“ทริส” ปรับลดมุมมองเครดิตหุ้นกู้ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์” เป็น “Negative”
“ทริส” ปรับลดมุมมองเครดิตหุ้นกู้ วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาทของ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์” เป็น “Negative” จากเดิม “Stable” ห่วงระดับหนี้สินของบริษัทแม่พุ่งเกินเพดาน แถมรายได้ยังได้รับแรงกดดันจาก “ภาวะเศรษฐกิจ-โควิด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทริสเรทติ้ง ได้ประกาศคงอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกันของ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (FPHT หรือผู้ออกหุ้นกู้) ที่ระดับ “AA-” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้เป็น “Negative” หรือ “ลบ” จากเดิม “Stable” หรือ “คงที่” ด้วย
โดยหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการออกหุ้นกู้วงเงินรวม 2.5 หมื่นล้านบาทของผู้ออกหุ้นกู้และหุ้นกู้ทั้งหมดได้รับการค้ำประกันโดย Frasers Property Ltd. (FPL หรือผู้ค้ำประกัน) ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้เป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นเต็ม 100% ของ FPL ทั้งนี้ อันดับเครดิตหุ้นกู้ดังกล่าวสะท้อนถึงคุณภาพเครดิตของผู้ค้ำประกัน (FPL อันดับเครดิต “AA-/Negative” โดยทริสเรทติ้ง)
ทั้งนี้ แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” สะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งว่าระดับหนี้สินทางการเงินของ FPL มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าเพดานที่กำหนดสำหรับอันดับเครดิตของบริษัทในปัจจุบันที่ให้มีระดับอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไม่เกิน 12 เท่าอย่างน้อยในช่วงเวลา 12-18 เดือนข้างหน้า
โดยทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของ FPL จะยังคงได้รับแรงกดดันจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) และภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจโรงแรมและServiced Residence รวมทั้งธุรกิจพื้นที่ศูนย์การค้าให้เช่า นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่า FPL จะมีรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ลดลงจากการที่บริษัทไม่มีโครงการใหม่ ๆ ในประเทศจีนและยอดขายที่ชะลอตัวในประเทศสิงคโปร์
นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของ FPL โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากประสบการณ์ที่ยาวนานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการมีสินทรัพย์คุณภาพดีที่หลากหลายซึ่งกระจายตัวอยู่ในธุรกิจทุกประเภทและทำเลที่ตั้ง รวมถึงฐานรายได้จากสินทรัพย์ให้เช่าที่อยู่ในระดับสูง และการบริหารจัดการเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวก็ถูกลดทอนลงบางส่วนจากภาระหนี้ที่สูงเนื่องจากบริษัทมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ภายใต้สัญญาค้ำประกัน FPL จะให้การค้ำประกันอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่สามารถเพิกถอนได้สำหรับหุ้นกู้ทั้งจำนวนซึ่งรวมถึงเงินต้น ตลอดจนหนี้ดอกเบี้ยหุ้นกู้ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหุ้นกู้มีการค้ำประกันดังกล่าวจะได้รับการจัดชั้นให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าหนี้ที่ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิอื่น ๆ ของ FPL และสัญญาค้ำประกันนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศสิงคโปร์
ทั้งนี้ FPL เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการครบวงจร (Integrated Real Estate Company) ซึ่งมีฐานดำเนินการอยู่ในประเทศสิงคโปร์ บริษัทจดทะเบียนบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST) ในปี 2557 โดยมีกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น หรือ TCC Group เป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วนรวมประมาณ 87% บริษัทมีหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์จำนวน 4 หน่วยหลัก ได้แก่ ธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ ธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมให้เช่า (Industrial & Logistics) และธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและบริการ (Hospitality) รวมทั้งมีส่วนธุรกิจประเทศไทยและเวียดนาม และส่วนธุรกิจอื่น ๆ อีกด้วย
โดยธุรกิจทั้งหมดของบริษัทครอบคลุมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและเพื่ออุตสาหกรรมไปจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ซึ่งสร้างรายได้ประจำ อันได้แก่ พื้นที่ศูนย์การค้าให้เช่า สำนักงานและ Business Park ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ให้เช่า รวมทั้งธุรกิจ โรงแรมและ Serviced Residence