“บิ๊กตู่” ไฟเขียวขยายยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุ 5 จว.ออกไปอีก 2 ปี เล็งอันดามัน-ตะวันตก-ใต้เป็นเขตศก.พิเศษเพิ่ม
เมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 2/2560 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า 1.กนพ.มีมติเห็นชอบให้กรมธนารักษ์ไปปรับปรุงเพิ่มเติมรายละเอียดในการสรรหาและคัดเลือกผู้ลงทุนในพื้นที่พัฒนา เพื่อให้สามารถดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะ SMEs รวมทั้งให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังพิจารณาปรับแนวทางมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้ชัดเจน
นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษตาก กาญจนบุรี นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย เป็นเวลา 2 ปี หากมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ในปีที่ 1 ของรอบปีที่ทำสัญญาเช่าและยกเว้นค่าเช่า ฯ เป็นเวลา 1 ปี หากมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของเงินลงทุน ในปีที่ 2 ของรอบปีที่ทำสัญญาเช่าเพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้สิทธิประโยชน์จะสิ้นสุดภายในปี 2563
สำหรับการบริหารจัดการที่ดินราชพัสดุในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เห็นชอบให้มีการแลกเปลี่ยนที่ดินและชดใช้เงินที่ดินของประชาชนที่ยินยอมเจรจากับรัฐเพื่อให้พื้นที่พัฒนาเป็นผืนเดียวกัน และเห็นชอบให้ปรับขนาดที่ดินเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ของการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) และให้กรมศุลกากรใช้ประโยชน์ที่ดินบางในเขตพัฒนาบางส่วน จำนวน 120 ไร่ เพื่อจัดตั้งด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 ขณะที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม กนพ.เห็นชอบให้กันที่ดินราชพัสดุ แปลงที่ 1 บางส่วน ในบริเวณที่ติดกับที่พักสงฆ์สามัคคีอุปถัมภ์ออก ประมาณ 42-1-22.60 ไร่ เพื่อคงไว้ตามสภาพเดิม “ส่วนพื้นที่ที่เหลือประมาณ 1,363-2-17.10 ไร่ ให้ดำเนินการเปิดประมูลให้เอกชนเช่า
ส่วนแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ 1.เร่งรัดการดำเนินโครงการและมาตรการสำคัญใน 10 เขต ให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว 2.กำหนดพื้นที่ศักยภาพการลงทุนสูง 4 เขต ได้แก่ ตาก สงขลา สระแก้ว และมุกดาหาร เน้นการพัฒนาให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและให้มีมาตรการเพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มศักยภาพและโอกาสการลงทุนของ SMEs และเปิดโอกาสให้เอกชนเสนอโครงการลงทุนและรัฐสนับสนุนมาตรการที่เหมาะสม และ 3.เน้นการท่องเที่ยว การค้าและบริการใน 6 เขต ได้แก่ ตราด หนองคาย นครพนม เชียงราย กาญจนบุรี และนราธิวาส
“ที่ประชุม กนพ.ได้ให้ไปพิจารณาต่อว่า นอกจาก 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษและระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แล้ว ยังมีเขตพื้นที่ใดอีกที่ควรได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษเพิ่มอีก ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ชายแดน โดยจะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ภาคของรัฐบาล เช่น อันดามัน ตะวันตก ภาคใต้ คือ สงขลา นราธิวาส เพื่อขยายออกไปเป็นพื้นที่ส่งเสริมใหม่”