มติ ศบค. แบ่งพื้นที่คุม 4 โซนเสี่ยงสูง-ต่ำ สั่งผู้ว่าฯออกมาตรการเด็ดขาด
พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ-รมว.กลาโหม ประชุมศบค.ชุดใหม่ กำหนดพื้นที่ควบคุม 4 โซน จากเสี่ยงสูง-เสียงต่ำ มอบอำนาจผู้ว่า ฯ กำหนดมาตรการอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้ งดจัดปีใหม่พื้นที่ควบคุมสูงสุด – กิจกรรมสาธารณะ – จำกัดคน
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงภายหลังการประชุม ภายหลังมีมติเห็นชอบ แบ่งพื้นที่ตามสถานการณ์ออกเป็น 4 พื้นที่ ประกอบด้วย
1.พื้นการควบคุมสูงสุด หมายถึง พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื่อจำนวนมากและมากกว่า 1 พื้นที่ (ย่อย)
2.พื้นที่ควบคุม หมายถึง พื้นที่ที่ติดกับพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื่อเกินกว่า 10 ราย และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น
3.พื้นที่เฝ้าระวังสูง หมาย พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 ราย แต่มีแนวโน้มสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
4.พื้นที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีผู้ติดเชื้อ
“หลายคนรอว่า ผมจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศหรือเปล่า เราก็ต้องดูความรุนแรงของพื้นที่ ของกิจกรรมที่เกิดขึ้น คนไทยทั้งประเทศลุงตู่ห่วงใยนะจ๊ะ รักทุกคน เป็นห่วงทุกคน ทุก ๆ เรื่อง เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพื่อพี่น้องคนไทย 70 ล้านคน”
มอบอำนาจผู้ว่าฯ อะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ผมเน้นย้ำ คือ ก่อนหน้านี้มีการกำหนดพื้นที่เบื้องต้นเพื่อบริหารพื้นที่โดยแบ่งออกเป็นสีแดง สีเหลืองและสีเขียว ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามตนไม่อยากมีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติงานจึงต้องยกเลิกการกำหนดพื้นที่เป็นโซนสี และเปลี่ยนเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่เฝ้าระวัง และให้หน่วยระดับพื้นที่ดำเนินการ
ซึ่งในแต่ละกลุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัด สสจ.และคณะทำงานจะเป็นผู้พิจารณาเอง แต่ศบค.จะกำหนดประเภทของกิจกรรม บางพื้นที่ทำได้ บางพื้นที่ทำไม่ได้ ซึ่งจะมีการชี้แจงมาตรฐานที่ชัดเจนต่อไปว่า อะไรจัดได้บ้าง อะไรจัดไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานสาธารณะ ซึ่งไม่รู้ที่มาของคนและจำนวนที่มาเท่าไหร่ไม่รู้ ทำให้คุมไม่ได้
“ผมไม่อยากตัดสินตรงนี้ แต่ต้องตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งประเทศ เพื่อบริหารความเสี่ยง เพื่อบริหารความตื่นตระหนกให้ได้ วันนี้หลายอย่างไปด้วยกัน การท่องเที่ยว ความสุข ปีใหม่ เศรษฐกิจ ต้องหาวิธีการดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่า ยังสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ หลังจากนี้เป็นเรื่องของความร่วมมือในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างไร มาตรการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะออกรายละเอียดออกมาจะเป็นอย่างไร ซึ่งไม่อยากประกาศมาตรการออกไปคลุมทั้งหมด เพราะจะทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และให้คำยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขสามารถดูแลได้ ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือ หลายจังหวัดวันนี้มีผลกระทบมากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งจะมีมาตรการเฉพาะ พื้นที่ใดรุนแรงต้องเป็นพื้นที่ควบคุมในระดับที่สูงสุด ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังมาก เฝ้าระวังน้อย ไม่บอกเป็นสี เพราะจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก ตกใจ เพราะมีการระบาดเป็นเพียงบางพื้นที่ บางอำเภอ บางตำบล บางชุมชน
“ผมไม่ได้โยนให้ผู้ว่าฯ เป็นการมอบอำนาจของผมลงไป ต้องทำให้ที่ ทำให้ดีที่สุด ทั้งข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ทุกเรื่อง ช่วยปราบปรามการทุจริตให้ผมด้วย ผมสืบจับอยู่ เดี๋ยวก็จับได้ ที่บอกว่ามีผู้มีอำนาจสั่งรถตู้เข้ามา ใครผู้มีอำนาจที่ว่า ใครกล้าสั่ง มาเลย ผมจะปลดมันเดี๋ยวนี้ เอาชื่อมาเลย ผมจะสอบให้หมด มีส่งชื่อมาแล้ว ผมกำลังสอบอยู่ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ผมไม่โทษใครทั้งสิ้น ก็ไปหามาว่าใครที่เกี่ยวข้องตรงนี้ก็ต้องปรับตัว รัฐบาลดูแลผู้ได้รับผลกระทบ คน 70 ล้านคน จะทำให้ถูกใจทุกคนเป็นไปไม่ได้ ท้ายสุดใครจะด่าจะว่าผม ผมก็รับได้ทั้งหมด ผมไม่โกรธ มันบาป ไม่โกรธ ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองปลอดภัยในระยะนี้
