เมื่อวันที่ 25 ต.ค. เอเอฟพีรายงานเผยแพร่ภาพในเมืองมาราวี เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ พื้นที่ต่อสู้ระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์กับกองกำลังติดอาวุธฝักใฝ่ไอเอสมานาน 5 เดือน ทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งทางการเปิดให้สื่อมวลชนต่างประเทศเข้าไปสำรวจ หลังประกาศชัยชนะแล้วเมื่อสองวันก่อน
ศึกมาราวีเริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค. หลังจากกองกำลังฝักใฝ่ไอเอสถือธงไอเอสบุกเข้าไปในเมือง จนเกิดการปราบปรามครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,100 ราย ชาวบ้าน 4 แสนคนต้องอพยพออกมาจากบ้านเรือนที่มีสภาพพังยับเยิน กระทั่งทางการประกาศยุติศึกอย่างเป็นทางการเมื่อ 23 ต.ค.

ก่อนหน้านี้ นายเจมส์ แมตทิส รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา กล่าวระหว่างเดินทางเยือนฟิลิปปินส์เพื่อร่วมประชุมความมั่นคงในภูมิภาค ชื่นชมกองทัพฟิลิปปินส์ที่ยังยึดหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างการสู้รบกับกองกำลังติดอาวุธฝักใฝ่ไอเอสในเมืองมาราวี นาน 5 เดือน โดยไม่มีรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิใดๆ

“ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือทหารที่นี่จำเป็นต้องออกไปรบอย่างนั้น แต่กลับไม่มีข้อกล่าวหาต่อพวกเขาในเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนเลย ไม่มีแม้แต่กรณีเดียว นี่เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับทหารฟิลิปปินส์ที่เขารักษาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนได้ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด” นายแมตทิสกล่าว

นายแมตทิสเอ่ยชมกองทัพฟิลิปปินส์หลังจากพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต ซึ่งเจ้าบ้านเผยว่า เป็นการพบปะที่อบอุ่นมาก ส่วนนายแมตทิสเผยว่า “เราคุยกันถึงภารกิจข้างหน้าที่เราจะเป็นทีมเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีซึ่งเผยแพร่ภาพถ่ายเมืองมาราวีในสภาพพังย่อยยับ รายงานว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนเปิดเผยกับสำนักข่าวว่า กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาถึงการละเมิดสิทธิจากกลุ่มทนายและนักสิทธิในพื้นที่ ในที่นี้รวมถึงการร้องเรียนของกลุ่มคาราปาตันที่ระบุว่า การเสียชีวิตของชาวบ้านมาจากการทิ้งระเบิดทางอากาศของกองทัพ นอกจากนี้ยังมีกรณีจับกุมผิดกฎหมายและใช้กำลังทรมาน

ที่มา ข่าวสดออนไลน์