เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

18 เม.ย. 2564 | 18:06น.
คุมโควิดระบาด-เงินบาท

เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่หุ้นไทยขยับขึ้นเล็กน้อยปลายสัปดาห์ แต่ยังปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/64 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร สถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ ข้อมูลส่งออกของไทยเดือนมี.ค. 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 เดือนที่ 31.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงแรก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ในประเทศระลอกสาม ซึ่งยากต่อการควบคุมและอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะที่เหลือของปี

อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ตามจังหวะการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ในวันศุกร์ (16 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.23 เทียบกับระดับ 31.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 เม.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (19-23 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.10-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์และมาตรการควบคุมโควิด 19 ในประเทศ ข้อมูลการส่งออกของไทยเดือนมี.ค. ท่าทีสหรัฐฯ และจีน

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของจีน และผลการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยถูกกดดันจากสถานการณ์โควิดในประเทศ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,548.96 จุด ลดลง 1.11% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 83,842.50 ล้านบาท ลดลง 5.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 2.45% มาปิดที่ 447.08 จุด

หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธนาคาร การเงิน และพลังงาน จากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก โดยมีปัจจัยลบจากสถานการณ์โควิดในประเทศที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการลดสถานะความเสี่ยงก่อนปิดหยุดยาวในระหว่างสัปดาห์

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงซื้อสุทธิของต่างชาติ ขณะที่นักลงทุนคลายกังวลบางส่วนหลังทางการยังไม่ได้คุมเข้มด้วยการประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (19-23 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,530 และ 1,510 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,560 และ 1,575 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/64 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร สถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด 19

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองเดือนมี.ค. รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุม ECB ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน และการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนเม.ย. ของจีน