คลังยอมรับปีงบ’64 เก็บรายได้ต่ำเป้า 2 แสนล้านบาท
คลังยอมรับปีนี้เก็บรายได้เข้ารัฐต่ำเป้า 2 แสนล้านบาท ยันไม่กระทบเงินคงคลัง ชี้ภายในงบปี’64 ยังอยู่ระดับ 4 แสนล้านบาท ส่วนกรณีหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 60% เสนอคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ปรับกรอบได้
วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 ต่ำกว่าเป้า 1.95 แสนล้านบาท จากประมาณการตามเอกสารงบประมาณที่จะต้องนำส่งรายได้เข้ารัฐได้ไม่ต่ำกว่า 2.67 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลือระยะเวลาจัดเก็บรายได้เข้ารัฐในปีงบประมาณ 2564 อีกเพียง 1 ไตรมาสเท่านั้น กระทรวงการคลังจึงยอมรับว่าจะไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้เป็นไปตามประมาณการ โดยคาดว่ารายได้ที่ขาดหายไปนั้น ประเมินว่าอย่างต่ำ 2 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากถามว่ามีความกังวลต่อเรื่องดังกล่าวนี้หรือไม่นั้น ในส่วนนี้กระทรวงการคลังได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งภายใต้กรอบวงเงินกู้ ทั้งการกู้ขาดดุล และการกู้เงินชดเชยรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ภายใต้กรอบกฎหมายยังสามารถรองรับรายได้ส่วนที่ขาดหายไปได้ และยังสามารถรักษาระดับเงินคงคลัง ไว้ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งอย่างต่ำ จำนวน 4 แสนล้านบาทภายในปีงบประมาณนี้
ขณะที่การปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวได้ 1.3% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าอยู่ระดับ 2.3% การกู้เงินจะกระทบสัดส่วนเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพีนั้น น.ส.กุลยากล่าวว่า สศค.ได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ซึ่ง สบน.จะต้องมีการทยอยในการบริหาร เพื่อที่จะมีการกู้เงินในสัดส่วนที่อยู่ภายใต้กรอบหนี้สาธารณะ 60% ต่อจีดีพี โดยในปัจจุบัน สบน.ยังแจ้งว่าในปีงบประมาณ 2564 ยังสามารถบริหารจัดการได้ภายในกรอบ 60% ต่อจีดีพี
ทั้งนี้ หากสัดส่วนหนี้สาธารณะแตะเพดาน หรือเกินกรอบหนหี้สาธารณะที่กำหนดไว้ 60% ต่อจีดีพี สามารถปรับเพดานหนี้สาธารณะได้ ซึ่งจะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน เพื่อพิจารณากรอบเพดานหนี้สาธารณะให้เป็นตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งในกรอบนี้มีความสามารถที่จะปปรับได้ให้สอดคล้องตามสถานการณ์เศรษฐกิจ