เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

เอกชนหวั่นไทม์ไลน์ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เลื่อน

30 พ.ค. 2564 | 20:40น.

ลุ้นระทึก “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” หวั่น 1 ก.ค.เปิดไม่ได้ตามแผน กรอบปฏิบัติงานไม่ชัด-ขาดเครื่องมือลดความเสี่ยง หลังเลิกกักตัวต่างชาติ บิ๊ก ททท.ยันนาทีนี้ทุกอย่างตามไทม์ไลน์ จ่อลอนช์ “Countdown to Reopen Phuket” ตั้งเป้า 3 เดือนรับนักท่องเที่ยว 120,000 คน “เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย” ผนึกกลุ่มโรงแรมดัน “ภูเก็ต” สู่ตลาดโลกอีกครั้ง ภาคท่องเที่ยวภูเก็ตไม่มั่นใจ ขอแผนปฏิบัติจริง

เอกชนหวั่นไทม์ไลน์ ‘ภูเก็ตโมเดล’ เลื่อน

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่านโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวของจังหวัดภูเก็ต หรือ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket Sandbox)” ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 มีนาคม 2564 ระบุไว้ชัดเจนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องหารือร่วมกันเพื่อกำหนดกรอบสำหรับเป็นคู่มือปฏิบัติงาน (SOP : Standard Operating Procedure) รวมถึงคู่มือในการลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่

แต่จนกระทั่งถึงขณะนี้ปรากฏ กรอบปฏิบัติงานดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนนัก ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ภูเก็ตส่วนใหญ่เกิดความไม่เชื่อมั่นว่า จังหวัดภูเก็ตจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวได้ตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่

เอกชนตบเท้าขอความชัดเจน

โดยเฉพาะการเตรียมการใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) เครื่องมือในการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ รวมถึงแผนการตั้งรับหากเกิดการแพร่ระบาดใหม่อีกครั้ง 2) แนวทางการควบคุมเส้นทางและสถานที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยว

3) การติดตามตัวนักท่องเที่ยว และ 4) การตรวจสอบใบรับรองการฉีดวัคซีน (vaccine certificate) การตรวจสอบโควิด-19 เพื่ออนุมัติการเดินทางในเบื้องต้นก่อนเข้าประเทศและการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลเมื่อเดินทางเข้าประเทศ

“เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ภาคเอกชนท่องเที่ยวภูเก็ตได้รวมตัวกันขอเข้าพบผู้ว่าฯภูเก็ต เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้ไปแล้ว โดยทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. และภาคเอกชน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถบริการนักท่องเที่ยว ฯลฯ ได้ขอประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต อีกครั้งในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดเสนอที่ประชุม ศบค. และกำหนดกรอบปฎิบัติที่ชัดเจนได้ต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

ททท.ยันไม่เปลี่ยนแปลง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ทุกกระบวนการของการเดินหน้าเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ “ยังเดินหน้าตามปกติ” และยืนยันว่า เป็นไปตามไทม์ไลน์ทั้งหมด โดยหลายประเด็นได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่อยู่ในกระบวนการและรอจังหวะประกาศในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

“ณ นาทีนี้ยังไม่มีใครมาบอกให้ผมหยุดหรือชะลอการเปิดเกาะภูเก็ตแต่อย่างใด ทุกอย่างออนโพรเซสทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ส่วนประเด็นของ SOP ของภูเก็ตนั้น กำลังจะเข้าพิจารณาใน ศบค.ชุดเล็ก ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนทั้งหมดเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะเข้าสู่การประชุม ศบศ.” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ ททท.ยังได้เตรียมออกแคมเปญใหญ่ “Countdown to Reopen Phuket” ผ่านไปทางสำนักงาน ททท. ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อเป็นการสื่อสารบอกให้คนทั่วโลกเกิดความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาเที่ยวภูเก็ต ยกระดับภูเก็ตให้เป็นพื้นที่สีเขียว สามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย

โดยเป้าหมายในช่วง 3 เดือนแรก (กรกฎาคม-กันยายน 2564) ของการเปิดภูเก็ต ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 129,000 คน จะสร้างรายได้ราว 1.14 หมื่นล้านบาท

ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า นายยุทธศักดิ์ได้ทำหนังสือลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ถึง นายกสมาคมโรงแรมไทย ยืนยันการแจ้งเปิดพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ตามแผนภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เพื่อขอให้สมาคมช่วยประชาสัมพันธ์กับพันธมิตรธุรกิจ โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.tatnews.org

ประกาศ “ภูเก็ต” พร้อม

นายเดวิด จอห์นสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์สำหรับอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนในจังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดแน่นอน ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยได้ร่วมกับโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตเปิดตัวแคมเปญการตลาดและการประชาสัมพันธ์ในยุโรป เจาะกลุ่มนักเดินทางจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และรัสเซีย

