ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จากกระแสเงินไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 30.31/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (10/11) ที่ระดับ 30.43/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินดอลาร์สหรัฐเริ่มอ่อนค่าลง แม้ว่าเมื่อวาน (10/11) จะมีข่าวความคืบหน้าเรื่องยาต้านโควิด-19 จากบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ของสหรัฐ และบริษัทไบโอเอนเทคจากเยอรมนี ที่ประกาศว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสสำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน
แต่นักลงทุนยังคงกังวลต่อประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตว่าจะสามารถผลิตออกมาได้เพียงพอต่อประชากรได้ทันการแพร่ระบาดระลอกสองที่ยังคงรุนแรงในสหรัฐและประเทศแถบยุโรปได้หรือไม่ รวมถึงการเก็บรักษาและขนส่งยาที่ทำได้ยากจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งมอบยาไปยังประเทศต่าง ๆ หรือไม่
นอกจากนี้เมื่อคืน (10/11) ทางการสหรัฐมีการประกาศตัวเลขตำแหน่งว่างงานเปิดใหม่จาก JOLTs ของเดือนกันยายน อยู่ที่ 6.436 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.5 ล้านตำแหน่ง
ในส่วนของค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวาน (10/11) ในตลาดทุนนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะซื้อสุทธิ 18,958.37 ล้านบาท ส่วนตลาดพันธบัตรก็มีเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาราว 5,500 ล้านบาท แล้วตั้งแต่ต้นสัปดาห์
และข่าวความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยบวกต่อมุมมองเศรษฐกิจไทย เนื่องจากคาดว่าหากวัคซีนสามารถใช้ได้แล้วจะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.18-31.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.24/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 1.1820/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/11) ที่ระดับ 1.1800/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แม้เมื่อคืนที่ผ่านมา (10/11) สถาบัน ZEW จะประกาศตัวเลขความเชื่อมั่นทางเศรษฐกจของเยอรมนี สำหรับเดือนพฤศจิกายนออกมาอยู่ที่ระดับ 39.0 ซึ่งลดลงจากเดือนตุลาคมและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 41.7
โดยคาดว่าเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง และมาตรการล็อกดาวน์ของประเทศแถบยุดรปบางประเทศด้วย
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1781-1.1833 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1784/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 105.15/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/11) ที่ระดับ 105.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าจากการอ่อนตัวลงของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ
ประกอบกับนักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าจะมีความหวังจากความคืบหน้าของการคิดค้นยาป้องกันโควิด-19 แต่ก็ยังมีประเด็นเรื่องความยากในการเก็บรักษายาซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาด้วย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.99-105.33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทย เดือนตุลาคม (12/11), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สหราชอาณาจักร ไตรมาส 3 (12/11), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) สหรัฐ เดือนตุลาคม (12/11), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (12/11), ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐเดือนตุลาคม (13/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.750.90 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.2/2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