หุ้นไทยทะยานบวกตามหุ้นโลก ขานรับคืบหน้าวัคซีนต้าน COVID
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศที่ตอบรับปัจจัยบวกทั้งผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และความคืบหน้าสำคัญของการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 จึงคาดแนวโน้ม SET INDEX หากสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,300 จุดได้อีกครั้ง จะมีโมเมนตั้มหนุนไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,320 และ 1,350 จุด ล่าสุด “ไฟเซอร์ อิงค์” เตรียมยื่นจดทะเบียนวัคซีนกับ FDA สหรัฐในสัปดาห์หน้า พร้อมผลิตทันปีนี้ 50 ล้านโดส และ 1,300 ล้านโดสปีหน้า
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันอังคาร( 10 พ.ย. 2563) ว่า คาดตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อในกรอบระหว่าง 1,280-1,320 จุด ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดต่างประเทศที่ตอบรับปัจจัยบวกต่อเนื่อง ทั้งเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และความคืบหน้าสำคัญของการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 จึงคาดแนวโน้ม SET INDEX หากสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,300 จุดได้อีกครั้ง จะมีโมเมนตั้มหนุนไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,320 และ 1,350 จุด ตามลำดับ
กลยุทธ์การลงทุนซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สนามบิน รวมถึงกลุ่ม Global play อาทิ ENERG, PETRO ซึ่งคาดจะได้ประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น
ทั้งนี้หากซื้อสะสมมาตั้งแต่ช่วง 1,200 จุด สามารถทยอยขายทำกำไรระยะสั้นได้บริเวณแนวต้าน และรอสะสมอีกครั้งเมื่อตลาดพักตัว
ทั้งนี้จากความร่วมมีอระหว่างบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ (สหรัฐ) และ BioNTech (เยอรมนี) สำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 มีความคืบหน้าเชิงบวกหลังทางบริษัทแถลงว่าตัววัคซีนที่พัฒนาสามารถต้านไวรัส COVID-19 ได้มีประสิทธิภาพสูงถึง 90% สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน สูงกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐคาดไว้ที่ไม่เกิน 75%
คาดไฟเซอร์ฯ เตรียมยื่นจดทะเบียนวัคซีนกับ FDA สหรัฐในสัปดาห์หน้า พร้อมผลิตทันปีนี้ 50 ล้านโดส และ 1,300 ล้านโดสปีหน้า
นอกจากนี้ต้องลุ้นผลเลือกตั้งสภาคองเกรส แม้ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าเดโมแครตจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้สำเร็จ ส่วนคะแนนของวุฒิสภายังต้องจับตาฝ่ายใดจะได้เกิน 50 คะแนน โดยหากเป็นรีพับลิกันจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น เนื่องจากจะสามารถค้านนโยบายภาษีต่าง ๆ ของไบเดนได้