เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“อลิซ พอตเตอร์” คาลเท็กซ์สู้ศึกค้าปลีกน้ำมันปี 64

14 ธ.ค. 2563 | 12:15น.
คาลเท๊กซ์

คาลเท๊กซ์

สัมภาษณ์

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ฟาดหางธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเต็ม ๆ ด้วยประชาชนต้องหยุดทำงานจากบ้าน ทำให้ยอดการใช้น้ำมันลดลง ขณะที่สายการบินต้องหยุดบินทำให้ยอดการใช้น้ำมันเครื่องบินหรือน้ำมันเจ็ตหายไป 80-90%

ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันค่อนข้างรุนแรง เป็นเหตุให้ทุกแบรนด์ต้องปรับตัวสู้ศึกในปี 2564 เพื่อชิงมาร์เก็ตแชร์อย่างเข้มข้น “อลิซ พอตเตอร์” ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ผลกระทบจากโควิด

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง 13% ทั้งเบนซินและดีเซลลดลงทั้งหมด แต่เรายังมองว่าภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันในปีนี้ทั้งในส่วนของการขายปลีกและการใช้เชิงพาณิชย์จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนได้ แต่จะมีเพียงส่วนที่ยังกระทบหนัก คือ น้ำมันอากาศยาน (เจ็ต)

ทั้งนี้ ยอดขายในช่วง 10 เดือน บริษัทยังมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันโดยรวมที่ 6.1% โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดเป็นกลุ่มดีเซล คือ บี7 และบี10 ส่วนเบนซินจะเป็นโซฮอล์ 95

ส่วนปี 2564 แม้ว่าเรื่องโควิดจะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แต่บริษัทยังเชื่อมั่นว่าด้วยจีดีพีของไทยมีโอกาสเติบโตสูงขึ้น ทำให้การใช้พลังงานมากขึ้น เรามีจุดแข็งในการถือหุ้นบริษัทน้ำมัน คุณภาพสินค้า จำนวนสาขาปั๊มที่มีอยู่ จะขายเพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายและส่วนแบ่งตลาดจากปัจจุบันได้

แผนการลงทุน 6 พันล้าน

ปีหน้าบริษัทยังลงทุนต่อเนื่องตามแผนงบประมาณที่วางไว้ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6,000 ล้านบาทในระหว่างปี 2561-2564 โดยจะขยายสาขาสถานีบริการน้ำมันอีก 100 สาขาให้ได้ 500 สาขา จากล่าสุดที่มีจำนวน 400 สาขา

ซึ่งนอกจากการขยายสาขาแล้วยังจะลงทุนปรับปรุงสถานีบริการเดิมให้เป็นรูปแบบสมาร์ทสเตชั่นโดยใช้ระบบดิจิทัลมาให้บริการ มีเป้าหมายจะทยอยปรับปรุงปีละ 50 สาขา

ส่วนสเต็ปต่อไปของแผนการลงทุนใหม่ยังจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งในปีหน้า หลังจากผ่านช่วงครึ่งปีหลังไปแล้ว เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะค้นพบวัคซีนโควิดซึ่งอาจจะมีผลต่อความต้องการใช้พลังงานหลังจากนั้น

ขยายพันธมิตร Local

การดำเนินงานตามแผนนั้น บริษัทจะใช้กลยุทธ์ 3P พัฒนาการให้บริการ ซึ่งประกอบไปด้วย

1) people มุ่งพัฒนาบุคลากรในองค์กร ทั้งการอบรมให้ความรู้ด้านต่าง ๆ การระวังรักษาสุขภาพจากโควิด และการส่งเสริมการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโดยรอบ

2) product เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ทั้งกลุ่มน้ำมัน และน้ำมันหล่อลื่น

3) partnership จะมุ่งสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความหลากหลายไม่ใช่เพียงเฉพาะแบรนด์ต่างประเทศอย่างสตาร์บัคส์เคเอฟซี ร้านกาแฟ Gloria Jean’s หรือแบรนด์ไทย อย่างเซ็นทรัล บิ๊กซี และที่สำคัญบริษัทยังได้ขยายไปหาพันธมิตรโลคอลแบรนด์ เช่น ชาวดอย มุมกะเพรา ส้มตำจัดจ้าน ส้มตำนิตยาไก่ย่าง เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันการลงทุนสถานีบริการคาลเท็กซ์จะเป็นการลงทุนโดยรีเทลเลอร์กว่า 95% และการลงทุนที่บริษัทเป็นเจ้าของมีประมาณ 5% แต่ทางบริษัทจะมีทีมงานที่คอยช่วยประสาน จัดหาร้านค้าพันธมิตรต่าง ๆ ไปให้กับรีเทลเลอร์ในแต่ละพื้นที่ จึงจะทำให้เห็นว่ามีรูปแบบที่หลากหลาย และยังเน้นการเชื่อมโยงลูกค้าที่มาใช้บริการให้สามารถสะสมแต้มร่วมกับบัตรเดอะวันการ์ดได้ อำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินร่วมกับธนาคารกรุงเทพ

ชูจุดแข็งคุณภาพน้ำมัน

ต่อกรณีที่ ในปี 2564 ตลาดนี้จะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น จากที่เจ้าตลาดจะมีการส่งบริษัทลูก (พีทีทีโออาร์) เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ทางบริษัทยังเชื่อมั่นว่าแข่งขันได้ จากคุณภาพน้ำมันที่ดี จุดแข็งจากการเข้าไปถือหุ้น 60% ในโรงกลั่น SPRC และการพัฒนาน้ำมันพรีเมี่ยมที่มีผลการทดสอบยืนยันว่าจะสามารถช่วยการทำงานของเครื่องยนต์ และวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า ซึ่งทำให้มีสัดส่วนการขายน้ำมันพรีเมี่ยมเป็น 40% หรือประมาณ 147 แห่งแล้ว รวมถึงการปรับโฉมใหม่สถานีบริการจะช่วยให้
ผู้บริโภคตัดสินใจเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

แผนการต่อยอดธุรกิจอนาคต

อีกด้านบริษัทยังให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานอนาคต ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ร่วมมือกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในปั๊ม 20 แห่ง ในสิ้นปีนี้

สำหรับการต่อยอดการลงทุนนี้หลักๆ เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่จะมาใช้บริการธุรกิจกลุ่มน็อนออยล์ภายในสถานีบริการ ส่วนผลตอบแทนการลงทุนของแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างรีเทลเลอร์และทางอีเอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คาลเท็กซ์