“สมคิด” เบียดเวียดนามถก “อาเบะ” แพงแต่ก็ต้องทำ รถไฟไฮสปีดอยุธยา-EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนำ 6 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ เข้าพบหารือกับ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรัฐบาล (Cabinet office) ในกรุงโตเกียว ว่า ฝ่ายไทยได้ขอบคุณที่ญี่ปุ่นส่งพระราชสาส์นแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของ รัชกาลที่ 9 และมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีต่อการขึ้นทรงราชย์ของรัชกาลที่ 10 พร้อมหารือถึงเรื่องแผนแม่บทการพัฒนา CLMVT ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสำคัญ โดยขอให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการสนับสนุน

นอกจากนี้ยังได้หารือในประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ Hi Quality Infrastructure ซึ่งก่อหน้าที่นายสมคิด จะได้เข้าพบหารือกับนายชินโซ อาเบะ นั้น ฝ่ายนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เจรจากับญี่ปุ่นเรื่องรถไฟสาย เวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมกับอินเดีย บังคลาเทศ นอกเหนือจากเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่ญี่ปุ่นต้องการลงทุนอยู่แล้ว และต้องการให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

“นายกรัฐมนตรี อาเบะ รับฟังเรื่องนี้อย่างตั้งใจ” นายสมคิดกล่าว และว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางการพัฒนากลุ่ม CLMVT โดยภาคอีสาน จะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้การสนับสนุนอย่างดี

ในการนี้มีการกล่าวถึงการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ที่จะเป็นวาระสำคัญในการลงทุนของเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) คือเส้นทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าไปในเขต EEC เพิ่มเติมจากเส้นทางเชียงใหม่-พิษณุโลก เมื่อถึงอยุธยาก็จะแยกเส้นทางฉีกไปทางภาคตะวันออก เพื่อเชื่อมเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม ในย่านนิคมอุตสาหกรรมอยุทยาและเขต EEC เข้าด้วยกัน

“รถไฟความเร็วสูงเส้นใหม่นี้ ราคาแพงก็ต้องทำเพราะมีประโยชน์มาก จะทำให้เกิดการพัฒนาเมือง และมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกว้างขวาง จึงต้องพิจารณาว่าไทยมีงบประมาณเท่าไร จะใช้ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ร่วมกับการลงทุนจากภาคเอกชน เพื่อบริหารงบประมาณให้ได้ วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (12 มิย.) จะเดินทางไปกระทรวงคมนาคม เพื่อติดตามงานและฝากเรื่องนี้ให้นายอาคม รมว.นำไปพิจารณา” นายสมคิดกล่าว

Advertisment

นายสมคิด ได้กล่าวกับนายชินโช อาเบะ ด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอเชิญให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางไปเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามวันเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน นั้นกระทรวง METI ของญี่ปุ่นจะนำคณะนักลงทุนขนาดใหญ่และนักธุรกิจเอสเอ็มอี. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น (JETRO) และสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) ไปจัดสัมมนาและลงพื้นที่ EEC ด้วย

ในช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน นายสมคิด ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในสัมมนา Thailand towards Asian Hub ซึ่งเจโทร JETRO จัดร่วมกับบีโอไอ. เพื่อโรดโชว์แผนการลงทุนในพื้นที่ EEC มีนักธุรกิจญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้าร่วมฟังกว่า 1,000 คน

นายสมคิดกล่าวตอนหนึ่งว่า “ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไทยได้เปลี่ยนวิกฤติการณ์ทางการเมืองให้เป็นโอกาสแห่งการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะในภาคเศรษฐกิจหรือในภาครัฐ ในภาคเศรษฐกิจ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่หยุดนิ่งมานานได้รับการผลักดันในแทบทุกด้าน ด้วยโครงการลงทุนกว่า 43 พันล้านเหรียญสหรัฐใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งในด้านบริหารจัดการน้ำ ด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคม และการสื่อสาร ไม่ว่าถนน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ สนามบิน ท่าเรือ การพลังงาน การลงทุนด้านดิจิทัล”

นายสมคิดกล่าวด้วยว่า “เส้นทางรถไฟฟ้า 3 เส้นเริ่มต้นแล้วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และจะตามมาด้วยเส้นทางรถไฟรางคู่ 6 สาย ที่จะเกื้อกูลต่อระบบ logistic ของประเทศ ซึ่งจะประมูลประกวดราคาและจัดซื้อจัดจ้างใน 3 เดือนข้างหน้า”

Advertisment