เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

PwC คาดปีนี้บริษัทไทยลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น “กรุงไทย” จ่อเปิดตัว “วายุคลาวด์”

15 ม.ค. 2564 | 12:48น.
cloudคลาวด์ เก็บข้อมูล

cloudคลาวด์ เก็บข้อมูล

PwC คาดปีนี้บริษัทไทยจ่อลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ชี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่หนุนการทำงานแบบทางไกล ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง คาดเห็นธุรกิจสถาบันการเงิน-ค้าปลีก หันมาลงทุนระบบมากขึ้น ขณะที่ “แบงก์กรุงไทย” เตรียมเปิดตัว “วายุคลาวด์” หลังซุ่มลงทุนมาราว 1 ปี

นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา และหัวหน้าสายงานกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรไทยมากกว่า 50% ในปัจจุบันหันมาใช้ระบบคลาวด์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฮบริดคลาวด์ เพราะช่วยสนับสนุนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานระยะไกล (Remote work) และคาดการณ์ว่า ในปีนี้องค์กรไทยจะยิ่งหันมาลงทุนระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

“การแพร่ระบาดครั้งนี้ ทำให้บริษัทไทยให้ความสนใจในการใช้ไอทีในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยโควิด-19 ทำให้ยิ่งมีการใช้งานระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้หลายบริษัท ๆ หันมานิยมใช้ไฮบริดคลาวด์ เพราะเป็นรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อนโยบายการทำงานจากที่บ้าน” นางสาว วิไลพร กล่าว

นางสาววิไลพร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันตัวเลือกผู้ให้บริการระบบคลาวด์มีเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ที่มีเพียงค่ายยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาและมีบริการไม่กี่ประเภท เช่น อีเมล หรือ แอปพลิเคชันสำหรับงานในออฟฟิศ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังมีผู้ให้บริการจากจีนและในไทยเองให้เลือกใช้ และครอบคลุมบริการเกือบทุกประเภท
สำหรับประเภทของการใช้งานคลาวด์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้

1) Infrastructure as a Service (IaaS) หรือบริการเฉพาะของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอที เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บ และระบบจัดการเครือข่าย 2) Platform as a Service (PaaS) หรือบริการระบบงานแพลตฟอร์มบนคลาวด์ เช่น ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบบัญชี และระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM)

3) Software as a Service (SaaS) หรือบริการระบบซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งานบนคลาวด์ เช่น อีเมล แอปพลิเคชันในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ภายในองค์กร หรือ การประชุมผ่านเสียง หรือวิดีโอ 4) Functions as a Service (FaaS) หรือบริการระบบงานคลาวด์ในระดับฟังก์ชัน เช่น โปรแกรมต่าง ๆ

ธุรกิจบริการทางการเงิน-ค้าปลีกจำเป็นต้องใช้คลาวด์

นางสาววิไลพร คาดว่า ธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจค้าปลีกของไทยจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มลงทุนในระบบคลาวด์มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในปีนี้ เพราะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคของทั้ง 2 ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากโดยทั้งผู้บริโภคและลูกค้าของธนาคารต้องการจับจ่ายใช้สอย หรือทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สะดวกและมีความหลากหลายในทุกช่องทาง

สอดคล้องกับรายงาน Can you meet customer demand for cloud computing? ของ PwC ที่ระบุว่า ผลกระทบจากวิกฤต โควิด-19 จะทำให้อุตสาหกรรมแทบทุกกลุ่มต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลเร็วขึ้น เพราะผู้บริโภคตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน การซื้อหาสินค้าและบริการ และการชำระเงินในรูปแบบออนไลน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2564 แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกจะแตะ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยระบุว่า ผู้ให้บริการคลาวด์น่าจะเห็นรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้หลังจากคลาวด์ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา

หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านพ้นไป นางสาว วิไลพร ยังคาดการณ์ด้วยว่า น่าจะเห็นแนวโน้มการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของสถาบันการเงินต่าง ๆ (Open Banking) ที่ปลอดภัย โดยสามารถเปิดเผยข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าให้บุคคลที่ 3 เช่น สถาบันการเงิน ฟินเทค หรือ บริษัทเทคโนโลยีและไอทีอื่น ๆ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้หากได้รับการยินยอมผ่านการเปิดช่องทางการเชื่อมต่อของข้อมูล (Application Programming Interface: API) ซึ่งนี่จะเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมต่อกับบริการทางการเงินอื่น ๆ เพื่อสร้างบริการใหม่ให้แก่ลูกค้า

“การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการลงทุนในระบบคลาวด์ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบริษัทไทยที่ต้องการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในปีนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง” นางสาว วิไลพรกล่าว

“กรุงไทย” ทุ่มพัฒนา “วายุคลาวด์” รองรับบิ๊กดาต้ารัฐ

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงไตรมาสแรกปี 2564 นี้ ธนาคารมีแผนจะเปิดตัว “วายุคลาวด์” ซึ่งเป็นระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (cloud computing) ที่บริษัทลูกของธนาคาร คือ บริษัท เคทีบี คอมพิวเตอร์ เซอร์วิส ได้ลงทุนพัฒนาขึ้นมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยนอกจากจะรองรับการใช้งานภายในธนาคารกรุงไทยแล้ว ยังมีแผนเปิดให้บริการเป็นการทั่วไปด้วย ถือเป็นธุรกิจใหม่ที่จะทำรายได้ให้ธนาคารในอนาคตต่อไป

“วันนี้เรากำลังทำ world class cloud ตั้งชื่อว่า วายุคลาวด์ ซึ่งเราทำไว้ใช้เอง และจะให้บริการกับภายนอกด้วย เป็น new business (ธุรกิจใหม่) ที่เราทำ โดยประมาณ 2-3 เดือนนี้จะออกมาให้เห็น” นายผยงกล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารตัดสินใจทุ่มลงทุนระบบคลาวด์ แทนการใช้ระบบจากผู้ให้บริการต่างประเทศ เนื่องจากต้องรองรับฐานข้อมูลลูกค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากการที่ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นกลไกของรัฐในการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ชิม ช้อป ใช้, การจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท, เราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง เป็นต้น จึงต้องพัฒนาระบบให้รองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มสู่ 40 ล้านคน อย่างรวดเร็ว รวมถึงจะต้องขยายต่อไปให้รองรับได้ถึงระดับ 60 ล้านคนในอนาคต