ส่วน นายบิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ต กล่าวถึงผลการสำรวจคาดว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะกลับมาภูเก็ต ก็คือ นักท่องเที่ยวยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสแกนดิเนเวีย มีสัดส่วนระหว่าง 35-40% ของนักเดินทาง มาจากจุดหมายปลายทางที่มีอากาศหนาวเย็นในยุโรปเหนือตะวันออกและตะวันตก โดยยุโรปเป็นตลาดใหญ่มีดีมานด์ที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้

ชี้ระบบเซอร์ติฟายด์ต้องชัด

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารโรงแรมแบรนด์อมารี, โอโซ, ซามา, ซามา ฮับ และผู้ถือหุ้นโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กล่าวว่า ในส่วนของโรงแรมในเครือขณะนี้เตรียมความพร้อมสำหรับเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 กรกฎาคมนี้แล้วเช่นกัน และหวังด้วยว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยทำให้กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและซัพพลายเชนท่องเที่ยวทั้งระบบทยอยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของภาคธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ยังเป็นห่วงอยู่หลายประเด็น เช่น จำนวนเที่ยวบินและวอลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาสมดุลกันหรือไม่ และยังมีคำถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวแล้วจริงหรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยยังต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน ในการกระจายฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มคนทำงาน รวมถึงระบบการตรวจตราคนเข้าประเทศของไทยที่ต้องมีความพร้อมและเชื่อมโยงกับระบบของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และระบบของวัคซีนพาสปอร์ตรูปแบบใหม่

“ตอนนี้ระบบต่าง ๆ ของเรายังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของการยืนยันตัวตน การรับรองการฉีดวัคซีน หรือ vaccine certificate เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่เข้ามานั้นฉีดวัคซีนจริง และฉีดยี่ห้ออะไร เมื่อไหร่ ส่วนตัวผมมองว่าถ้าเปิดประเทศ เราต้องลงทุนในระบบพวกนี้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้หลักฐานการเดินทางทุกอย่างอยู่ในระบบ และลดความเสี่ยงของการกลับมาแพร่ระบาดรอบใหม่” นายยุทธชัยกล่าว

มีลุ้นวัคซีนต้องฉีดให้ครบ

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภาคเอกชนท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตยืนยันมีความพร้อมเปิดเมืองภูเก็ต ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปแล้วกว่า 800 แห่ง

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตอนนี้ภาคเอกชนในภูเก็ตอยากให้แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ในวันที่ 1 ก.ค. “ที่ทำได้จริง” แต่ยังต้องลุ้นให้ “วัคซีน” เข้ามาตรงเวลาตามแผนที่วางไว้ เพราะเรื่องวัคซีน ภาคเอกชนไม่มีอำนาจในการกำหนด

“ตอนนี้มีเรื่องเงื่อนไขการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศคือ บางประเทศต้นทางเมื่อกลับไปแล้วต้องกักตัว เรื่องนี้อยู่ระหว่างทีมรัฐบาลเจรจากับต่างประเทศ ส่วนที่ชาวบ้านกังวลก็เรื่องโควิดสายพันธุ์อินเดีย จึงเสนอให้เลือกกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่ กลุ่ม red zone เข้ามาก่อน”

นายสรายุทธ มัลลัม ประธานที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และอุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รัฐบาลต้องไม่เลื่อนนัดการจัดสรรวัคซีน ถ้าวัคซีนมาตามนัดเชื่อว่า ภูเก็ตสามารถเปิดเมืองได้ 100% ไม่มีปัญหา ดังนั้นจึงต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลในเรื่องนี้

กังวลเรื่องตรวจนักท่องเที่ยว

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ทางจังหวัดภูเก็ตได้นำเสนอ คู่มือแผนการปฏิบัติ (Standard Operating Procedure-SOP) ในการเปิดจังหวัดภูเก็ตให้ทางส่วนกลางพิจารณาแล้ว แต่ในมุมมองของสมาคมเห็นว่า SOP ดังกล่าวเป็นเพียง “หลักการคร่าว ๆ” โดยคู่มือแผนการปฏิบัติหลักน่าจะเป็นหน้าที่ของ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กระทรวงการต่างประเทศ ต้องทำแผนร่วมกับกรมควบคุมโรค

