PwC เผยเทรนด์งานเอชอาร์ ทีมเล็กลง-เน้นดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน
PwC เผยเทรนด์งานเอชอาร์ ในโลกหลังโควิด-19 ต้องทำงานในบทบาทใหม่ และองค์กรหลายแห่งทั่วโลกมีการลดขนาดทีมเอชอาร์และหันมาใช้เทคโนโลยีแทน
บทบาทหน้าที่และรูปแบบการทำงานของการบริหารทรัพยากรบุคคล (เอชอาร์ – human resources) ทั่วโลกรวมถึงไทย มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมที่มีหน้าที่หลักในการดูแลเรื่องการสรรหา คัดเลือกบุคลากร การว่าจ้างและสวัสดิการ รวมทั้งรักษาและพัฒนาทักษะของพนักงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จะถูกเปลี่ยนไปเป็นงานที่เน้นการดูแลความปลอดภัย สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานมากขึ้น
PwC แนะฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลไทยต้องเร่งปรับบทบาทท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ต้องเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการทำงาน
3 นิยามใหม่ของงานเอชอาร์
“ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์” หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า เอชอาร์จะต้องมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนกำลังพล และการออกแบบการทำงานทางไกล (remote work) ของบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วม และปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรในระหว่างที่พนักงานต้องทำงานทางไกล และสุดท้ายต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเฟ้นหาบุคลากรมากความสามารถ และฝึกอบรมพนักงานใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย
“งานเอชอาร์ของหลายองค์กรในต่างประเทศได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับการทำงานในยุคนิวนอร์มอลไปค่อนข้างมาก แต่งานเอชอาร์ของไทยยังเพิ่งเริ่มต้น เพราะอาจยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการทำงานระยะไกลและการจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือ contingency workforce”
แม้ว่าหลายองค์กรจะได้ปรับตัวเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟูธุรกิจไปบ้างแล้ว แต่บทบาทของเอชอาร์มีแนวโน้มที่จะยังเผชิญกับความท้าทายต่อไป ทั้งในเรื่องของการจัดการประสิทธิภาพของการทำงานในรูปแบบทางไกล และการมีมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในฐานะนายจ้าง เป็นต้น
ทั้งนี้ รายงาน How the new normal is shaping the future of HR ของ PwC ได้ระบุ 3 นิยามใหม่ของงานเอชอาร์ในการผลักดันองค์กรหลังวิกฤตโควิด-19 ไว้ ดังนี้
- ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่มีคนเป็นศูนย์กลาง โดยปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ให้เป็นรูปแบบไฮบริด หรือรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานการทำงานจากสถานประกอบการและการทำงานทางไกล เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพนักงาน เน้นการสร้างค่านิยมในการตัดสินใจที่มาจากการมีส่วนร่วม และยกระดับมาตรฐานด้านการดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยของคนภายในองค์กร
- กำหนดรูปแบบการให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับความสามารถที่แท้จริงของพนักงาน ด้วยการใช้ระบบการจัดการโครงสร้างผลตอบแทนโดยเฉพาะ เช่น หันมาใช้ระบบจัดการวัดผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับผลงานจริงของพนักงานที่ทำได้ มากกว่าจำนวนชั่วโมงที่ใช้ไปกับการทำงาน นอกจากนี้ อาจนำเครื่องมือในการติดตามและวัดผลงานเข้ามาใช้ในการกำหนดค่าตอบแทน พร้อมกับเสริมสร้างทักษะทางด้านดิจิทัลเพื่อเป็นการสร้างอนาคตให้กับพนักงาน
- ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านกำลังพลผ่านการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปรับแนวคิดในการเปิดรับสมัครพนักงานที่มีทักษะทางด้านเทคโนโลยี และชุดทักษะที่หลากหลายจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลได้เร็ว และมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง โดยอย่าลืมว่า ดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่องค์กรต้องลงมือทำในวันนี้
“หากเอชอาร์ไม่มีการกำหนดนโยบายสำหรับการทำงานทางไกล และไม่มีการทบทวนกระบวนการกำหนดค่าตอบแทนที่สะท้อนถึงผลการทำงานของพนักงานที่เกิดขึ้นจริงในภาวะวิกฤตโควิด-19 ก็อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการให้ค่าตอบแทน และผลประโยชน์ที่สวนทางกับความเป็นจริงและไม่สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานขององค์กรได้”
ลดขนาดทีมเอชอาร์
“ดร.ภิรตา” กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทชั้นนำหลายแห่งทั้งภายในและภายนอกประเทศทำการลดขนาดทีมเอชอาร์ และหันมาใช้ระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรบุคคล (human resource information system: HRIS) ในการทำงานแทน
ขณะที่งานบางส่วน มีการจ้างหน่วยงานจากภายนอก (outsource) เข้ามาช่วยดำเนินการด้วย ซึ่งแนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่องค์กรจะต้องมีการปรับโครงสร้างการทำงานของแผนกทรัพยากรบุคคล ให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าเดิม
ซึ่งในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีหลายประเภทที่สามารถช่วยลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้ เช่น ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ (robotic process automation: RPA) ที่เข้ามาช่วยการทำงานซ้ำ ๆ การนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (virtual reality: VR) เข้ามาช่วยการฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานใหม่ และการนำการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้เฟ้นหาทาเลนต์และระบุความเสี่ยงด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
“ทีมเอชอาร์ต้องสามารถระบุได้ว่า งานประเภทใดที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี และงานประเภทใดจำเป็นที่จะต้องเปิดรับพนักงานที่มีทักษะเฉพาะทางเข้ามาเสริม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูด รักษา และพัฒนาพนักงานมากความสามารถได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกระดับทักษะ (upskilling) หรือการนำทักษะที่มีอยู่เดิมมาปรับปรุงให้เหมือนใหม่ (reskilling) ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น”
สำหรับคนที่มีอาชีพเป็นเอชอาร์เอง อยากแนะนำให้เพิ่มทักษะของตนเองโดยเน้นไปที่ทักษะด้านกลยุทธ์ การวางแผนกำลังคน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกควบคู่ไปกับทักษะในการดึงดูดและดูแลทาเลนต์ วันนี้เอชอาร์จะต้องทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ดิจิทัล โดยไม่ลืมที่จะเป็น change agent ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคนเป็นหัวใจด้วย นอกจากนี้ เอชอาร์ควรเป็นตัวแทนในการส่งเสริมและสื่อสารค่านิยมหลักให้กับพนักงานเพื่อนำไปสู่การสร้างดีเอ็นเอใหม่ ๆ ขององค์กร “ดร.ภิรตา” กล่าวสรุป