หุ้นไทยแผ่วกำลังลง จับตา “ไบเดน” เล็งขึ้นภาษีครั้งใหญ่รอบเกือบ 30 ปี
หุ้นไทยแผ่วกำลังลง แกว่งตัว 1,550 -1,570 จุด จับตา “ไบเดน” เล็งขึ้นภาษีครั้งใหญ่รอบเกือบ 30 ปี
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 มี.ค. 2564) ว่า ดัชนี (SET) วันนี้แผ่วกำลังลง เช้านี้แกว่งตัวออกข้างเป็นหลักระหว่าง 1,550 – 1,570 จุด เพื่อรอดูความคืบหน้าของปัจจัยทั้งผลการประชุม FOMC ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของ ศบค. ชุดเล็กในวันนี้
อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรระวังแรงขายอีกระลอกจากนักลงทุนต่างชาติ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg พบว่าใน WTD นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ใน MTD จะมีเพียงตลาดหุ้นไทย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ที่ยังเป็นฝั่งซื้อสุทธิอยู่ จึงมีแนวโน้มสูงที่ตลาดหุ้นเหล่านี้อาจเผชิญแรงขายอีกครั้ง
ขณะที่ทาง Bloomberg รายงานว่าไบเดน เตรียมขึ้นภาษีครั้งใหญ่ โดยจะพิจารณาปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% รวมถึงปรับขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีรายได้สูง ทั้งนี้หากสหรัฐประกาศขึ้นภาษีจริงจะถือเป็นการปรับขึ้นภาษีส่วนกลางครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี
ในภาพรวมทางฝ่ายวิจัยประเมินว่าในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับแรงกดดันจากเซนติเมนต์การลงทุนเชิงลบในตลาดสหรัฐ แต่ระยะต่อไปอาจเป็นบวกจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในคืนที่ผ่านมา ยืนยันเงินเฟ้อสหรัฐไม่สมควรพุ่งขึ้นเร็ว ๆ นี้
ซึ่งคืนวานนี้สหรัฐประกาศตัวเลข Retail Sales เดือน ก.พ. หดตัว 3.0% M-M มากกว่าที่ตลาดคาดหดตัว 0.5% และสวนทางกับการขยายตัวถึง 7.6% เมื่อเดือน ม.ค. สะท้อนว่าภาคการบริโภคสหรัฐยังไม่ได้ฟื้นตัวดีถึงขนาดที่อาจเป็นชนวนการเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายกังวล
และทางฝ่ายวิจัยประเมินว่ามาตรการกระตุ้นฯ 1.9 ล้นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้รับผ่านการอนุมัติใช้เป็นกฎหมายในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะยังไม่ส่งผลต่อเงินเฟ้อมากนัก เนื่องจากกว่าที่ประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือก็เข้าสู่ช่วงกลางเดือน มี.ค. แล้ว ขณะที่ตัวเลข Industrial Production เดือน ก.พ. ประกาศออกมาหดตัว 2.2% M-M สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 0.3% เบื้องต้นทางฝ่ายวิจัยจึงประเมินว่าความกังวลการพุ่งขึ้นของภาวะเงินเฟ้อจะยังคงปกคลุมตลาดอยู่อีกสักระยะ ตามกลไกของดีมานด์และซัพพลาย (Demand & Supply) ของสินค้าสหรัฐที่ทั้งอุปสงค์และอุปทานหดตัวพร้อม ๆ กัน
ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐ ตลาดคาดสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐจะเพิ่มขึ้นราว 2.96 ล้านบาร์เรล แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากคราวก่อนที่สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 13.79 ล้านบาร์เรล แต่ในระยะสั้นยังมองว่าจะกดดันราคาน้ำมันดิบโลกและหุ้นในกลุ่มพลังงาน (ENERG)