สุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ ดันอู่ต่อ-ซ่อมเรือ ASIMAR ฝ่าโควิด
ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดโควิด-19ผู้บริหารธุรกิจหลายบริษัทต่างเร่งปรับตัว ต่อยอดธุรกิจ เพื่อหารายได้เพิ่มมาส่งเสริมธุรกิจหลักที่ได้รับผลกระทบ “สุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR
ผู้ประกอบการธุรกิจอู่ต่อเรือ และซ่อมเรือย่านอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เช่นเดียวกัน แม้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มากนัก ด้วยผลประกอบการของธุรกิจหลักยังเติบโตไปตามเป้าหมายในช่วงไตรมาส 1

และไตรมาส 2 แต่บริษัทยังคงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
40 ปีในธุรกิจอู่ต่อเรือ-ซ่อมเรือ
โดย “สุรเดช” ได้มาบอกเล่าความเป็นมาของบริษัท ปัญหาอุปสรรค และทิศทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้ากับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตระกูลตัณฑ์ไพบูลย์อยู่ในแวดวงธุรกิจเดินเรือตั้งแต่ 60 ปีก่อน
สมัยนั้น คุณลุง คือ คุณสุธรรมตัณฑ์ไพบูลย์ ทำธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้า และเรือน้ำมัน ในยุคนั้นประเทศไทยยังไม่มีอู่ต่อเรือและซ่อมเรือขนส่งสินค้า มีเฉพาะอู่ต่อเรือประมง
เมื่อเรือมีปัญหาต้องวิ่งไปซ่อมที่สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งมีราคาสูง คุณลุงมีวิชั่นจึงก่อตั้งอู่ต่อเรือและซ่อมเรือขึ้นมา ต่อมาเพื่อน ๆ ในวงการได้นำเรือมาให้ซ่อมด้วย จึงเติบโตจากตรงนั้น โดยเริ่มทำธุรกิจอู่ต่อเรือและซ่อมเรืออย่างจริงจังประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา
ผมเองเข้ามาช่วยงานของครอบครัวประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเรามีความชำนาญทั้่งการต่อเรือและซ่อมเรือได้ ต่างจากบริษัทอื่นที่ทำธุรกิจต่อเรือหรือซ่อมเรือจะทำอย่างเดียว
แต่บริษัทเราถนัดทั้งต่อเรือ และซ่อมเรือทั้ง 2 อย่าง เรามีอุปกรณ์และทีมงานที่ชำนาญกว่า 600 คน ทั้งคนไทยและคนต่างด้าว โดยมีการทำแผนเรื่องคน succession planning มีการสรรหาบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทางเข้ามาทำงาน
ที่สำคัญ บริษัทเป็นอู่ต่อเรือและซ่อมเรือที่มีเป้าหมายชัดเจน เน้นเรื่องคุณภาพกับเวลาในการซ่อมได้ตรงเวลา และคุณภาพเรือที่ออกไปไม่มีเสียกลางทะเลแน่นอน เราไม่ใช่อู่ซ่อมเรือที่ถูกที่สุดในตลาด แต่มีราคาที่สมเหตุสมผล อันนี้เป็นจุดขายของเรา
สำนักงานใหญ่อยู่ที่พระสมุทรเจดีย์ ถือเป็นทำเลที่ตั้งอู่ดีที่สุด อยู่ฝั่งเดียวกับอู่ของกองทัพเรือ เป็นอู่ต่อเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำลึกโดยธรรมชาติ มีพื้นที่ท่าหน้ายาว 300 เมตรเรือที่วิ่งเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาได้ วิ่งมาซ่อมที่อู่ของเราได้ รับเรือได้ความยาว 160 เมตร ความลึกเฉลี่ย 12.5 เมตร
