เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

SDGs กับการบริหารวัคซีนของไทย ข้อผิดพลาด และทิศทางในอนาคต

19 ก.ค. 2564 | 21:01น.

SDGs กับการบริหารวัคซีนของไทย ข้อผิดพลาดและทิศทางที่ควรเดินในอนาคต เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิต รัฐต้องแก้ไขให้รอบด้าน

วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการโครงการวิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ (ERTC) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็ปไซต์ SDG Move ว่า สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความรุนแรงยิ่งขึ้น แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้มข้นขึ้นแล้วก็ตาม และในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมีมาตรการที่มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจย่อมมากขึ้นและมีแนวโน้มจะลากยาวต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ประเทศไทยยังไม่สามารถนำวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพเข้ามาให้ประชาชนได้โดยเร็ว นอกจากนี้ การแพร่กระจายที่รวดเร็วและรุนแรงของสายพันธุ์เดลต้า ประกอบกับนโยบายการจัดการการระบาดช่วงก่อนหน้านี้ที่มีส่วนทำให้เชื้อกระจายไปทั่วประเทศ เพิ่มแรงกดดันให้แก่ระบบสาธารณสุขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการโครงการวิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ (ERTC) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ต้องคิดให้รอบด้าน

ผศ.ชลได้ระบุถึงประเด็นสำคัญ ที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศต้องนำมาพิจารณานอกเหนือจากประเด็นเรื่องวัคซีน นโยบายการเยียวยา และนโยบายช่วยให้ระบบสาธารณสุขดำเนินการไปได้แบบเฉพาะหน้า ว่ามีดังนี้

1) การเตรียมการอย่างเป็นระบบเพื่อทำให้สังคมไทยรับมือกับโควิด-19 ได้ดี

2) ความมั่นคงทางอาหารของผู้คน โดยเฉพาะคนยากจน คนที่ประกอบอาชีพไม่ได้ และคนที่ต้องกักตัว

3) การเพิ่มศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขไทย การหาแผนสำรองสำหรับสถานการณ์ระบบสาธารณสุขให้เต็มศักยภาพ

4) นโยบายดูแลชีวิตเด็กนักเรียน และผู้ปกครอง นักเรียนที่หลุดออกไปจากระบบช่วงโควิด-19 จะดำเนินการอย่างไรต่อ ถ้าจะขยับการศึกษาไปออนไลน์จริง ได้มีการเตรียมการอย่างเข้มข้นเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้เพียงใด และขยายโอกาสให้คนได้มากเพียงใดแล้ว

5) มีมาตรการนำผู้ประกอบการรายย่อยขึ้นไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และอำนวยความสะดวกให้พวกเขามากเพียงใด

6) หาวิธีการจ้างงานหรือช่วยเหลือแรงงานนอกระบบและคนทำอาชีพ ที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ให้สามารถปรับตัวได้อย่างไร

7) รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้อยู่รอดจากการปิดเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร ช่วยลดต้นทุนและช่วยลูกจ้างได้อย่างไรบ้าง

8) สถานการณ์ขยะพลาสติก และขยะติดเชื้อ รวมถึงมีระบบในการจัดการ

วิกฤตสุขภาพกับมนุษยธรรม

ผศ.ชลกล่าวด้วยว่า วิกฤตสุขภาพมักมาคู่กับวิกฤตมนุษยธรรม สิ่งที่ทำให้ผู้คนโกรธรัฐบาลคือ วิกฤตด้านมนุษยธรรมที่สะท้อนผ่านการตัดสินใจ และการสื่อสารสาธารณะต่าง ๆ ของผู้กำหนดนโยบาย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ดำเนินการราวกับไม่ได้ยินเสียงของประชาชนในประเทศ

“สิ่งที่สังคมต้องการตอนนี้จากรัฐบาลคือ ท่าทีของความเห็นอกเห็นใจ ความจริงและการยอมรับความจริง ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และความตั้งใจที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับชีวิตของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง แต่ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลดูจะล้มเหลวในทั้ง 4 เรื่องนี้”

สถานการณ์ขณะนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงความเชื่อมโยงกันของมิติของ peace (ความสันติสุข) ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งเป็นมิติที่ว่าด้วยสันติภาพ ความยุติธรรม และการมีรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้ออื่น ๆ ทั้งหมด

“หากเรามีรัฐบาลที่ด้อยสมรรถภาพในการพาสังคมรับมือกับความเสี่ยงและต่อกรกับปัญหาแล้ว การพาสังคมลุกขึ้นยืนอีกครั้งโดยเร็วเพื่อก้าวต่อไปแทบจะเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ปัญหาที่เกิดขึ้นซับซ้อนขนาดนี้”

นอกจากนี้สถานการณ์โควิด-19 รอบล่าสุดยังเปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างชัดแจ้ง เช่น ความถูกสุขลักษณะของการอยู่อาศัยของแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง จึงทำให้เกิดการระบาดอย่างที่เป็นอยู่, มาตรฐานของอาคารพาณิชย์ ห้องแถว ห้องเช่า สภาพการระบายอากาศ รวมถึงจำนวนคนที่อยู่ และมาตรฐานด้านสุขลักษณะอื่น ๆ ดีพอหรือไม่ จึงทำให้เกิดการระบาดได้มากขนาดนี้ เรื่องเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นที่สิงคโปร์เมื่อปีก่อน แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลไทยอาจไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนบ้านเพียงพอ

