บิ๊กค้าปลีก-ส่ง “แอดไวซ์” ฉายภาพตลาดไอทีปีโควิด
“ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ไอทียังโตแสดงว่าเราต้องไปเบียดเบียนคนอื่น” คือคำกล่าวของ “จักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์การขาย และการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าไอที ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับเขาในหลากหลายแง่มุมดังนี้
Q : สถานการณ์ภาพรวมตลาดไอที
โน้ตบุ๊กน่าจะโต แต่สินค้าอื่นอย่างเดสก์ทอปคงไม่โต โน้ตบุ๊กได้กระแสจากเวิร์กฟอรมโฮม เรียนออนไลน์ บริษัทต่าง ๆ พยายามให้พนักงานทำงานที่บ้าน บางส่วนลงทุนซื้อโน้ตบุ๊กให้พนักงานใช้ แต่พอครึ่งปีหลังเริ่มแผ่ว
และเดิมตลาดโต เป็นโน้ตบุ๊กในเซ็กเมนต์ เกมมิ่ง ไม่ใช่โน้ตบุ๊กธรรมดา ดังนั้น ถ้าจะให้มองเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะไม่ดีทั้งปี ไอทีเป็นเซ็กเมนต์ที่โชคดี ทำให้คนทำงานสะดวกขึ้น
ครึ่งปีแรกบริษัทต่าง ๆ ที่มีนโยบายเวิร์กฟอรมโฮมเริ่มเห็นว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้ตกลงในไตรมาส 2 และ 3 จึงยังให้พนักงานทำงานที่บ้าน เซฟค่าเช่าออฟฟิศ ค่าไฟ
ขณะที่ตลาดไอทีครึ่งหลังของปีเริ่มสไลด์ลงด้วย 2 เหตุผล 1.ซัพพลายสินค้าขาด เช่น โน้ตบุ๊ก เริ่มขาดตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย. ตอบไม่ได้ว่าถ้าของมีพอแล้วในแง่ยอดขายจะยังระดับเดิมไหม แต่มั่นใจว่าจะดรอปลง เพราะครึ่งปีแรกคนซื้อไปหมดแล้ว ดูเฉพาะตลาดโน้ตบุ๊กทั้งปีอาจยังโต แต่คงไม่เยอะ
Q : ในแง่กำลังซื้อเป็นอย่างไร
หายไปจากระบบเยอะ ครึ่งปีแรกโน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่ขายได้ดีราคาเฉลี่ย 2.5 หมื่นขึ้น ครึ่งปีเหลือต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาท
Q : ช็อปดีมีคืนช่วยได้แค่ไหน
เผอิญมีไอโฟน 12 ออกมาพอดีก็อาจเป็นกระแสส่วนหนึ่ง สินค้าไอทีในกลุ่มที่จำเป็น เช่น โน้ตบุ๊กอาจเป็นสินค้าเดียวที่ซื้อมาแล้วยังจะได้ใช้ ผู้ปกครองอาจจำเป็นต้องซื้อ แต่ถ้าโควิดยังเป็นแบบนี้คงไม่ดีไปถึงกลางปีหน้า
Q : สถานการณ์การนำเข้าสินค้า
ขึ้นอยู่กับว่ามาจากประเทศไหน ถ้าจากจีนดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่คอมโพเนนต์บางอย่างยังขาด เช่น โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง จะใช้ชิ้นส่วนค่อนข้างเยอะ ซีพียูพอมี แต่จอขาด ซัพพลายจอหายไปค่อนข้างเยอะ รวมถึงแฟลชด้วยก็ยังเป็นปัญหา
Q : ร้านเล็ก ๆ ที่เป็นคู่ค้าก็หายไปเยอะ
ร้านตู้ขายมือถือหายไปเยอะ เริ่มตามไอที ผมอยู่ในวงการไอทีมานาน สมัยก่อนพันธุ์ทิพย์ฯมีร้านตู้เต็มไปหมด ก็จะเริ่มหายไป ผมเองซื้อสมาร์ทโฟนก็ซื้อผ่านโอเปอเรเตอร์มองว่าร้านตู้จะเป็นเทรดอินในการซื้อมือสอง และซ่อมถ้าคนซื้อเครื่องใหม่ ยาก
คนที่ซื้อแอปเปิลเข้าช็อปหมด แอปเปิล หัวเว่ย ซัมซุง ราคาสูง ๆ เป็นแบบนี้
Q : ตลาดต่างจังหวัดก็แบบนี้
