เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.-ถ้อยแถลงเฟด

20 ก.พ. 2564 | 08:14น.
ส่งออก-เงินบาท

เงินบาทขยับอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงตามแรงขายของสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ถ้อยแถลงของประธานเฟดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.ของไทย ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ของบจ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับอ่อนค่า แต่ฟื้นตัวได้บางส่วนปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ในช่วงแรก ก่อนจะเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าลงได้บางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากกรอบขาขึ้นของเงินดอลลาร์ฯ ถูกจำกัดลง หลังจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด

ในวันศุกร์ (19 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.96 เทียบกับระดับ 29.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (11 ก.พ.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส และประเด็นเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลการส่งออกเดือนม.ค. และปัจจัยทางการเมืองของไทย

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจาก Core PCE Price Index เดือนม.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จีดีพีไตรมาส 4/63 (ครั้งที่2) และดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค. 63 นอกจากนี้ตลาดอาจยังคงติดตามสถานการณ์โควิด 19 ทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,500.51 จุด ลดลง 0.52% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 95,826.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.03% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.13% มาปิดที่ 384.46 จุด

หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนจะปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ และแรงขายทำกำไรของกลุ่มสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มธนาคาร การเงินและพลังงาน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,490 และ 1,475 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,515 และ 1,530 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค. ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ของบจ. ปัจจัยทางการเมืองของไทย สถานการณ์โควิด 19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนม.ค. และจีดีพีไตรมาส 4/63 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนก.พ. ของจีน ตลอดจนยอดค้าปลีกและผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น