แรงไล่ซื้อหุ้นไทย ดันดัชนีกลับไปยืนเหนือแนวต้าน 1,550 จุด
แรงไล่ซื้อหุ้นไทย ช่วยดันดัชนีรีบาวนด์สั้น ๆ กลับไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1,550 จุด กลยุทธ์ลงทุนเน้นซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้านเป็นรอบสั้น ๆ เก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Global recovery play เป็นหลัก ในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุน รอจังหวะสะสมหุ้นกลุ่มเปิดเมืองหากการฉีดวัคซีนมีความคืบหน้า และกระจายทั่วถึงจนสามารถลดความรุนแรงการระบาดระลอก 3 ลงได้
วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนียังแกว่งตัวออกข้างเป็นหลักระหว่าง 1,545-1,560 จุด แต่มีลุ้นรีบาวนด์สั้น ๆ ได้ หลังตลาดตอบรับปัจจัยเชิงลบไประดับหนึ่งแล้ว ท่ามกลางความผันผนอย่างหนักของตลาดหุ้นไทยวานนี้ ขณะที่ความคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐและยุโรปหลังการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้
ดี ยังคงหนุนการดีดตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก น่าจะมีส่วนช่วยหนุนการเก็งกำไรหุ้นในธีม Global recovery play
โดยรวมจึงคาดวันนี้อาจเห็นแรงไล่ซื้อหุ้นอ่อน ๆ เพื่อดันดัชนีกลับไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1,550 จุด (+/-) อีกครั้ง กลยุทธ์การลงทุน กรอบใหญ่เน้นการซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้านเป็นรอบสั้น ๆ เก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Global recovery play เป็นหลัก ในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุน เพื่อรอจังหวะสะสมหุ้นกลุ่มเปิดเมืองหากการฉีดวัคซีนมีความคืบหน้า และกระจายทั่วถึงจนสามารถลดความรุนแรงการระบาดระลอกที่ 3 ลงได้
ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัวต่อรับการเปิดเมืองของอังกฤษ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI และ BRT ดีดตัวเพิ่มขึ้น 1.4% และ 1.1% ตามลำดับวานนี้ รับข่าวการกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งของอังกฤษหลังการ Lockdown นานกว่า 4 เดือน ขณะที่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐมีส่วนช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย
ด้านเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง หลังโควิด-19 กลับมาระบาดหนักทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอินเดีย สานทางกับฝั่งสหรัฐและยุโรปที่สถานการณ์มีพัฒนาการดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐวานนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 17,000 ราย ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปีตั้งแต่มีการระบาด
ส่วนทางฝั่งยุโรป อังกฤษประกาศเปิดเศรษฐกิจครั้งใหม่หลังผ่านช่วงเวลาการ Lockdown ประเทศอื่น ๆ อาทิ ฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการ Lockdown หนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทางฝ่ายคาดว่าฟันด์โฟลว์จะไหลออกจากฝั่งเอเชียอย่างต่อเนื่อง
โดยในไตรมาส 3 หากเอเชียยังมีการระบาดที่รุนแรง และสหรัฐกลับมาเปิดเศรษฐกิจเต็มรูปแบบอีกครั้งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการปรับฐานของ SET Index ต่อไป
ขณะที่เงินบาทไทยยังทรงตัวในแนวโน้มอ่อนค่าใกล้ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (แม้ว่าดัชนี Dollar Index และ Bond Yield สหรัฐจะพักตัวลงก็ตาม) หลังสถานการณ์โควิด-19 ในไทยกดดันและการถูกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะเข้ามาได้เพียง 5 แสนคนจากเดิมประมาณ 3.2 ล้านคน เป็นผลให้เกิดการไหลออกของฟันด์โฟลว์ทั้งจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร