หุ้นไทยผันผวนรับยอดผู้ติดโควิดเพิ่มขึ้น 18% จากสัปดาห์ก่อน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวออกข้าง ท่ามกลางปัจจัยกดดัน เคลื่อนไหวในกรอบ 1,570-1,590 จุด ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง 18% จากสัปดาห์ก่อน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก หวั่นสัดส่วนสายพันธุ์เดลต้าระบาดหนักในอีกไม่ช้าซ้ำเติมสถานการณ์ในประเทศ คาดว่าการระบาดของไทยน่าจะยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องและไม่น่าจะดีขึ้นภายใน ก.ค. 64 แม้นายกฯ ขอเวลาประเมินรอบ 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจผ่อนคลาย
วันที่ 29 มิถุนายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า SET Index แกว่งตัวออกข้าง ท่ามกลางปัจจัยกดดัน หลังตอบรับการประกาศใช้มาตรการคุมเข้มจากทาง ศบค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายในประเทศ วานนี้ตลาดหุ้นไทยพลิกรีบาวนด์กลับขึ้นมาในช่วงบ่ายก่อนปิดตลาดลดช่วงการติดลบลงเหลือเพียงราว 3 จุด และยืนเหนือแนวรับ 1,575 จุดได้
จึงคาดว่าเช้านี้ SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้างเป็นหลักในกรอบระหว่าง 1,570-1,590 จุด โดยการทำ Window Dressing ก่อนปิดไตรมาสของนักลงทุนสถาบัน และการปิดไตรมาสของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซีรีย์ M21 อาจทำให้ในช่วงท้ายตลาดมีความผันผวนมากกว่าปกติ
อย่างไรก็ดี คาดว่าปีนี้การทำราคาปิดบัญชีอาจไม่มีผลทางบวกมากนัก เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศยังกดดันอัพไซต์ของ SET Index ในภาพรวม
กลยุทธ์การลงทุน ทางฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำให้มีพอร์ตเก็งกำไรระยะสั้นในสัดส่วนไม่เกิน 30% ไปก่อน โดยเน้นหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการระบาดของ COVID-19 (การแพทย์, แพ็กเกจจิ้ง), การเพิ่มขึ้นของมาตรการ WFH (อุปกรณ์สินค้า IT), กลุ่ม Global Play (เดินเรือ) และกลุ่ม Defensive Play (สื่อสาร)
โดยสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกและไทย ภาพรวมจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันทั่วโลกยังทรงตัวเพิ่มขึ้นเพียงราว 2% จากสัปดาห์ก่อน โดยสหรัฐพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำสุดต่อเนื่องในรอบปี โดยเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 4,700 ราย และรายสัปดาห์ลดลงถึง 5% ส่วนอินเดียแม้ผู้ติดเชื้อรายวันยังสูงแต่ปรับตัวลดลงกว่า 18% จากสัปดาห์ก่อน สะท้อนภาพการกระจายวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทั้งสหรัฐและอินเดียมีสถานการณ์ภายในประเทศดีขึ้น
ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่ดีนักโดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเร่งตัวสูงขึ้นต่อเนื่องวานนี้กว่า 5,400 ราย และเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 18% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก สหรัฐและอินเดีย อีกทั้งสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) พุ่งแตะ 12% จาก 10% ในช่วงสุดสัปดาห์มีแนวโน้มกลายเป็นสายพันธุ์ระบาดหลักในอีกไม่ช้า ซ้ำเติมสถานการณ์ในประเทศไทย
จึงคาดว่าการระบาดของไทยน่าจะยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องและไม่น่าจะดีขึ้นภายใน ก.ค. 64 แม้นายกฯ ขอเวลาประเมินรอบ 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจผ่อนคลายหรือไม่
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐปรับตัวลง และบาทอ่อนต่อเนื่อง โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีวานนี้ปรับตัวลงมาแตะระดับ 1.4% อีกครั้ง หลังนักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐศุกร์นี้ ที่อาจออกมาต่ำกว่าคาดการณ์และเงินเฟ้อสหรัฐอาจเริ่มชะลอตัวลง ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าต่อไป
ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังอ่อนค่าต่อเนื่องแตะระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเช้านี้ จากสถานการณ์ COVID-19 ภายในประเทศอาจกดดันเงินทุนต่างชาติ (Fund flow) ในภาพรวม แต่เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและอิเล็กทรอนิกส์