เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” หนาวๆร้อนๆ เก้าอี้ผู้ว่าการรัฐหลุดระนาว

11 พ.ย. 2560 | 20:01น.

กระแสการเมืองสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณตีกลับ หลังผลการเลือกตั้งพิเศษ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายรัฐสำคัญ ออกมาว่า พรรคเดโมแครตเอาชนะพรรครีพับลิกันของ “โดนัลด์ ทรัมป์” นั่งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ นายกเทศมนตรี และอัยการรัฐ ทั้งในรัฐเวอร์จิเนีย นิวเจอร์ซีย์ รวมถึงนครนิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

การเลือกตั้งพิเศษของสหรัฐจัดขึ้นในหลายวาระหลังจากการเลือกประธานาธิบดีเสร็จสิ้น เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนเข้าไปดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร จึงต้องเลือกตัวแทนใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งตำแหน่งที่หมดวาระลง

โดย การเลือกตั้งท้องถิ่นหลายสนามในวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณชี้วัดอนาคตการเมืองประเทศ เนื่องจากเป็นการเลือกผู้ว่าการรัฐในรัฐใหญ่ โดยเฉพาะเวอร์จิเนีย ซึ่งถือเป็นสนามการเมืองสำคัญของประเทศ พรรคเดโมแครต โดยผู้สมัครลงเลือกตั้ง “ราล์ฟ นอร์ทัม” เอาชนะตัวแทนจากรีพับลิกัน “เอ็ด กิลเลสพี” โดยมีคะแนนนิยมห่างกันราว 9% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นอร์ทัมก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียในที่สุด

ขณะ ที่ “ฟิล เมอร์ฟี” ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ จากเดโมแครต ก็เอาชนะ “คิม กัวดากโน”จากรีพับลิกันไปได้สำเร็จและที่นครนิวยอร์กก็เช่นกัน “บิลล์ เดอ บลาซิโอ” จากเดโมแครต ยังคงความนิยม และได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าการต่ออีกสมัยได้อย่างสบาย ๆ

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองเป็นทิศทางเดียวกันว่า ผู้คนเริ่มเบื่อกับยุคสมัยแห่งความเกลียดชังของทรัมป์ ทำให้คะแนนนิยมกำลังทยอยกลับเข้ามาหาเดโมแครตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะส่งผลถึงการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 435 ที่นั่ง ในกลางปีหน้าด้วย แม้ว่าปัจจุบันรีพับลิกันจะมีเก้าอี้ ส.ส.ทิ้งห่างก็ตาม และแน่นอนว่ารีพับลิกันมีสิทธิ์กระเด็นจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยถัดไปเป็นแน่

“แอนโธนี เซอร์เชอร์” นักข่าวบีบีซี ประจำ กรุงวอชิงตัน เขียนวิเคราะห์ถึง “เหตุผลที่รีพับลิกันควรกังวลใจ” ไว้ว่า ชัยชนะของเดโมแครตในการเลือกตั้งท้องถิ่นล่าสุด เรียกได้ว่าเป็นชัยชนะอย่างไม่ปราณี เพราะได้เก้าอี้มาทุกตำแหน่ง ทั้งในรัฐใหญ่และเมืองสำคัญ โดยเฉพาะในรัฐเวอร์จิเนีย รัฐที่จะกำหนดชะตาการเลือกตั้งระดับชาติได้ ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญที่รีพับลิกันต้องพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้ง

การเลือกตั้งในเวอร์จิเนียระบุว่า คะแนนของเดโมแครต ส่วนใหญ่มาจากผู้ที่จบปริญญาตรี รวมไปถึงผู้อยู่อาศัยในย่านร่ำรวยทางชานเมืองเวอร์จิเนียเหนือ และมีคะแนนจากผู้ที่เคยลงให้ทรัมป์ ที่รอบนี้เปลี่ยนมาลงให้เดโมแครตบางส่วน ซึ่งเป็นการส่งเมสเสจถึงทรัมป์ ต่อความไม่พอใจในการแก้ไขนโยบายประกันสุขภาพ

เวทีต่อสู้ถัดไปของ 2 พรรคใหญ่คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2018 ดังนั้นหมายความว่า รีพับลิกัน เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปีเท่านั้นในการดึงคะแนนนิยมกลับมา

ดังนั้น หลังจากนี้ไม่ว่าทรัมป์ หรือรีพับลิกันจะเดินหมากอย่างไร ก็ต้องตัดสินใจให้มาก เพราะนั่นหมายความถึงการกำหนดชะตากรรมของตนทั้งสิ้น