เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

ลาก่อน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ บริษัทยักษ์ตีตัวออกห่าง

20 ม.ค. 2564 | 10:23น.

จากเหตุผู้สนับสนุน “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อจลาจลภายในอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สภาคองเกรสกำลังรับรอง “โจ ไบเดน” เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป และแม้พิธีการในสภาจะกลับมาดำเนินการตามปกติ แต่มีสมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกัน 147 คนที่ลงมติ “ไม่รับรอง” ไบเดนเป็นประธานาธิบดี

ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ได้ปลุกให้ “บริษัทยักษ์ใหญ่” สหรัฐหลายแห่งลุกขึ้นมาแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างบริษัท “แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “ไมโครซอฟท์” “โคคา-โคลา” ที่แถลงการณ์ว่าจะยกเลิกการบริจาคเงินให้กับสมาชิกสภาคองเกรสที่ไม่รับรองไบเดนเป็นประธานาธิบดี และหลังจากนั้น สถาบันการเงินอย่าง “โกลด์แมน แซกส์” “ซิตี้กรุ๊ป” “เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค” “วีซ่า” และ “มอร์แกน สแตนเลย์” ต่างระงับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนทางการเมืองเป็นเวลาชั่วคราวหรือถาวร

โดยทาง “แมริออท” เชนโรงแรมยักษ์ใหญ่ระบุว่า บริษัทมองการก่อจลาจลที่รัฐสภาเป็นการบ่อนทำลายระบบการเลือกตั้งที่ยุติธรรม “ซิตี้กรุ๊ป” ระบุว่า เราอยากมั่นใจว่าจะไม่สนับสนุนสมาชิกสภาซึ่งไม่เคารพต่อกฎหมาย ขณะที่ “วีซ่า” เน้นย้ำว่าทางบริษัทไม่ต้องการสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย และได้สั่งกำชับธนาคารในเครือให้ทำตามกฎและมาตรฐานของบริษัท

นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง “ทวิตเตอร์” “เฟซบุ๊ก” รวมทั้งโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ต่างทยอยแบน “ทรัมป์” ออกจากแอปพลิเคชั่นชั่วคราวหรือตลอดกาล ทั้งเพิ่มมาตรการควบคุมจำกัดเนื้อหา และแบนแอ็กเคานต์ผู้ใช้ซึ่งมีเนื้อหาที่อาจนำไปสู่การก่อจลาจล อาชญากรรม หรือเฟกนิวส์เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐ
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจลาจลบุกอาคารรัฐสภา หรือการที่สมาชิกสภาพรรครีพับลิกัน 147 คนไม่รับรองไบเดนเป็นประธานาธิบดี “ทรัมป์” จึงกลายเป็นประเด็นที่ปลุกบริษัทแสดงจุดยืนและเข้ามามี “บทบาท” เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองสหรัฐ

โดยหลังจากทรัมป์และผู้สนับสนุนถูกแบนจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า บุคคลเหล่านั้นหันไปใช้แอปพลิเคชั่น “พาร์เลอร์” ที่ชูว่า “สนับสนุนเสรีภาพในการพูด” ทำให้พาร์เลอร์กลายเป็นแอปพลิเคชั่นที่เติบโตเร็วมาก จนเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา “พาร์เลอร์” ขึ้นอันดับ 1 แอปพลิเคชั่นฟรีที่ดาวน์โหลดมากที่สุดในแอปสโตร์ของแอปเปิล

อย่างไรก็ตาม ภายในวันนั้น ทั้งแอปเปิล กูเกิล และอเมซอนดอตคอม ต่างลบแอปพลิเคชั่นพาร์เลอร์ออกจากแพลตฟอร์ม เนื่องจากไม่ได้มีการมอนิเตอร์ควบคุมเนื้อหามากพอ เข้าข่ายเป็นช่องทางให้เกิดการยุยงก่อให้เกิดอาชญากรรมได้

ด้านซีอีโอพาร์เลอร์ออกมาระบุว่า การถูกแบนเป็นความพยายามของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่ร่วมมือกันเพื่อกำจัดคู่แข่งมากกว่า และเป็นความต้องการของบริษัทเหล่านี้ที่ต้องการกำจัดโซเชียลมีเดียที่เปิดพื้นที่เสรีในการพูด ซึ่งทรัมป์เองก็มองว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่กำลังทำในสิ่งที่แย่สำหรับประเทศชาติ และเป็นการพยายามแบ่งแยกผู้คน แทนที่จะทำให้กลับมากลมเกลียวกัน

และจากความคิดเห็นของซีอีโอบริษัทพาร์เลอร์ ทั้งบริษัทแอปเปิลและอเมซอน ออกมาตอบโต้ในทำนองเดียวกันว่า บริษัทเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างแต่ไม่สามารถให้บริการกับผู้ใช้ที่ยุยงความรุนแรงต่อผู้อื่น ที่นำไปสู่ความประพฤติที่ผิดกฎหมายได้

แม้หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากทุกอุตสาหกรรมจะเข้ามามีบทบาทและแสดงจุดยืนกับเหตุการณ์การเมืองสหรัฐ ทั้งเริ่มเอนเอียงมาทางฝั่งพรรค “เดโมแครต” มากกว่า อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นยังตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อ “โจ ไบเดน” จากพรรคเดโมแครตขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เมื่อบริษัทเหล่านี้ “เสียผลประโยชน์” จะยังเข้ามามีบทบาทแสดงจุดยืนเช่นนี้อีกหรือไม่ คงจะยากที่บริษัทเหล่านี้จะสามารถคงไว้ซึ่งจุดยืน หากพรรคเดโมแครตเป็นเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา ผ่านกฎหมายปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลและภาษีคนรวย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์