เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
Finance กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
Real Estate “ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
Biz Movement คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
Finance ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
Finance เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
ดูทั้งหมด

นิติทัศน์ระบบเศรษฐกิจ สังคมดิจิทัลในประเทศไทย (2)

06 ธ.ค. 2563 | 07:55น.
แอดมิน
คอลัมน์ ระดมสมอง
ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย

ในตอนที่แล้ว ผู้เขียนนำเสนอแนวคิดเรื่องการจัดประเภทกฎหมายดิจิทัลของไทย จากมุมมองเชิงกว้างผ่านโครงสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัล และได้แนะนำกฎหมายใน 2 กลุ่มแรก ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดและรับรองสิทธิและหน้าที่พื้นฐานของประชาชนและนิติบุคคลเอกชนไปแล้ว สำหรับบทความในตอนนี้จะขอกล่าวถึงกฎหมายอีก 2 กลุ่มที่มีบทบาทโดยตรงในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ (ข้อ 3-4)

3.โครงสร้างและรากฐานระบบสาธารณูปโภคดิจิทัล

กฎหมายกลุ่มนี้ต่างจากกฎหมาย 2 ประเภทแรก ซึ่งเป็นกฎหมายอำนวยความสะดวกให้การดำเนินกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลเป็นไปได้อย่างราบรื่น (enabling laws) ตรงที่เป็นเสมือนโครงสร้างและรากฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล (structural laws) ไม่ว่าจะเป็นการบัญญัติกฎเกณฑ์และเงื่อนไขในการบริหารจัดการระบบและบริการชำระเงิน ทั้งการชำระแบบมีตัวกลางและการชำระเงินโดยตรงระหว่างคู่สัญญาผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 ทำหน้าที่บัญญัติกฎกติกาต่าง ๆ ในเรื่องนี้

และยังมีพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างระบบการเงินการธนาคารที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยข้อมูลและประวัติทางการเงินของผู้ใช้งานระบบการเงินที่ครบถ้วนและทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากนั้น โครงสร้างด้านดิจิทัลของระบบการเงินการธนาคารแล้ว การจัดให้มีระบบตรวจสอบ พิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเพื่อใช้เป็นบัตรผ่าน (passporting scheme) ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในโลกออนไลน์มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ หลักการสำคัญของการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลคือวิธีการและเทคโนโลยีที่ใช้ต้องมีความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกันกับการยืนยันตัวตนทางกายภาพ

ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการยืนยันตัวตนดิจิทัลอยู่ 2 บริการหลัก ได้แก่ บริการ Open ID ซึ่งเป็นบริการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงการให้บริการของรัฐผ่านระบบดิจิทัล โดยมีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นผู้พัฒนาและให้บริการ มีบริการ NDID หรือ National Digital ID ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างบริการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ทั้งนี้ เพื่อให้บริการยืนยันตัวตนดิจิทัลมีมาตรฐานและได้รับความน่าเชื่อถือ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการและสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. … ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางการอนุญาตและการกำกับดูแลธุรกิจบริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นการเฉพาะ

4.ระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนดิจิทัล

ระบบตลาดเงินและตลาดทุนเป็นภาคส่วนทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (technological disruption) อย่างรุนแรง และเกิดขึ้นรวดเร็วก่อนภาคส่วนทางเศรษฐกิจอื่น ทั้งนี้ เพราะสินค้าและบริการทางการเงินมีลักษณะเฉพาะเหมาะแก่การเสนอขายและให้บริการบนระบบดิจิทัลกล่าวคือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น หลักทรัพย์ เป็นต้น มีลักษณะเป็นหน่วยนับได้เท่ากัน (fungible) ใช้ข้อมูลเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างมูลค่า (data-driven)

และใช้ความเร็วและความถูกต้องของการทำนิติกรรมในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (economy of speed) ดังนั้น ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในภาคการเงินและตลาดทุนของประเทศไทย มีการปรับตัวเพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในธุรกิจและการกำกับดูแลมาเป็นเวลานานแล้ว

นอกจากนั้น กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ภาคส่วนเศรษฐกิจนี้สามารถปรับตัวได้รวดเร็ว ประการแรก คือ กฎหมายที่บังคับใช้มีความยืดหยุ่นและมีลักษณะเป็นการให้อำนาจแก่หน่วยงานของรัฐแบบกว้าง (broad discretion) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนกติกาได้ตามรูปแบบของโครงสร้างระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ ข้อ 5 และข้อ 8 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515

ซึ่งบัญญัติไว้แต่เพียงว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงกิจการทางการเงินต่าง ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันทางการเงิน (nonbank financial institutions) แม้ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีข้อดี แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายเก่าที่ตราขึ้นในช่วงที่เวลาเปลี่ยนผ่านของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ ตามหลักการของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ต่อไป

ประการที่สอง คือ กฎหมายที่วางรากฐานระบบการเงินและตลาดทุนมักพัฒนาบนแบบหลักทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ทำให้แม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ พื้นฐานของธุรกิจกลับไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม เช่น พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอแรนซีและโทเคนดิจิทัล)

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเหล่านี้กลับมีลักษณะคล้ายคลึงกับธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ ตลาดหรือแพลตฟอร์มซื้อขาย (trading platform) นายหน้า (broker) และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (dealer) นอกจากนั้นกฎหมายตลาดทุนดิจิทัลยังตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานเดียวกันกับกฎหมายหลักทรัพย์กล่าวคือ แนวคิดเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณชนรับทราบในช่วงเวลาที่เหมาะสม (timely disclosure of material information)

อย่างไรก็ตาม แนวคิดและหลักการดังกล่าวมีที่มาจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเงินในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นการออกกฎหมายเพื่อลดความฝืดเคืองของตลาด (market friction) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ได้รับการโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อ พ.ศ. 2550-2551 ที่ผ่านมา (Global Recession of 2007-2008) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาและติดตามแนวความคิดเชิงโครงสร้างของระบบการเงินและตลาดทุนโลก เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

หลังจากที่ได้นำเสนอกฎหมายดิจิทัล 4 ประเภทแรกไปแล้ว ท่านผู้อ่านอาจสังเกตเห็นได้ว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ โดยไม่ได้เน้นบทบาทของภาครัฐมากนัก ในครั้งหน้าผู้เขียนจะขอนำเสนอกฎหมาย 2 กลุ่มสุดท้าย ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับบทบาทของภาครัฐในระบบสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล