เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“กลินท์” ดึงสมาชิกแสนบริษัท ปั้นธุรกิจสู่ความยั่งยืน

11 พ.ย. 2563 | 12:52น.
กลินท์ สารสิน

กลินท์ สารสิน

“กลินท์” ชู 3 นโยบายยกระดับสินค้าไทย ยกเคส น่านโมเดล ปลูกโกโก้ สร้างเเวร์ลู่ขึ้นเเท่นพืชเศรษฐกิจใหม่ พร้อมยึดหลักธุรกิจควบคู่สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เสนอ พรบ.อากาศ บริหารจัดการน้ำแก้วิกฤติระยะยาว

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 โรงแรม ดิ แอทธีนี โฮเทล แบงค็อก นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงาน สัมมนา ภาคธุรกิจไทย ในวิถี “ยั่งยืน” จัดโดย หนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การทำธุรกิจจากนี้ต้องมุ่งสู่ความยั่งยืน โดย ภาคธุรกิจมองเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น องค์กรภาคธุรกิจต่างต้องส่งเสริม สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน รับผิดชอบสังคมต้องดูให้ครบว่า ใน Value Chain ใครได้รับความเดือดร้อนบ้าง ที่สำคัญภาคธุรกิจจะอยู่รอดเพียงคนเดียวไม่ได้ ต้องผลักดันให้ทุกส่วนของสังคมร่วมมือกัน หอการค้าฯ มีเครือข่าย 77 จังหวัดทั่วประเทศ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 1 แสนบริษัท และหอการค้าต่างประเทศทั่วโลก

มีนโยบายการค้าและบริการ โดยยึดหลัก 3 ข้อ 1.การค้า การลงทุน 2.เกษตรอาหาร 3.ท่องเที่ยวและบริการ ควบคู่กับ 2 มิติหลัก 1.ขีดความสามารถแข่งขัน 2.ลดความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อมต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจ

ดังนั้น การบริหารงานเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีมากนั้น การสื่อสารชัดเจน สำคัญมากในการพัฒนาสินค้าไทย และทำอย่างไรให้สินค้าไทย สามารถเพิ่มมูลค่า และพัฒนาสิ่งของที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น สินค้าเกษตร ที่สามารถเพิ่มเเวลู่ได้อย่างมาก “โกโก้” พื้นที่ 2แสนบาทต่อไร่ แต่หากนำมาตากแห้ง จะได้ 5 แสนบาทต่อไร่ นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เครื่องสำอาง ร้านค้าได้อีก 1ล้านบาทต่อไร่

โดยให้ชาวบ้านมาช่วยพัฒนาร่วมกัน ซึ่งหอการค้าฯจะนำโมเดลดังกล่าวจาก จ.น่าน มาปรับใช้ พร้อมพัฒนาให้ทุกร้านกาแฟต้องมีโกโก้เป็นสินค้าชุมชนที่สร้างรายได้ด้วยการแวลู่

ขณะเดียวกัน กาแฟ ปลูกมานาน 4หมื่นบาทต่อไร่ นำไปคั่วบดได้อีก 2แสนบาทต่อไร่ นำมาขยายเป็นเฟรนไชส์ร้านได้อีกมาก

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารถึงขุมชนสำคัญมาก จะทำอย่างไรให้สินค้ามีมูลค้าและน่าสนใจ โดยเร็วๆ นี้จะมีการจัดงาน “การพัฒนาสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดสากล” ร่วมกับหอการค้าญี่ปุ่น ในวันที่ 17 พ.ย.ที่จะถึงนี้

“การยกระดับสินค้าในอนาคต ต้องสร้างแรงจูงใจ สร้างมูลค่าเพิ่มเกษตรและสินค้าอาหาร สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำอย่างไรให้ชุมชนสามารถสร้าง Branding ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหอการค้ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ช่วยกันพัฒนาเป็นโครงการรวมกลุ่มของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ช่วยพัฒนาหลายสินค้า”

ส่วนประเด็นสำคัญของความยั่งยืน คือทุกคนต้องมีส่วนร่วม มองผลประโยชน์ส่วนรวม เช่น PM2.5 เป็นเรื่องของทุกคน ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เช่นการแก้ไขปัญหามลพิษ ส่วนหนึ่ง รัฐต้องรับซื้อฟางข้าวและซังข้าวโพด ซึ่งล่าสุด เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว หอการค้าฯ เสนอ พรบ.อากาศสะอาด ไปยังรัฐบาล โดย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือ รับทราบแล้ว

ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของประะทศคือ บริหารจัดการน้ำ ทุกภาคส่วน ควรเก็บกักน้ำเพิ่มจาก 10% เป็น 20% เพื่อแก้ไขวิกฤติน้ำในระยะสั้น ขณะที่ในระยะยาวต้องรณรงค์ให้ทุกคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า

“แม้การจัดการน้ำ มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่ระหว่างทางสำคัญมาก จะทำยังไงให้ทุกคนใช้น้ำกันอย่างคุ้มค่าที่สุด ภาคเกษตร โรงงาน เอกชน การท่องเที่ยว ดังนั้นผมมองว่า เป็นหน้าที่ของทุกคน ทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วม สิ่งสำคัญของธุรกิจสู่ความยั่งยืน คือเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การสร้าง Sustainable ด้านสิ่งแวดล้อม ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลินท์ สารสิน