เนื่องจากกรมจะทำหน้าที่เป็น “หน้าด่าน” คัดกรองคนที่จะเข้ามาที่สนามบินโดยเฉพาะ เรื่องการตรวจสอบเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนโควิดต่าง ๆ ว่า เป็นเอกสารจากหน่วยงานจากต่างประเทศที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ กรณีนี้ควรจะประสานสถานทูตไทยที่อยู่ในพื้นที่แต่ละประเทศช่วยตรวจสอบว่า เป็นเอกสารโรงพยาบาลที่ถูกต้องหรือไม่ การตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ควรจะให้ กงสุล-สถานทูตไทย ในแต่ละประเทศเป็นผู้รับรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา เพียงแต่วิธีการจะทำอย่างไรเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือรับรองการเดินทาง (Certificate of Entry-COE) ยังต้องมีหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เอเย่นต์ถามกันจำนวนมาก เพราะคำว่า COE ทางเอเย่นต์ต้องไปออกหนังสือรับรองการเดินทางจากกงสุลที่ต่างประเทศและสถานทูตไทยที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ ที่ผ่านมาการเข้ามาประเทศไทยด้วยเงื่อนไขนี้ยาก เรื่องเหล่านี้ต้องให้บริการที่คล่องตัวมากที่สุด หรือไปขอออก COE ออนไลน์เลยได้หรือไม่

เปิดเงื่อนไขเข้าภูเก็ตเสนอ ศบค.

สำหรับเงื่อนไขที่ทางจังหวัดภูเก็ตเตรียมเสนอ ศบค. ในวันที่ 4 มิ.ย. 64 ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (International Traveler Journey) หรือ SOP ได้แก่ Pre-arrival 1) ได้รับ VISA และ COE จากสถานทูตไทย ณ ประเทศต้นทาง ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ ห้องพัก 7 คืนแรกได้รับมาตรฐาน SHA+, ประกันการเดินทางโรคโควิด-19 วงเงินไม่น้อยกว่า 50,000 USD, ได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันเดินทาง 2) ผล RT-PCR เป็นลบ (ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ)

3) ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Thailand Plus และยินยอมเปิดการแชร์ location Arrival 1) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลภากร ณ จุดตรวจ 2) เด็กอายุ 12-18 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีนจะต้องตรวจ rapid antigen test พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 3) หากผลเป็นบวก จะต้องตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ณ โรงพยาบาล พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

Stay 1) ต้องอาศัย ณ จังหวัดภูเก็ต 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ในไทย ณ ประเทศต้นทาง ภายใต้เงื่อนไข 2) สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้บนมาตรฐาน DMHTT 3) รายงานสุขภาพในแอปพลิเคชั่น Thailand Plus ทุกวัน 4) ตรวจ rapid antigen test ในวันที่ 5 พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 5) หากผลเป็นบวก จะต้องตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ณ โรงพยาบาล พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

Departure 1) ออกเดินทางได้ในวันที่ 8 พร้อมแสดงผล rapid antigen test 2) ให้ดูเงื่อนไขการเดินทางจากจังหวัดหรือประเทศปลายทาง

ส่วน Domestic Traveler Journey ได้แก่ Pre-arrival ประกอบด้วย เอกสารการได้รับวัคซีนครบจำนวนเข็มตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขในประเทศนั้น และหรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก โดยการได้รับวัคซีนนั้นจะต้องมีไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกิน 12 เดือน นับจากวันเดินทาง, ผลการตรวจเป็นลบ โดยวิธีการตรวจ RT-PCR จากคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลประเทศต้นทาง (ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบลงไป ไม่ต้องแสดงผลการตรวจ), ใบรับรองแพทย์จากการหายจากโควิด-19 โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่หาย, ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” โดยยินยอมให้เปิดการแชร์โลเกชั่น

Arrival เด็กอายุระหว่าง 12-18 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีน จะต้องได้รับการตรวจ rapid antigen test ที่สนามบินโดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เดินทาง, กรณีผลการตรวจเป็นบวก จะถูกส่งไปตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงพยาบาล โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางเอง, อนุญาตให้เด็กต่ำกว่า 12 ปีเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องเข้ารับการตรวจ rapid antigen

Stay ผู้เดินทางต้องอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้เดินทางสามารถเดินทางไปเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ในอาณาเขตจังหวัดภูเก็ตได้, ผู้เดินทางสามารถทำกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวที่ถูกกฎหมายได้ บนมาตรฐาน DMHTT ต้องรายงานสุขภาพตนเองทางหมอชนะทุกวัน กรณีเกิดอาการไม่สบายให้รายงานผ่าน application และเดินทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด, ผู้เดินทางจะตรวจ rapid antigen test ในวันที่ 5 ณ คลินิก หรือโรงพยาบาล โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เดินทาง

ในกรณีที่ผลการตรวจที่เป็นลบ จะนำไปแสดงเมื่อเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต ไปในพื้นที่อื่นในประเทศไทย ส่วนกรณีผลการตรวจเป็นบวกจะถูกส่งไปตรวจช้ำด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงพยาบาล โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางเอง

Departure สามารถเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตไปในพื้นที่อื่นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ททท. ภูเก็ต