นอกจากนี้ บริษัทมีอู่ซ่อมเรือสาขาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 และเริ่มมียอดขายและกำไรเลี้ยงตัวเองได้ปี 2563 มีรายได้ประมาณ 35 ล้านบาท มีทิศทางที่ดี
ปี’64 ชูเป้า 540 ล้านรุกงานรัฐ
การเติบโตของบริษัทที่ผ่านมา มีฐานลูกค้าทั้งภายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% เช่น เกาหลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยลูกค้าต่างประเทศเราจะต่อเรือสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (ธุรกิจเรือ offshore) และเรือที่ใช้ในการวางท่อในทะเลสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งมีเทคโนโลยีค่อนข้างสูง แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจต่อเรือในต่างประเทศค่อนข้างซบเซา
ตั้งแต่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ธุรกิจเรือขนส่งที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลลดน้อยลงไปด้วย ส่วนงานภายในประเทศมีทั้งงานเอกชน และภาครัฐ แต่ช่วงนี้จะมีโครงการต่อเรือของภาครัฐเป็นหลัก เนื่องจากลูกค้าเอกชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ผลประกอบการบริษัทยังไปได้ ปี 2563
มีรายได้ 493.70 ล้านบาท ปี 2564 ตั้งเป้ารายได้ประมาณ 540 ล้านบาท ไตรมาส 1 ได้ตามเป้า และไตรมาส 2 คิดว่าปิดได้ตามเป้า เช่น ที่ผ่านมามีโครงการต่อเรือกำจัดขยะให้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็น 2 ลำแรกที่ต่อในประเทศไทย เปิดปากกินขยะเข้าไปได้ และสามารถนำไปทำงานในทะเลได้ ความเร็วถึง 12 นอต เราพัฒนาแบบและเขียนแบบเอง มูลค่าประมาณ 20 กว่าล้านบาทต่อลำ
สำหรับงานที่ทำอยู่ (backlog) ตอนนี้ ได้แก่ 1.โครงการต่อเรือเก็บผักตบชวาให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง 5 ลำ มูลค่าโครงการ 46 ล้านบาท
2.ต่อเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ใช้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวเรือใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม รูปแบบเรือสองท้อง (catamaran) จำนวน 5 ลำ ให้กับบริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด (MMR) เป็นบริษัทในเครือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA มูลค่า 71 ล้านบาท โดย 2 โครงการส่งมอบภายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ต่อเนื่อง
3.โครงการต่อเรือดันและลากจูงขนาดกลาง (เรือ tug) ของกองทัพเรือ เพิ่งเซ็นสัญญาไปจำนวน 1 ลำ มูลค่า 280 ล้านบาท เรือทักของกองทัพเรือจะใช้ทำประโยชน์มากกว่าเรือทักทั่วไป นอกจากช่วยดันเรือใหญ่เข้า-ออกจากท่าเทียบเรือ จะมีภารกิจเรื่องดับเพลิง และมีอุปกรณ์ช่วยจัดการน้ำมันรั่วไหล (oil spill) ในทะเลได้
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างประมูลงานราชการอีก 2 งาน โดยอยู่ในขั้นตอนเตรียมประมูลต่อเรือของรัฐวิสาหกิจของประเทศมาเลเซีย มูลค่าโครงการ 100 กว่าล้านบาท
โควิดกระทบเอกชนเบรกต่อเรือ
ในอดีตบริษัทรับงานต่อเรือในต่างประเทศหลายแห่ง โดยเฉพาะการต่อเรือออฟชอร์ แต่พองานเรือออฟชอร์ซบเซา เราก็หันมาทำตลาดเรือโดยสารภายในประเทศ แต่พอมาเจอสถานการณ์โควิด-19
ลูกค้าที่วางแผนจะต่อเรือเพิ่มต้องชะลอกันหมด ทำให้ตอนนี้งานในมือส่วนใหญ่จึงเป็นงานราชการเป็นหลัก ซึ่งลูกค้ายังไม่ได้ทิ้งโครงการ แต่ขอเลื่อนชะลอดูสถานการณ์ก่อน โดยเฉพาะโครงการต่อเรือโดยสารกระทบกันหมด ทั้งการต่อเรือใหม่ และการซ่อมเรือด้วย
รวมถึงลูกค้าจะมาต่อเรือเฟอรี่ลำใหม่กับเรา แต่พอเจอสถานการณ์โควิด ลูกค้าบอกขอเบรกไปตั้งแต่ต้นปี 2563 การต่อเรือเฟอรี่ของเราถูกกว่าต่อที่ประเทศญี่ปุ่น 30%
นอกจากนี้ ลูกค้าเรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ที่ขนคน และรถข้ามไปเกาะสมุย และกลุ่มเรือโดยสาร ขนาด 200 ที่นั่ง เรือขนส่งของระหว่างเกาะ ที่วิ่งรับคนบริเวณเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต้องจอดเรือ ทำให้มีการจำกัดงบประมาณในการซ่อม หรือบางครั้งชะลอการซ่อมออกไปก่อน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของอู่ซ่อมเรือสาขาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2564 เหนื่อยอยู่
ตอนนี้พยายามให้ประคองได้เท่ากับปีก่อน เพราะธุรกิจเรือโดยสาร เรือขนส่งที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวหยุดวิ่งหมด
ตอนนี้เกาะสมุยเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวทางฝ่ายการตลาดเริ่มวิ่งหาลูกค้าคุยไว้ล่วงหน้า เพราะถ้ามีแผนจะใช้เรือต้องซ่อมบำรุงล่วงหน้า ทั้งนี้ เรามีลูกค้าแถวจังหวัดภูเก็ตด้วย
โดยใช้ทีมงานไปซ่อมให้ที่ฝั่งอันดามัน ถ้าเรือจะวิ่งมาฝั่งสุราษฎร์ธานี ต้องไปอ้อมแหลมที่สิงคโปร์ เราจึงส่งทีมงานช่างและใช้อุปกรณ์จากอู่ในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเรามีแผนจะขยายสาขาไปยังจังหวัดภูเก็ต และระนอง แต่ยังหาพื้นที่ไม่ได้ แต่เป็นโอกาส
ภาวะตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมามีการแข่งขันทางด้านราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ปี 2563 มีการตัดราคา เพราะงานโครงการมีปริมาณลดลง เค้กก้อนเล็กลง
ลูกค้าต่างประเทศไม่สามารถนำเรือออฟชอร์ และเรือรีเฟอร์ (เรือห้องเย็น) ที่ปกติวิ่งอยู่ในทะเลแถบบ้านเราเข้ามาซ่อมได้ มีปัญหายุ่งยาก ยกตัวอย่างลูกค้าเกาหลี เวลาจะซ่อมเรือจะต้องส่งคนเกาหลีบินมาคุมงานที่อู่
แต่ตอนนี้มาต้องถูกกักตัว 14 วัน ก็เลยเปลี่ยนแผนวิ่งเรือกลับไปซ่อมที่เกาหลี ทั้ง ๆ ค่าซ่อมแพงกว่าไทย 30% มีลักษณะนี้หลายเคส ถ้าในอนาคตมีวัคซีน มีการเดินทางข้ามประเทศค่อนข้างชัดเจน ปัญหาพวกนี้น่าจะทุเลาลง
รุกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Oil Spill-ฆ่าเชื้อ
