เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

PwC คาดปีนี้บริษัทไทยลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น “กรุงไทย” จ่อเปิดตัว “วายุคลาวด์”

15 ม.ค. 2564 | 12:48น.
cloudคลาวด์ เก็บข้อมูล

PwC คาดปีนี้บริษัทไทยจ่อลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ชี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่หนุนการทำงานแบบทางไกล ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง คาดเห็นธุรกิจสถาบันการเงิน-ค้าปลีก หันมาลงทุนระบบมากขึ้น ขณะที่ “แบงก์กรุงไทย” เตรียมเปิดตัว “วายุคลาวด์” หลังซุ่มลงทุนมาราว 1 ปี

นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา และหัวหน้าสายงานกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรไทยมากกว่า 50% ในปัจจุบันหันมาใช้ระบบคลาวด์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฮบริดคลาวด์ เพราะช่วยสนับสนุนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานระยะไกล (Remote work) และคาดการณ์ว่า ในปีนี้องค์กรไทยจะยิ่งหันมาลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

“การแพร่ระบาดครั้งนี้ ทำให้บริษัทไทยให้ความสนใจในการใช้ไอทีในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยโควิด-19 ทำให้ยิ่งมีการใช้งานระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้หลายบริษัท ๆ หันมานิยมใช้ไฮบริดคลาวด์ เพราะเป็นรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อนโยบายการทำงานจากที่บ้าน” นางสาว วิไลพร กล่าว

นางสาววิไลพร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันตัวเลือกผู้ให้บริการระบบคลาวด์มีเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ที่มีเพียงค่ายยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาและมีบริการไม่กี่ประเภท เช่น อีเมล หรือ แอปพลิเคชันสำหรับงานในออฟฟิศ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังมีผู้ให้บริการจากจีนและในไทยเองให้เลือกใช้ และครอบคลุมบริการเกือบทุกประเภท
สำหรับประเภทของการใช้งานคลาวด์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้

1) Infrastructure as a Service (IaaS) หรือบริการเฉพาะของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอที เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บ และระบบจัดการเครือข่าย 2) Platform as a Service (PaaS) หรือบริการระบบงานแพลตฟอร์มบนคลาวด์ เช่น ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบบัญชี และระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM)

3) Software as a Service (SaaS) หรือบริการระบบซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งานบนคลาวด์ เช่น อีเมล แอปพลิเคชันในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ภายในองค์กร หรือ การประชุมผ่านเสียง หรือวิดีโอ 4) Functions as a Service (FaaS) หรือบริการระบบงานคลาวด์ในระดับฟังก์ชัน เช่น โปรแกรมต่าง ๆ

ธุรกิจบริการทางการเงิน-ค้าปลีกจำเป็นต้องใช้คลาวด์

นางสาววิไลพร คาดว่า ธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจค้าปลีกของไทยจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มลงทุนในระบบคลาวด์มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในปีนี้ เพราะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคของทั้ง 2 ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากโดยทั้งผู้บริโภคและลูกค้าของธนาคารต้องการจับจ่ายใช้สอย หรือทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สะดวกและมีความหลากหลายในทุกช่องทาง

สอดคล้องกับรายงาน Can you meet customer demand for cloud computing? ของ PwC ที่ระบุว่า ผลกระทบจากวิกฤต โควิด-19 จะทำให้อุตสาหกรรมแทบทุกกลุ่มต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลเร็วขึ้น เพราะผู้บริโภคตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน การซื้อหาสินค้าและบริการ และการชำระเงินในรูปแบบออนไลน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2564 แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกจะแตะ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยระบุว่า ผู้ให้บริการคลาวด์น่าจะเห็นรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้หลังจากคลาวด์ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา

หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านพ้นไป นางสาว วิไลพร ยังคาดการณ์ด้วยว่า น่าจะเห็นแนวโน้มการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของสถาบันการเงินต่าง ๆ (Open Banking) ที่ปลอดภัย โดยสามารถเปิดเผยข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าให้บุคคลที่ 3 เช่น สถาบันการเงิน ฟินเทค หรือ บริษัทเทคโนโลยีและไอทีอื่น ๆ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้หากได้รับการยินยอมผ่านการเปิดช่องทางการเชื่อมต่อของข้อมูล (Application Programming Interface: API) ซึ่งนี่จะเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมต่อกับบริการทางการเงินอื่น ๆ เพื่อสร้างบริการใหม่ให้แก่ลูกค้า

“การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการลงทุนในระบบคลาวด์ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบริษัทไทยที่ต้องการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในปีนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง” นางสาว วิไลพรกล่าว

“กรุงไทย” ทุ่มพัฒนา “วายุคลาวด์” รองรับบิ๊กดาต้ารัฐ

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงไตรมาสแรกปี 2564 นี้ ธนาคารมีแผนจะเปิดตัว “วายุคลาวด์” ซึ่งเป็นระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (cloud computing) ที่บริษัทลูกของธนาคาร คือ บริษัท เคทีบี คอมพิวเตอร์ เซอร์วิส ได้ลงทุนพัฒนาขึ้นมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยนอกจากจะรองรับการใช้งานภายในธนาคารกรุงไทยแล้ว ยังมีแผนเปิดให้บริการเป็นการทั่วไปด้วย ถือเป็นธุรกิจใหม่ที่จะทำรายได้ให้ธนาคารในอนาคตต่อไป

“วันนี้เรากำลังทำ world class cloud ตั้งชื่อว่า วายุคลาวด์ ซึ่งเราทำไว้ใช้เอง และจะให้บริการกับภายนอกด้วย เป็น new business (ธุรกิจใหม่) ที่เราทำ โดยประมาณ 2-3 เดือนนี้จะออกมาให้เห็น” นายผยงกล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารตัดสินใจทุ่มลงทุนระบบคลาวด์ แทนการใช้ระบบจากผู้ให้บริการต่างประเทศ เนื่องจากต้องรองรับฐานข้อมูลลูกค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากการที่ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นกลไกของรัฐในการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ชิม ช้อป ใช้, การจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท, เราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง เป็นต้น จึงต้องพัฒนาระบบให้รองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มสู่ 40 ล้านคน อย่างรวดเร็ว รวมถึงจะต้องขยายต่อไปให้รองรับได้ถึงระดับ 60 ล้านคนในอนาคต