เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

New Game ขุนคลัง “อาคม” ปลุกกำลังซื้อในประเทศ-รื้อระบบภาษีธุรกิจ

05 ธ.ค. 2563 | 09:55น.

ปี 2564 ใกล้เข้ามา หลายคนตั้งคำถามเศรษฐกิจปีหน้า หลังจากปี 2563 ทั้งโลกต้องเผชิญกับวิกฤต “โควิด-19” ที่ไม่เพียงเข้าทุบเศรษฐกิจดำดิ่ง ขณะเดียวกัน ก็ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงการดำเนินธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนไปในทุกอุตสาหกรรม

ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในการฝ่าวิกฤตปีหน้าจะเป็นอย่างไร “นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “THAILAND 2021 # New Game New Normal” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” โดยยอมรับว่า “ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยากลำบากที่จะบอกให้ทุกคนมีความหวังท่ามกลางปัญหา เป็นเรื่องยากมากที่จะให้ความมั่นใจ แต่เราจะต้องมองในอนาคตที่สดใส แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก”

พร้อมระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาหดตัวถึง -12% เทียบกับวิกฤตปี 2540 ซึ่งติดลบเหมือนกัน แต่วิกฤตต่างกันเพราะปี’40 วิกฤตจากสถาบันการเงินลงมาสู่ประชาชน ขณะที่ปีนี้ไวรัสทำให้ประชาชนทั้งหมดเจอวิกฤต และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ปีหน้าจะเห็นเศรษฐกิจไทยขยายตัวเป็นบวกได้แน่นอน โดยประเมินว่าจะโตอยู่ในช่วง 4-4.5% ต่อปี ถือว่าสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ารอบนี้การฟื้นตัวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี

ปีแห่งความยากลำบากกำลังจะผ่านพ้น

รมว.คลังกล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องล็อกดาวน์กว่า 3 เดือน กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงักไปเกือบหมด แต่คนไทยยังสามารถดำเนินชีวิตได้ เพราะแม้ว่าร้านอาหารปิด แต่ก็มีบริการส่งถึงบ้าน มีระบบโลจิสติกส์ต่าง ๆ มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ปรับตัวได้เร็ว ไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจ แต่ภาครัฐบาลก็ต้องปรับตัวเช่นกัน

“ในช่วงล็อกดาวน์ไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า จีดีพีของประเทศไทยติดลบมา 2 ไตรมาส ไตรมาส 3 ก็ยังติดลบ แต่น้อยลงเพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา แต่ไม่หวือหวาเพราะกำลังซื้อมีเฉพาะในประเทศ ขณะที่กำลังซื้อภาคการท่องเที่ยวที่ใหญ่มากประมาณ 12% ของจีดีพีหายไป นักท่องเที่ยวต่างชาติปีละประมาณ 40 ล้านคนหายไปหมด”

อย่างไรก็ดี ขณะนี้เริ่มมีต่างชาติกลับเข้ามาแต่ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ นักการทูต ต้องได้รับอนุญาต ซึ่งความหวังเรื่อง “วัคซีน” มาแล้ว ขณะที่การรักษาและการจำกัดการแพร่ขยายของเชื้อโรคประเทศไทยทำได้ดี แต่จะสามารถเปิดรับการเดินทางของผู้คนทั่วโลกได้เมื่อไหร่

ฟื้นท่องเที่ยวต้องใช้เวลา 4 ปี

นายอาคมกล่าวว่า ล่าสุด (1 ธ.ค.) กระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอข้อมูลต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความพร้อมในการเปิดประเทศ โดยในวิดีโอที่รายงานบอกว่า เราพร้อมแล้วที่จะเปิด แต่ก็ต้องดูอีกว่าจะเปิดแบบไหน มีเงื่อนไขอย่างไร ดังนั้น การตั้งเป้าหมายรับนักท่องเที่ยวแบบต่ำสุดคือปี 2564 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 ล้านคน จากที่ไทยเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งการที่จะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาเต็ม capacity จะต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะกลับมาปกติในปี 2567 หรือใช้เวลาประมาณ 4 ปี อย่างไรก็ดี ขึ้นอยู่กับการสปีดอัพ ถ้าเราปลอดภัยเต็มร้อย หากต้นทางปลอดภัย จำนวนนักท่องเที่ยวก็สามารถก้าวกระโดดในแต่ละปีได้

สำหรับเศรษฐกิจโดยรวมคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปีในการที่จะฟื้นกลับมา แต่ในภาคการท่องเที่ยวก็คาดว่าจะต้องใช้เวลา 4 ปีในการที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมา

รัฐช่วยจ่ายกระตุ้นกำลังซื้อประคอง ศก.

