“ทรัมป์” หนาวๆร้อนๆ เก้าอี้ผู้ว่าการรัฐหลุดระนาว
กระแสการเมืองสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณตีกลับ หลังผลการเลือกตั้งพิเศษ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายรัฐสำคัญ ออกมาว่า พรรคเดโมแครตเอาชนะพรรครีพับลิกันของ “โดนัลด์ ทรัมป์” นั่งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ นายกเทศมนตรี และอัยการรัฐ ทั้งในรัฐเวอร์จิเนีย นิวเจอร์ซีย์ รวมถึงนครนิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
การเลือกตั้งพิเศษของสหรัฐจัดขึ้นในหลายวาระหลังจากการเลือกประธานาธิบดีเสร็จสิ้น เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนเข้าไปดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร จึงต้องเลือกตัวแทนใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งตำแหน่งที่หมดวาระลง
โดย การเลือกตั้งท้องถิ่นหลายสนามในวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณชี้วัดอนาคตการเมืองประเทศ เนื่องจากเป็นการเลือกผู้ว่าการรัฐในรัฐใหญ่ โดยเฉพาะเวอร์จิเนีย ซึ่งถือเป็นสนามการเมืองสำคัญของประเทศ พรรคเดโมแครต โดยผู้สมัครลงเลือกตั้ง “ราล์ฟ นอร์ทัม” เอาชนะตัวแทนจากรีพับลิกัน “เอ็ด กิลเลสพี” โดยมีคะแนนนิยมห่างกันราว 9% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นอร์ทัมก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียในที่สุด
ขณะ ที่ “ฟิล เมอร์ฟี” ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ จากเดโมแครต ก็เอาชนะ “คิม กัวดากโน”จากรีพับลิกันไปได้สำเร็จและที่นครนิวยอร์กก็เช่นกัน “บิลล์ เดอ บลาซิโอ” จากเดโมแครต ยังคงความนิยม และได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าการต่ออีกสมัยได้อย่างสบาย ๆ
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองเป็นทิศทางเดียวกันว่า ผู้คนเริ่มเบื่อกับยุคสมัยแห่งความเกลียดชังของทรัมป์ ทำให้คะแนนนิยมกำลังทยอยกลับเข้ามาหาเดโมแครตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะส่งผลถึงการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 435 ที่นั่ง ในกลางปีหน้าด้วย แม้ว่าปัจจุบันรีพับลิกันจะมีเก้าอี้ ส.ส.ทิ้งห่างก็ตาม และแน่นอนว่ารีพับลิกันมีสิทธิ์กระเด็นจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยถัดไปเป็นแน่
“แอนโธนี เซอร์เชอร์” นักข่าวบีบีซี ประจำ กรุงวอชิงตัน เขียนวิเคราะห์ถึง “เหตุผลที่รีพับลิกันควรกังวลใจ” ไว้ว่า ชัยชนะของเดโมแครตในการเลือกตั้งท้องถิ่นล่าสุด เรียกได้ว่าเป็นชัยชนะอย่างไม่ปราณี เพราะได้เก้าอี้มาทุกตำแหน่ง ทั้งในรัฐใหญ่และเมืองสำคัญ โดยเฉพาะในรัฐเวอร์จิเนีย รัฐที่จะกำหนดชะตาการเลือกตั้งระดับชาติได้ ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญที่รีพับลิกันต้องพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้ง
การเลือกตั้งในเวอร์จิเนียระบุว่า คะแนนของเดโมแครต ส่วนใหญ่มาจากผู้ที่จบปริญญาตรี รวมไปถึงผู้อยู่อาศัยในย่านร่ำรวยทางชานเมืองเวอร์จิเนียเหนือ และมีคะแนนจากผู้ที่เคยลงให้ทรัมป์ ที่รอบนี้เปลี่ยนมาลงให้เดโมแครตบางส่วน ซึ่งเป็นการส่งเมสเสจถึงทรัมป์ ต่อความไม่พอใจในการแก้ไขนโยบายประกันสุขภาพ
เวทีต่อสู้ถัดไปของ 2 พรรคใหญ่คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2018 ดังนั้นหมายความว่า รีพับลิกัน เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปีเท่านั้นในการดึงคะแนนนิยมกลับมา
ดังนั้น หลังจากนี้ไม่ว่าทรัมป์ หรือรีพับลิกันจะเดินหมากอย่างไร ก็ต้องตัดสินใจให้มาก เพราะนั่นหมายความถึงการกำหนดชะตากรรมของตนทั้งสิ้น