นิรโทษกรรมแรงงานเถื่อน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของสัตว์น้ำ กรมควบคุมโรคกำลังตรวจสอบ ซึ่งยังไม่พบปัญหาการปนเปื้อน และจะทำให้เกิดความชัดเจน เพราะจะส่งผลถึงการส่งออกสินค้าของประเทศซึ่งมีจำนวนมาก โดยให้มีมาตรฐานรับรอง สิ่งสำคัญวันนี้ คือ การบริหารแรงงานต่างด้าวกี่ล้านคน เราต้องการให้ถูกกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องรับจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ ทำอย่างไรให้ควบคุมคนต่างด้าวให้อยู่ในพื้นที่ แยกให้ชัดเจน
ทั้งนี้ จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งถัดไปเกี่ยวกับมาตรการในการอนุญาตทำงานได้เป็นการชั่วคราว พวกที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน เพราะความต้องการของบริษัท ผู้ประกอบการต้องการแรงงานจำนวนมาก ซึ่งการขึ้นทะเบียนครั้งที่แล้วพอหรือยัง ซึ่งให้สถานประกอบการทั้งหมดว่าต้องการแรงงานเท่าไหร่เพื่อตรวจสอบและขึ้นบัญชีให้เรียบร้อย
“วันนี้มีกิจกรรมมากมายเกิดขึ้น ซึ่งการขึ้นทะเบียนครั้งที่แล้ว พอหรือยัง วันนี้ต้องให้สถานประกอบการทั้งหมดระบุว่า ต้องการแรงงานเท่าไหร่ เพื่อตรวจสอบและเข้าระบบให้เรียบร้อย วันนี้คนที่ถูกต้องเท่าไหร่ คนที่ไม่ถูกต้องที่จ้างเท่าไหร่ ผมยังไม่ลงโทษตรงโน้นนะ ทำอย่างไรให้เข้าสู่ระบบให้ได้ และจะเป็นความต้องการของตลาดแรงงานที่แท้จริงตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด”

ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้าย-งดจัดกิจกรรมทุกรูปแบบ
ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงว่า ที่ประชุมศบค.ไม่มีคำว่าล็อคดาวน์ประเทศไทยในการประชุมในวันนี้ แต่มีการพิจารณาการเตรียมความพร้อมการระบาดใหม่ ซึ่งที่ประชุมหารือถึงการเตรียมความพร้อม ถ้าไม่ล็อกดาวน์ คือ การแบ่งพื้นที่ตามสถานการณ์ ประกอบด้วย 4 พื้นที่ โดยกำหนดมาตรการที่จะนำมาใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ มีดังนี้
1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและมีมากกว่า 1 พื้นที่)
-เร่งรัดการตรวจหาผู้ติดเชื้อในพื้นที่ที่เสี่ยง กลุ่มบุคคลที่เสี่ยง และกิจกรรม/กิจการที่เสี่ยง
-แยกกักผู้ติดเชื้อ ด้วยการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ตามขีดความสามารถ (กระทรวงกลาโหม สนับสนุนสาธารณสุขในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม)
-พิจารณาเยียวยาและดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวของผู้ติดเชื้อตามขีดความสามารถ
-เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย 100 % เน้นการทำความสะอาด (มือ และสถานที่หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสบ่อย ๆ) หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และมีการติดตั้ง Application หมอชนะ เพิ่มเติมจากการใช้ Application ไทยชนะ
-จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความจำเป็น
-ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
-ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด
-ควบคุมการเข้า-ออกของยานพาหนะ และบุคคลคนไทย โดยมิให้กระทบต่อการค้าและการอุตสาหกรรมมากเกินความจำเป็น
-ให้มีการจัดตั้งด่านคัดกรอง จุดสกัด และสายตรวจ เพื่อให้มีการควบคุมและจำกัดการเข้า-ออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
-การใช้มาตรการ Work from Home อย่างเต็มขีดความสามารถ
-สถานศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์
-งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากทุกรูปแบบ
-ทุกสถานประกอบการ และโรงงานที่ยังเปิดดำเนินการให้เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มความขีดความสามารถ (D/M/H/T) ทั้งในบริเวณโรงงานและที่พักหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดให้พิจารณาหยุดการดำเนินการ
-การประมงสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนการออกเรือ ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม สนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ด้านบุคลากรทางการแพทย์ (ทร.) ในการตรวจเชื้อเชิงรุกทางทะเล
สวมหน้ากากอนามัย 100%
2.พื้นที่ควบคุม (พื้นที่ติดกับพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น)
-พิจารณาการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ที่เสี่ยง กลุ่มบุคคลที่เสี่ยง และกิจกรรม/กิจการที่เสี่ยง
-เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย 100 % เน้นการทำความสะอาด (มือ และสถานที่หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสบ่อย ๆ) หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และมีการติดตั้ง Application หมอชนะ เพิ่มเติมจากการใช้ Application ไทยชนะ
-พิจารณาจำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความจำเป็นตามความเหมาะสม
-พิจารณาปิดหรือจำกัดเวลาเปิด – ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
-ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่
-ให้ประสานการจัดตั้งด่านคัดกรองกับจังหวัดพื้นที่สีแดงตามความเหมาะสม
-ให้มีการใช้มาตรการ Work from Home สำหรับบุคคลที่มาจากพื้นที่สีแดง
-ให้สถานศึกษาพิจารณาหยุดการเรียนการสอน หรือ ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ ตามสถานการณ์ในพื้นที่
-หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก
-สถานประกอบการและโรงงานที่ยังคงเปิดดำเนินการให้เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 (D/M/H/T) ทั้งในบริเวณโรงงานและที่พักคนงาน หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ศบค.กำหนด ให้พิจารณาหยุดการดำเนินการ
-เฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ของแรงงานต่างด้าวที่มาจากพื้นที่สีแดง หากตรวจพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
3.พื้นที่เฝ้าระวังสูง
-เร่งรัดการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ที่เสี่ยง กลุ่มที่เสี่ยง และกิจกรรม/กิจการเสี่ยง
-เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย 100 % เน้นการทำความสะอาด (มือ และสถานที่หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสบ่อย ๆ) หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และมีการติดตั้ง Application หมอชนะ เพิ่มเติมจากการใช้ Application ไทยชนะ
-พิจารณาปิดหรือจำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดตามความเหมาะสม
-ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่
-พิจารณาใช้มาตรการ Work from Home ตามความเหมาะสม
-พิจารณาใช้รูปแบบการเรียนการสอบแบบออนไลน์ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของระบบตามความเหมาะสม
-หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากทุกรูปแบบ
จัดกิจกรรมได้แต่ต้องจำกัดจำนวนคน
4.พื้นที่เฝ้าระวัง
-ให้มีการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ที่เสี่ยง กลุ่มบุคคลที่เสี่ยง และกิจกรรม/กิจการเสี่ยง
-เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย 100 % เน้นการทำความสะอาด (มือ และสถานที่หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสบ่อย ๆ) หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และมีการติดตั้ง Application หมอชนะ เพิ่มเติมจากการใช้ Application ไทยชนะ
-พิจารณาปิดหรือจำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดตามความเหมาะสม
-ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่
-หลีกเลี่ยงการจัดกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากหากมีความจำเป็นต้องดำเนินการให้มีการปรึกษาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดย
*ให้พิจารณาลดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมลง
*ให้มีมาตรการลดความหนาแน่นของผู้ร่วมกิจกรรม
*ให้มีการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการที่ได้วางแผนไว้
ปีใหม่งดจัดทุกชนิด-กิจกรรมสาธารณะ-ลดขนาดกิจกรรม
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ 2564 และการจัดกิจกรรมงานวันเด็ก มาตรการแบ่งออกดังนี้ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด งดการจัดกิจกรรมฉลองทุกชนิด เว้นแต่การจัดกิจกรรมแบบออนไลน์
2.พื้นที่ควบคุม งดการจัดกิจกรรมที่เป็นสาธารณะ แต่ผ่อนผันให้จัดกิจกรรมที่จำกัดผู้เข้าร่วมกิจกรรม หรือ กิจกรรมที่มีเฉพาะผู้ที่รู้จักคุ้นเคยได้ หรือ พิจารณาจัดกิจกรรมแบบออนไลน์
3.พื้นที่เฝ้าระวังสูง และ 4.พื้นที่เฝ้าระวัง สามารถจัดกิจกรรมได้ แต่ต้องลดขนาดของงานให้เล็กลงกว่าปกติ มีมาตรการลดความหนาแน่นของผู้ร่วมกิจกรรม และมีมาตรการควบคุมมิให้เกิดความคับคั่ง