ดอลลาร์อ่อนค่า รับการเข้ารับตำแหน่งของโจ ไบเดน
ดอลลาร์อ่อนค่าลง รับการเข้ารับตำแหน่งของโจ ไบเดนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาค
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/1) ที่ระดับ 29.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/1) ที่ระดับ 29.98/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังเมื่อคืนนี้ (20/1) ที่สหรัฐมีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการของนายโจ ไบเดน โดยนักลงทุนคาดหวังว่าคณะรัฐบาลของนายโจ ไบเดน จะเร่งผลักดันการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังจากที่นายโจ ไบเดน ได้นำเสนอมาตรการ “American Rescue Plan” วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ให้นำสหรัฐกลับเข้าสู่ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งหลายประเทศได้ทำร่วมกันเมื่อปี 2558 และลงนามในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีเพื่อให้สหรัฐกลับเข้าเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) อีกครั้ง หลังสหรัฐถอนตัวออกไปในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ในส่วนของค่าเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าตามภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทำให้นักลงทุนเข้ามาถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 64 จะขยายตัวได้ 4% และปี 65 จะขยายตัว 4.7% จากที่หดตัวเป็นติดลบ 6.5% ในปี 63 เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.92-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.92/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/1) ที่ระดับ 1.2129/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/1) ที่ระดับ 1.2127/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดยังคงจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้ (21/1)
โดยนักวิเคราะห์คาดว่าทาง ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.5% เช่นเดิม และคาดว่าจะยังคงดำเนินนโยบายซื้อคืนพันธบัตรไว้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2101-1.2145 ดอลลร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2143/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/1) ที่ระดับ 103.53/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/1) ที่ระดับ 103.74/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแต่ก็แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์
นอกจากนี้ช่วงเช้าวันนี้ (21/1) มีประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยทาง BOJ ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% เท่าเดิม และยังมีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ โดย BOJ คาดว่าในปีงบประมาณ 2564 เศรษฐกิจจะขยายตัว 3.9% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนตุลาคม 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่ม 3.6%
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.31-103.66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (21/1), ดัชนียอดค้าปลีกเดือนธันวาคม ของสหราชอาณาจักร (22/1) , ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเดือนมกราคมของญี่ปุ่น (22/1), ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกจากศุลกากรไทย เดือนธันวาคม (22/1),
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเดือนมกราคมของเยอรมัน (22/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเดือนมกราคมของยูโรโซน (22/1), ยอดขายบ้านมือสองเดือนธันวาคม ของสหรัฐ (22/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.95/2.45 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