รมว.คลังกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรายังต้องพึ่งเศรษฐกิจในประเทศ ทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการใช้จ่าย ไม่พูดถึงเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องแม้เป็นช่วงโควิด-19 แต่เรื่องการใช้จ่ายในประเทศแม้จะไม่สามารถช่วยทำให้เข้าสู่ภาวะปกติในปีนี้ แต่มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาก็เป็นการประทัง โดยเพิ่มการใช้จ่ายของประชาชน โดยรัฐเข้าไปช่วยจ่าย แบ่งเบาภาระ ทั้งโครงการชิมช้อปใช้, เราเที่ยวด้วยกัน, ช้อปดีมีคืน และคนละครึ่ง ทั้งหมดเป็นการเข้าไปกระตุ้นการใช้จ่ายโดยที่รัฐบาลเข้าไปช่วยจ่าย

“สิ้นเดือน ธ.ค.นี้คนละครึ่งเฟสแรกก็จะหมดลง ซึ่งเราได้เตรียมเงินไว้ประมาณ 3 หมื่นล้าน เพื่อช่วยเหลือกำลังซื้อภาคประชาชน ซึ่งขณะนี้มองเห็นสัญญาณการบริโภคในช่วงต้นปี’64 ยังอ่อนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการคนละครึ่งออกไปอีก 3 เดือน รวมทั้งมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน”

นโยบายการเงินต้องไม่เป็นอุปสรรคฟื้น ศก.

นายอาคมกล่าวว่า เรื่องระบบนิเวศทางการเงิน เรื่องค่าเงินบาท เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่กระทรวงการคลังก็ได้หารือร่วมกัน เนื่องจากนโยบายการเงินและการคลังจะต้องสอดประสานกัน เพราะหากนโยบายการเงินไม่เอื้ออำนวยให้ทางด้านการคลังสามารถที่จะใช้จ่ายเงินได้ เศรษฐกิจก็ไปต่อไม่ได้

“โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเร่งการฟื้นฟู กระทรวงการคลังก็อยากจะเห็นนโยบายด้านการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชน และเมื่อรัฐบาลใช้จ่ายเงินเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ หรือการลงทุน นโยบายการเงินจะต้องสอดประสาน ไม่ใช่ว่าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น นโยบายการเงินก็เข้มงวดขึ้นมา ซึ่งเราพูดคุยกันว่าต้องให้การฟื้นตัวเต็มที่” นายอาคมกล่าว

นอกจากนี้ การดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการค้ำประกันสินเชื่อ วงเงินรวม 1.75 แสนล้านบาท แบ่งเป็นโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 9 (PGS9) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ระยะที่ 4 (micro 4) วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ในเรื่องรายละเอียดต่อไป

ปรับระบบภาษีหนุน 3 กลุ่มธุรกิจ

นายอาคมกล่าวว่า สำหรับปีหน้า New Game New Normal ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีอิทธิพลกับทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ทางด้านการแพทย์ โดยธุรกิจออนไลน์จะเข้าไปอยู่ในเกือบทุกเรื่อง ขณะที่ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ก็จะมีอิทธิพลมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานสำคัญในการรับจ่ายเงินของประเทศ ก็จะต้องพัฒนาเรื่องนี้ต่อไป โดยปี 2564 ก็มีแผนเชื่อมโยงบริการพร้อมเพย์กับประเทศสิงคโปร์

รมว.คลังกล่าวอีกว่า New Game New Normal ในส่วนโครงสร้างเศรษฐกิจก็จะต้องเปลี่ยน ที่ผ่านมารัฐบาลมีการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรม new S-curve แต่ปีหน้ากระทรวงการคลังจะโฟกัสออกแบบระบบภาษีใหม่เพื่ออำนายความสะดวกใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล กลุ่มนี้จะเป็นสตาร์ตอัพจำนวนมาก, กลุ่มธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และกลุ่มธุรกิจสุขภาพ (เฮลท์)

“นี่คือ 3 กลุ่มธุรกิจที่จะโฟกัสจาก 10 อุตสาหกรรมใหม่ เป็นเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากที่ประเทศไทยพึ่งพาภาคบริการมาก ต้องใช้เรื่องดิจิทัล”

บี้เก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติ

รมว.คลังกล่าวว่า ในขณะที่รายจ่ายของภาครัฐมีมากขึ้น และขณะที่ระบบการจัดเก็บรายได้ยังเหมือนเดิม รายการลดหย่อนมากขึ้น ๆ ประเด็นเรื่องรายรับของรัฐบาลไม่ได้พูดมานาน ดังนั้น ในปี 2564 กระทรวงการคลังจะเดินหน้าเรื่องการเก็บภาษีธุรกรรมบริการออนไลน์ (e-Service) โดยเฉพาะบริการออนไลน์จากผู้ให้บริการต่างประเทศ ไม่ได้รีจิสเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ ประเทศเร่งดำเนินการอยู่ สำหรับกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา นี่ก็ถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย

นอกจากนี้ คณะทูตต่างประเทศได้รวมตัวกันทำ 10 ข้อเสนอให้ไทยปรับปรุงความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ เพื่อยกระดับสู่การเป็น 10 ประเทศที่ประกอบธุรกิจได้ง่ายที่สุด โดยกระทรวงการคลังได้รับมา 1 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพิธีการศุลกากร ซึ่งในปี 2564 การแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐให้ได้มากที่สุด

ทั้งหมดนี้ในเรื่องการฟื้นฟู-การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พ้นวิกฤต ขุนคลังรับปากว่า “จะทำให้ดีที่สุด” ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