เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
Finance ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ดูทั้งหมด

ฟื้นสัมพันธ์การค้าจีน-สหรัฐ ยังเต็มไปด้วย “ระเบิดเวลา”

12 มิ.ย. 2564 | 12:41น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างยิ่งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ การเปิดการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าขึ้นระหว่าง “สหรัฐอเมริกา” กับ “จีน” เป็นการหารือกันในระดับสูง ระหว่างรองนายกรัฐมนตรี “หลิว เฮ่อ” ของจีน กับ “นางเจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา และ “นางแคเธอรีน ไท” ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์)

บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้จะยังไม่มีผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ทำให้จีนแสดงปฏิกิริยาในทางบวกออกมา ด้วยการระบุว่า การเจรจาทั้งสองครั้งในช่วงเวลาแค่ 2 สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายได้ฟื้นฟู “การหารือซึ่งกันและกันตามปกติ” ขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้ว

“วิคเตอร์ กั๊วะ” นักวิชาการและอดีตนักการทูตชาวจีน ซึ่งเคยทำหน้าที่ “ล่าม” ให้กับ “เติ้ง เสี่ยว ผิง” ในอดีต ระบุว่า การเจรจาดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการหารือและเจรจาต่อรองของทั้งสองฝ่ายต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม อีกหลายฝ่ายยังคงกังขาว่า การหารือที่ว่านี้จะนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกได้จริงหรือ ?

เพราะในสภาวะแวดล้อมขณะนี้ ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกายังห่างไกลจากการกลับสู่สภาวะปกติอยู่มาก แถมบนเส้นทางสู่เป้าหมายดังกล่าวยังเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามอยู่เต็มไปหมดอีกด้วย

ปัญหาใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ จีนไม่เพียงยังได้เปรียบดุลการค้าต่อสหรัฐอเมริกาอยู่เท่านั้น ยังได้เปรียบในระดับที่เพิ่มสูงมากขึ้นอีกต่างหาก

ตัวเลขดุลการค้าของจีนประจำเดือน พ.ค. เดือนล่าสุด ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อ 7 มิ.ย.นี้ แสดงให้เห็นว่า ภาวะได้เปรียบดุลการค้าของจีนต่อสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นเป็น 31,780 ล้านดอลลาร์ จาก 28,110 ล้านดอลลาร์ ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

แม้ว่าจีนจะนำเข้าจากสหรัฐเพิ่มมากขึ้นถึง 40.3% แต่ก็ส่งออกเพิ่มขึ้น 20.6% เช่นเดียวกัน

ถ้าย้อนไปช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ภาวะเกินดุลของจีนต่อสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 203,450 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 70.2%

“แคเธอรีน ไท” ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกาคนใหม่ แถลงก่อนการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีพาณิชย์ของประเทศในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ว่า มีบางส่วนในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่ “ไม่ดีนัก” และนับวันยิ่ง “สร้างความเสียหายอย่างมาก” ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

นั่นคือความสัมพันธ์ด้านการค้าซึ่ง “ไม่สมดุลอย่างมีนัยสำคัญ” ที่ไม่ได้เกิดจากความสามารถทางการค้าอย่างเดียว แต่ยังเกิดจาก “โอกาส” และ “การเปิดกว้าง” ที่ไม่เท่าเทียมอีกด้วย

ที่สำคัญก็คือ แคเธอรีน ไท ย้ำว่า “สหรัฐอเมริกามุ่งมั่นจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อนำเอาความสมดุลกลับคืนมายังความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน”

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” กำลังอยู่ระหว่างการ “ทบทวน” จุดยืนต่อจีนในทุก ๆ ด้านรวมทั้งด้านการค้า และยังไม่ได้ปรับปรุง ปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายที่มีนัยสำคัญใด ๆ ต่อจีนแต่อย่างใด

นักการทูตระดับสูงที่รับผิดชอบภูมิภาคเอเชีย เพิ่งแสดงความคิดเห็นไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า สหรัฐกำลัง “เข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่เข้มข้นกับจีน” สอดคล้องกับการที่รัฐบาลไบเดนประกาศเมื่อต้นเดือน พ.ค. ยังคงคำสั่งห้ามการลงทุนของบริษัทอเมริกันในบริษัทจีนจำนวนหนึ่ง ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ยุค “สงครามการค้า” ของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ในเวลาเดียวกันก็ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า พิกัดอัตราภาษีศุลกากร ระหว่างสองฝ่ายจะมีความเคลื่อนไหวคืบหน้าไปในเชิงบวก หรือมีการเตรียมการหารืเกี่ยวกับปมเงื่อนจำนวนมากที่ถือเป็น “แฟลชพอยต์” พร้อมที่จะระเบิดเปรี้ยงปร้างกลายเป็นความขัดแย้งตึงเครียดระลอกใหม่ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกรณีหัวเว่ย, ติ๊กต๊อก, วีแชท, เรื่อยไปจนถึงกรณีความขัดแย้งทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนอย่างประเด็นฮ่องกง, ซินเจียง, ไต้หวัน และความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ เป็นต้น

ประเด็นขัดแย้งที่ยังคาราคาซังเหล่านี้ คือกับระเบิดที่พร้อมจะทำลายปัจจัยบวกใด ๆ ในการฟื้นสัมพันธภาพของทั้งสองประเทศได้ในพริบตา ตราบใดที่ยังคงหาทางออกที่เหมาะสมไม่ได้