“จุดนี้เป็นจุดหนึ่งที่โควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตของทุกคนเชื่อมโยงกันขนาดไหน การใช้ชีวิตของเราไม่ได้แยกขาดจากชีวิตของแรงงานในไซต์ก่อสร้างเลย คุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขามีส่วนในการกำหนดคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วย นั่นยิ่งทำให้เห็นว่า การพัฒนาที่ครอบคลุม (inclusive development) ไม่ใช่สิ่งที่ทำเพื่อให้รู้สึกเป็นคนดี แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะเป็นต่อความอยู่รอดของทุกคน”

ทิศทางอนาคต-เสริมพลังสาธารณสุข

ผศ.ชลกล่าวว่า เมื่อมองไปในอนาคตอีกครึ่งปี ประเทศไทยอาจจะยังไม่มีวัคซีนเพียงพอ ในขณะที่สายพันธุ์ของโควิด-19 จะกลายพันธุ์ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งความไวและความรุนแรงของการแพร่ระบาด และการกลายพันธุ์ยังเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก

เมื่อไม่มีวัคซีน ทำให้แรงกดดันมหาศาลจะตกกับระบบสาธารณสุข ส่งผลให้กำลังพลทางการแพทย์และศักยภาพของสถานพยาบาลจะลดลงเรื่อย ๆ สวนทางกับจำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้การล็อกดาวน์ และการทำงานจากบ้าน (work from home) เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน และคาดการณ์ได้ยากว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด

“ทิศทางที่รัฐบาลควรเดินคือ การดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ระหว่างที่กำลังดำเนินการอยู่นี้รัฐบาลต้องดำเนินการด้านอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น การเสริมพลังให้กับระบบสาธารณสุข จะมีกระบวนการอย่างไรที่จะผ่อนแรงกดดันของระบบสาธารณสุขทางกายภาพให้กลับไปอยู่ที่บ้านหรือบนโลกออนไลน์ได้ ซึ่งประการหลังจะเพิ่มศักยภาพให้กับระบบสาธารณสุขอีกมาก”

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเยียวยาอย่างเต็มที่และไม่เลือกปฏิบัติ การก่อหนี้เพื่อเยียวยาคือ ราคาของนโยบายวัคซีนที่ผิดพลาด ซึ่งหากรัฐบาลและสังคมไม่จ่ายเป็นเงิน รัฐบาลและสังคมอาจจะจ่ายต้องเป็นชีวิตของประชาชนแทน หากรัฐยังพยายามเลี่ยงไม่ทำสิ่งนี้ สิ่งที่จะตามมาคือ คนที่มีอาชีพรายวันอาจจะไม่ยอมกักตัวแม้จะป่วย สภาวะความปลอดภัยในสังคมอาจลดลงจากอาชญากรรมและยาเสพติด

ลดต้นทุนผู้ประกอบสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

ผศ.ชลกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐต้องพาการบริการของรัฐและเอกชนไปอยู่บนโลกออนไลน์ให้ได้มากที่สุด การช่วยเหลือและชดเชยต้นทุนบางส่วนให้ผู้ประกอบการสามารถขับเคลื่อนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป การผ่อนคลายกติกาที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาและลดต้นทุนการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เป็นสิ่งที่ต้องรีบดำเนินการ

“ที่สำคัญที่สุดคือ รัฐต้องเปลี่ยนทัศนคติการให้บริการภาครัฐและมาตรการต่าง ๆ จากแนวคิดชาตินิยมมาเป็นมนุษยนิยม ในสถานการณ์นี้ไม่มีใครปลอดภัยหากทุกคนไม่ปลอดภัย เอกลักษณ์ทางกฎหมาย (เช่น บัตรประชาชน) ไม่ควรเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการและมาตรการต่าง ๆ หากคนเหล่านั้นไม่มี รัฐต้องบริการก่อนแล้วจึงอำนวยความสะดวกให้มีเอกลักษณ์ทางกฎหมายนั้น ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ให้บริการ”

การดำเนินการข้างต้น รัฐต้องร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ รัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนหาวิธีในการลดต้นทุนการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รัฐควรร่วมมือและหนุนเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางระบบและรับมือกับปัญหาข้างต้นอย่างจริงจัง ให้อำนาจให้ทรัพยากรแก่เขาเพื่อช่วยกันดูแลประชาชน

ผศ.ชลกล่าวในตอนท้ายว่า ขอเป็นตัวแทนของ SDG Move ในการแสดงความเสียใจกับทุกคนที่ต้องเผชิญความสูญเสียใด ๆ ก็ตาม ที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดรอบล่าสุดนี้ เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ในแนวหน้าทุกคน และขอให้ทุกคนรักษากายและใจของตัวเองควบคู่ไปด้วยเพื่อเราจะได้อยู่ถึงวันที่สังคมที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SDGs วัคซีนโควิด