ทุกปีบริษัทจะตั้งงบฯวิจัยและพัฒนาทั้งในส่วนธุรกิจหลัก และการต่อยอดนวัตกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 10-15 ล้านบาทต่อปี อย่างที่เราออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “น้ำยาขจัดคราบน้ำมัน”

ปกติเราทำธุรกิจอู่เรือ ต้องมีการป้องกันเรื่องการรั่วไหลของน้ำมันลงแม่น้ำ ลงทะเล เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ใช้กันในท้องตลาดเป็นสารเคมี 100% มีผลกับสิ่งแวดล้อม เมื่อเทน้ำยาพวกนี้ลงไปจะทำให้น้ำมันจับตัวเป็นก้อน
พอหนักจะตกลงไปอยู่ใต้น้ำ ใต้ทะเล แต่ไม่ได้ย่อยสลาย เพียงแต่มองไม่เห็น เราเข้าใจว่าหายไปแล้ว แต่ความจริงไม่ได้หายไป แต่ตกลงไปอยู่ข้างล่าง มีผลกับปลากับพืช เราคิดว่าถ้าใช้ผลิตภัณฑ์อย่างนี้ต่อไปไม่เป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อม

จึงมาศึกษาวิจัยตัวน้ำยาที่จะขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งเป็นน้ำยาธรรมชาติ มีจุลินทรีย์ 8 ตัวที่ไปกินน้ำมัน เมื่อเทน้ำยาลงไป จุลินทรีย์จะไปย่อยสลายน้ำมัน เป็นการพัฒนาสูตรจากผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหล (oil spill) มาสู่ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
จะช่วยเรื่องการย่อยสลายคราบไขมันต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เริ่มหันมาขายตลาดคอนซูเมอร์เมื่อต้นปีที่แล้ว จำหน่ายภายใต้แบรนด์ “Bio Q” ภายใต้บริษัท อีโคมารีน
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ASIMAR จากเดิมขายแบบ B to B ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางการขายแบบ B to C เจาะตลาดกลุ่มแม่บ้าน
ส่วนผลิตภัณฑ์อีกตัวที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว เนื่องจากคนหาซื้อเจลแอลกอฮอล์ไม่ได้ ราคาแพงขึ้น 2-3 เท่า เราเริ่มผลิตใช้เองในเครือบริษัท
และพัฒนาสู่การออกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคอเนกประสงค์ เป็นสูตรชีวภาพ ภายใต้แบรนด์ Bio Q สามารถใช้น้ำยาเช็ดลูกบิด ราวบันได โดยกรมวิทยาศาตร์การแพทย์รับรองว่าฆ่าเชื้อไวรัสได้
ส่วนผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด หลังจากเราต่อเรือเก็บผักตบชวาให้กรมโยธาธิการฯ ทางชุมชนมองว่าเป็นขยะมีภาระต้องกำจัด ต้องหาที่ทิ้ง เรามองว่าจะนำผักตบชวาไปทำประโยชน์อะไรได้ครบวงจร
จึงคิดนำผักตบชวาไปตากแห้ง และนำมาใช้เป็นวัสดุกันกระแทกแทนการใช้โฟมตัวหนอนในการบรรจุผลิตภัณฑ์ใส่กล่อง ภายใต้แบรนด์ “ยะวา” เป็นผักตบชวาอบตากแห้ง ไม่เป็นเชื้อรา
และถ้าไม่ทำอะไรจะย่อยสลายภายใน 6 เดือน วิธีการใช้ที่แนะนำเวลาแพ็กของให้ลูกค้า เมื่อลูกค้าแกะออกมาแล้วนำไปคลุมดินในกระถางได้ จะมีสารแร่ธาตุต่าง ๆ ทำให้ดินมีคุณภาพมากขึ้น
หรือนำไปรองกรงสัตว์ได้ เช่น กระต่าย กระรอก กรณีสัตว์เลี้ยงฉี่ ตัวนี้จะดูดซับ และทิ้งไปคลุมดินได้
ตอนนี้มีเสนอขายผ่านออนไลน์ ถุงขนาดเล็ก 350 กรัม ราคา 59 บาท ถุงขนาดใหญ่ 1,000 กรัม ราคา 129 บาท ตอนนี้พยายามทำตลาดโดยหาความร่วมมือกับบริษัทโลจิสติกส์ต่าง ๆ อยู่