ผมมองเป็น 2 กลุ่ม ต่างจังหวัด เราเข้าไปมีแฟรนไชส์ระดับอำเภอ การเข้าถึงของโอเปอเรเตอร์ยังไม่ได้ขนาดนั้น เผอิญเราเป็นแบรนด์ใหญ่ลงไปอำเภอ ช็อปมีการตกแต่งเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ ความเชื่อมั่นในการซื้อก็ยังโอเค ดีกว่าไปเจอร้านตึกแถวเอาตู้มาวางอันหนึ่ง มีกล่องมือถือเรียง เราเป็นทางเลือกที่อย่างน้อยลูกค้ารู้ว่าเป็นแอดไวซ์ เข้าเว็บก็เห็น ลูกค้าจึงมีความเชื่อมั่น และยังซื้อสินค้าผ่านร้านแอดไวซ์อยู่
Q : การปรับตัวและทิศทางจากนี้
เริ่มหันมาลุยตลาดออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้นมี 3 ช่องทาง ได้แก่ โซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก เริ่มเมื่อ 3 เดือนก่อน ได้รับผลตอบรับที่ดี ยอดขายผ่านช่องทางนี้โตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งรูปแบบการทำตลาดก็จะต่างจากช่องทางอื่น ๆ ต้องอธิบายรายละเอียดของสินค้าละเอียดขึ้น แต่ข้อดีคือปิดการขายได้ทันที
ถัดมาเป็นช่องทางอีมาร์เก็ตเพลซ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ เป็นแพลตฟอร์มที่มีความเชี่ยวชาญในการทำแคมเปญดับเบิลเดต และสุดท้ายอีเทลเลอร์ออนไลน์ของเราเองมีระบบโลจิสติกส์เอง
Q : สัดส่วนรายได้ของบริษัท
มาจากคอมพิวเตอร์ประกอบ (DIY) 30% โน้ตบุ๊ก 26% เดสก์ทอปกับเอโอ 15% ส่วนพรินติ้งลดลง เพราะไม่มีสินค้า ถ้าสถานการณ์เป็นปกติยอดขายพรินเตอร์จะมีสัดส่วนประมาณ 18% แต่ปีนี้วัดไม่ได้ ที่เหลือจะเป็นพวกเน็ตเวิร์กกิ้ง, ซีซีทีวี และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ
Q : ภาพรวมของบริษัทปีนี้
ต้นปีตั้งเป้าว่าจะโต 20% ยอดขาย 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ช่วงวิกฤตโควิดก็ยังเติบโตได้ดี เพราะร้านส่วนใหญ่อยู่นอกห้างขณะที่ยอดทางออนไลน์ก็เติบโตแต่กลางปีเป็นต้นมาเริ่มมีปัญหาสินค้าขาด ทั้งโน้ตบุ๊ก พรินเตอร์ น้ำหมึก อย่างโน้ตบุ๊กสั่งมา 2,000 เครื่อง ได้ของแค่ 300 เครื่อง
ทั้งร้านสาขาทั้งแฟรนไชส์ตบตีกันเรื่องแย่งของ ซึ่งก็ยังแก้ไขไม่ได้ทำได้แค่พยายามบาลานซ์ กระจายให้ทุกสาขา
ในมุมแอดไวซ์ เรายังโต แต่คงไม่ถึง 20% แต่มองเศรษฐกิจโดยรวมแล้วไม่ดี แต่ถ้าเรายังดี แสดงว่าต้องไปเบียดเบียนคนอื่น
Q : ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่ม
ถ้าเป็นโซนกรุงเทพฯ เนื่องจากมีสาขาน้อย ที่ผ่านมาเจาะลูกค้าต่างจังหวัดเป็นหลัก กรุงเทพฯมีแค่ 12 แห่ง จาก 100 แห่ง (อีก 250 แห่ง เป็นแฟรนไชส์) จะขยายสาขาเพิ่มโดยขึ้นห้าง ทำเป็นโซนนิ่งให้ลูกค้ารู้สึกว่าเข้าถึงแอดไวซ์ไม่ยาก แต่คงไม่ไปทุกห้าง เพราะท้ายที่สุดคนกรุงเทพฯจะออนไลน์ เป็นนิวนอร์มอลโดยโควิด
แต่ก็ยังจำเป็นต้องเปิดเพื่อรองรับลูกค้าเรื่องเซอร์วิส ลูกค้าสั่งออนไลน์เอาของไปเคลมหน้าสาขาได้ทำเป็น “วันสต็อปเซอร์วิส” ทั้งจำหน่าย และบริการในที่เดียว เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย เราเริ่มไปแล้วที่อุดรธานี เชียงใหม่ และศรีสะเกษ
คิดว่าสินค้าไอทียังไงลูกค้าก็ยังอยากจับต้องสินค้า แต่จับแล้วเข้าไปซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็จะทำบนเว็บที่น่าเชื่อถือ