เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พลัง “คนละครึ่ง” สะเทือนเซเว่นฯ

25 ธ.ค. 2563 | 13:00น.

คอลัมน์สามัญสำนึก
สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

“คนละครึ่ง” ถือเป็นโครงการของรัฐบาลที่ประสบความสำเร็จรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญต้องยอมรับว่าเป็นมาตรการที่ยิงตรงกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ได้รับสิทธิและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ต้องยกความดีความชอบให้ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดนี้ รอบคอบและชัดเจน ที่ช่วย “ปิดประตู” ไม่ให้ยักษ์ค้าปลีก รวมทั้งร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ อย่างเช่น เซเว่นอีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

เป้าหมายโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก ด้วยการดีไซน์มาตรการที่ถือว่าลงตัวและตรงจุด จึงเป็นเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ทั้งช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคให้ประชาชน 50% แบบจ่ายคนละครึ่ง ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอย ตลาดนัดตลาดสด ที่เรียกว่า “คนตัวเล็ก”

การกระจายเม็ดเงินคนละครึ่งวันละ 150+150 บาท แบบค่อย ๆ หว่าน ช่วยให้ทั้งประชาชนและร้านค้าหาบเร่แผงลอยมีเม็ดเงินหล่อเลี้ยงไปอีก 6 เดือน เฟสแรกเริ่มตั้งแต่ 23 ตุลาคม 2563 ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดโครงการ 31 ธันวาคมนี้ ก็ต่อเฟสสองไปถึง 31 มีนาคม 2564

จำนวนผู้ได้รับสิทธิเฟสแรก 10 ล้านคน และเฟสสองที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนไปอีก 5 ล้านคน รวมประชาชนที่ได้สิทธิ 15 ล้านคน ยอดเงินรวมคนละ 3,500 บาท คิดเป็นเม็ดเงิน 52,500 ล้านบาท ส่วนที่รัฐบาลใส่ลงไปเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย ที่ส่งผ่านจากประชาชนลงไปถึงร้านค้าหาบเร่-แผงลอย

และเมื่อรวมกับอีก 50% จากเงินของประชาชนที่ร่วมจ่ายนั่นหมายถึงเม็ดเงินรวม 105,000 ล้านบาทที่ใส่ลงไปในระบบเศรษฐกิจฐานราก ที่ดีไซน์ให้ “คนตัวเล็ก” ได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ เพราะจำกัดสิทธิค้าปลีกรายใหญ่และร้านสะดวกซื้อ

เพราะโครงการนี้ถ้าเพียงแค่เปิดช่องให้ “ร้านสะดวกซื้อ”เข้าร่วมโครงการเท่านั้น เชื่อว่าผลที่ได้รับจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้จนถึงสิ้นไตรมาสแรกปีหน้า จะมีเม็ดเงิน 105,000 ล้านบาทใส่ลงไปที่ร้านค้ารายย่อย แบบช่วยต่อลมหายใจให้ในภาวะวิกฤตโรคระบาด ที่กำลังซื้อกำลังซบเซา

จากที่สัมผัสและสำรวจร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารรถเข็นแผงลอยต่าง ๆ พูดไปในทิศทางเดียวกันว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากก่อนที่จะมีโครงการคนละครึ่ง

และอีกกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ก็คือ “โชห่วย” ซึ่งถือเป็นช่วงเวลา “เอาคืน” เพราะเดิมกลุ่มนี้ถูกร้านสะดวกซื้อแย่งลูกค้า เพราะด้วยความสะดวกสบายและครบครันของสินค้า ใคร ๆ ก็เลือกเข้าร้านสะดวกซื้อ

แต่ “คนละครึ่ง” ทำให้ยอดขายของร้านโชห่วยหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

งานนี้เรียกว่าพลังของ “คนละครึ่ง” ได้เติมโอกาสให้กับ “คนตัวเล็ก” อย่างแท้จริง

ถึงขั้นที่เจ้าของร้านเซเว่นฯหลายแห่งถึงกับบ่นว่า ยอดขายช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด

และไม่ใช่แค่ร้านสะดวกซื้อ เชื่อว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งก็คงเจอเอฟเฟ็กต์จาก “คนละครึ่ง” ไปไม่น้อย

เพราะหลายคนคงเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของใช้จำเป็นจากร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” แทนที่จะไปซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต

นี่จึงถือว่าเป็นหนึ่งตัวอย่างของการดีไซน์โครงการเพื่อที่ตอบโจทย์ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ที่ต้องยอมรับมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงจุด และถูกใจประชาชนโดยถ้วนหน้า แต่ถ้าจะให้เท่าเทียมทั่วถึง ก็คงต้องเปิดให้ลงทะเบียนอีกรอบ เพื่อให้กลุ่มฐานรากได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนละครึ่ง