หุ้นไทยเปิดตลาดร่วง 17 จุด กังวลยอดผู้ติดเชื้อนิวไฮ
ตลาดหุ้นไทยเปิดร่วง 17 จุด กังวลยอดผู้ติดเชื้อนิวไฮ กดดัน SET คาดแนวรับวันนี้ 1,550-1,560 จุด ขณะที่กังวลยกระดับล็อกดาวน์-Fund flow ยังผันผวนกดดันให้ดัชนีปรับตัวลง
วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ ปรับตัวลง 1,550-1,560 จุด จากความกังวลยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 สายพันธุ์เดลต้าที่แพร่ระบาดทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งในสหรัฐและยุโรป ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศที่พุ่งขึ้นสถิติใหม่ (New high) ทะลุ 10,000 ราย/วัน จนต้องยกระดับล็อกดาวน์ (lockdown) เพิ่มอีก 3 จังหวัดรวมเป็น 13 จังหวัด รวมถึงกระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ผันผวน (Fund flow) ที่ผันผวนจะกดดันให้ดัชนีปรับตัวลง
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาไทยมียอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ที่ 11,397 ราย ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทำสถิติใหม่ (New high) เมื่อวันเสาร์ที่ 141 รายก่อนจะลดลงเป็น 101 รายในวันอาทิตย์ เป็นลบกับตลาดรวมแต่ยังเป็นบวกกับกลุ่มโรงพยาบาล
ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติและประกาศในราชกิจจาฯ ให้เพิ่มระดับความเข้มงวดในการป้องกัน Covid-19 ในพื้นที่สีแดงเข้ม อาทิ ปิดห้างสรรพสินค้า ห้ามสายการบินบินเข้าออก และเพิ่มพื้นที่ล็อกดาวน์อีก 3 จังหวัด(ชลบุรี, อยุธยา, ฉะเชิงเทรา) รวมเป็น 13 จังหวัดกระทบหลายกลุ่มธุรกิจเพราะเป็นพื้นที่นิคมฯ อาทิ รถยนต์ และ อิเล็กทรอนิกส์
ส่วน 4 แบงก์ใหญ่ คือ BBL หรือธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), KBANK หรือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), SCB หรือธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ KTB หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะประกาศงบประมาณไตรมาส 2/64 ในสัปดาห์นี้เบื้องต้นคาดมีกำไรสุทธิรวม 2.57 หมื่นล้านบาทหดตัว 22.6% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (qoq) แต่เพิ่มขึ้น 47.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (yoy) ผลกำไรที่คาดว่าจะหดตัวเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (qoq) มองว่าตลาดรับรู้ไปแล้ว แต่แนวโน้มครึ่งปีหลัง ยังไม่แน่นอนและคาดว่าผู้บริหารจะส่งสัญญาณหลังจากประกาศงบประมาณไตรมาส 2/64
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ CHGิ หรือ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 4.12 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 4.50 บาทต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 จะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 425 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 69% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (qoq) และ 175% เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน (yoy) จากรายได้การตรวจคัดกรองเชื้อโควิดและมีรายได้จากการให้บริการหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) เพิ่มขึ้น
อีกตัวคือ JWD หรือ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 15.5 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายจากการสำรวจความเห็นของโบรก (IAA Consensus) ราคาที่ 16.3 บาทต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 โตต่อเนื่องตามความต้องการในทุกธุรกิจที่เพิ่มขึ้นรับอานิสงส์ภาคการค้าโลกฟื้นตัวและรับกระแส WFH, คลังห้องเย็นใหม่รับรู้รายได้เต็มไตรมาส
