะศิลปธร

“ทำเนียบ อารยะศิลปธร” ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลนาซ่าว กล่าวต่อว่าก่อนเป็นวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรในพื้นที่มีการปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ต่างคนต่างทำในวิถีเดิม ๆ คือเป็นเพียงผู้ปลูกข้าวเพื่อการบริโภคและขายในตลาดท้องถิ่น ทำให้ประสบปัญหาเรื่องของพ่อค้าคนกลาง สภาพดินเสื่อม ต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณมากขึ้น จนเป็นบ่อเกิดของปัญหาต้นทุนในการผลิตสูงถึง 6-7 พันบาท และสุดท้ายเมื่อได้ผลผลิต ก็ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้

“ผมจึงรวมกลุ่มกับชาวบ้านเรียนรู้ทำเกษตรอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยใช้เอง เป็นปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน จากแต่ก่อนที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีครั้งละถึง 50 กิโลกรัมต่อไร่ ปัจจุบันเลิกใช้ปุ๋ยเคมี ปรับปรุงดิน โดยมีวิธีการ เช่น ปลูกปอเทือง ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอกและฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นใช้เอง ซึ่งทางเราเข้ามาสนับสนุน และมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทยคอยให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์แบบ PGS จนทำให้สมาชิก และคณะกรรมการทำงานร่วมกันทุกกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องการทำเอกสาร การออกตรวจแปลง ตลอดจนการกำกับของคณะกรรมการ”

“ปัจจุบันมีการทำเกษตรแบบ PGS ร่วมกับอินทัช และรวมหน่วยงานต่าง ๆ จนทำให้มีเกษตรกรเข้าเป็นครอบครัวต้นแบบในการทำ PGS จำนวน 18 ครอบครัว บนพื้นที่ 60 ไร่ ทั้งยังมีแนวโน้มผ่านการรับรองในระยะปรับเปลี่ยนจำนวน 51 ไร่ ส่วนผลผลิตประกอบด้วยข้าว พืชหลังนา และอื่น ๆ เช่น ถั่วลิสง มันเทศ มะขาม ไผ่หวาน ฯลฯ”

“ส่วนสมาชิกชาวนาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาจนสามารถเป็นผู้ตรวจแปลงที่มีความรู้และได้รับการยอมรับถึง 8 คน กระทั่งทำหน้าที่ตรวจแปลงให้แก่สมาชิกร่วมกับมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทยที่เป็นพี่เลี้ยง และผู้ให้มาตรฐานรับรองผลผลิต”

“เพราะเมื่อมีผลผลิต ชาวบ้านจะนำมารวมกลุ่มขายให้กับวิสาหกิจชุมชน โดยเราเป็นคนกำหนดราคาเอง และข้าวที่รับจากสมาชิกต้องผ่านการตรวจสอบสิ่งเจือปน จากนั้นจึงมีการนำไปขายทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด เช่น อุดรธานี เพชรบูรณ์ ฯลฯ ที่สำคัญ พืชหลังการทำนาก็มีชา หญ้าหวาน ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ผลิตไม่ทัน”

“ผมมั่นใจว่าวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลนาซ่าวจะเป็นต้นแบบของการทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง เพื่อช่วยสนับสนุน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในระยะยาว”

นับว่าน่าสนใจทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อินทัช (INTUCH)